ไทรอัมพ์เลิกจ้าง พนง. 1,930 คน คนงานจี้ชี้แจงขาดทุนจริงหรือไม่

หลังมีข่าวลือว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งผลิตชุดชั้นใน และชุดว่ายน้ำ ยี่ห้อไทรอัมพ์ วาเลเซีย สลอคกี้ AMO ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (29 มิ.ย.52) บริษัทฯ ได้เรียกพนักงานทั้งหมดกว่า 4,000 คนไปรวมตัวกันที่ไบเทค บางนา เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มีการเลิกจ้างพนักงาน 1,930 คน หรือเกือบกึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งหมด
 
นางวันเพ็ญ วงษ์สมบัติ ประธานสหภาพไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังบริษัทชี้แจงเรื่องการเลิกจ้าง ก็เชิญให้พนักงานรับซองขาว โดยไม่เปิดเวทีให้ซักถามโดยมีซอง 2 ประเภทคือ ผู้ที่ถูกเลิกจ้าง จะมีเอกสารแจ้งเลิกจ้างและเอกสารระบุรายละเอียดค่าชดเชยที่จะได้รับ ขณะที่พนักงานที่ไม่ถูกเลิกจ้างจะได้บัตรพนักงานใหม่ ซึ่งถูกโยกย้ายตำแหน่งงาน ซึ่งเธอแสดงความเห็นว่า เหมือนเป็นการจัดแถวใหม่ 

ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ เล่าว่า สำหรับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างนั้น เป็นพนักงานในแผนกผลิตชุดว่ายน้ำทั้งหมดและแผนกชุดชั้นในจำนวนหนึ่ง โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บริษัทให้เหตุผลว่า จะไม่ผลิตชุดว่ายน้ำในประเทศไทยอีก จึงต้องเลิกจ้างแผนกผลิตว่ายน้ำ และเป็นการปรับโครงสร้างของบริษัท ขณะที่ไม่มีการชี้แจงว่า เลิกจ้างพนักงานแผนกชุดชั้นในด้วยสาเหตุใด อย่างไรก็ตาม เธอตั้งข้อสังเกตว่า พนักงานที่ถูกเลิกจ้างเป็นกรรมการสหภาพทั้งหมด ในส่วนของแผนกชุดชั้นใน ก็เหลือตนเองซึ่งเป็นประธานสหภาพฯ และพนักงานที่ตั้งครรภ์อีก 1 คนเท่านั้น

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ได้เคยตั้งคำถามกับบริษัทว่าขาดทุนจริงหรือไม่ ซึ่งบริษัทไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจนและอ้างว่า ไม่มีออเดอร์เข้ามา แต่เมื่อขอดูเอกสารการสั่งออเดอร์ บริษัทก็ไม่เปิดเผย โดยให้เหตุผลว่าเป็นความลับ ทั้งนี้ สหภาพฯ ได้ขอร้องว่า เมื่อบริษัทไม่สามารถชี้แจงให้ชัดเจนได้ ก็ขอให้ระงับคำสั่งก่อน จนกว่าจะมีการชี้แจง แต่บริษัทก็ให้เหตุผลว่า เป็นคำสั่งจากทางยุโรป และคนงานไม่มีสิทธิต่อรอง
 
สำหรับค่าชดเชยนั้น นางวันเพ็ญ ตั้งข้อสังเกตว่า พนักงานที่อายุงานนาน 20-30 ปี ได้ค่าชดเชยเพียง 100,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนด ขณะที่พนักงานที่มีอายุงาน 3-4 ปี ได้ค่าชดเชย 180,000-200,000 บาท จึงมีการตั้งคำถามในหมู่พนักงานว่า บริษัทใช้อะไรเป็นเกณฑ์ อีกทั้งในซองขาวที่พนักงานได้รับก็ไม่มีรายละเอียดว่าจะได้รับค่าชดเชยที่ไหน เมื่อใด ทำให้พนักงานกังวลว่า จะได้รับค่าชดเชยตามที่บริษัทระบุหรือไม่

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า หลังจากนี้ พนักงานทั้งหมดจะกลับไปที่บริเวณหน้าโรงงาน เพื่อกำหนดท่าทีกันต่อไป

ด้านนางสาวจิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวว่า พนักงานที่ถูกเลิกจ้างนั้น จะได้รับคำสั่งไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่วันนี้ (29 มิ.ย.) จนถึงวันที่ 26 ส.ค. แต่จะได้รับค่าจ้างตามปกติ จากนั้น จะได้รับค่าชดเชยตามกฏหมาย บวกกับอีกหนึ่งเดือน และสิทธิลาพักร้อน

อย่างไรก็ตาม นางสาวจิตรา คิดว่า คนงานไม่ควรตกงาน เพราะบริษัทไม่สามารถชี้แจงเรื่องขาดทุนได้ ทั้งนี้ วานนี้ (28 มิ.ย.) สหภาพฯ ก็ได้ยื่นหนังสือขอให้นายจ้างเปิดเผยข้อมูลว่าขาดทุนจริงไม่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา  หรือ OECD

นางสาวจิตรา กล่าวว่า บริษัทต้องชี้แจงเรื่องการขาดทุนให้ได้ก่อน ถ้าเป็นที่ยอมรับได้ก็คงไม่เรียกร้อง ส่วนกรณีที่บริษัทบอกว่า ให้ค่าชดเชยมากกว่ากฏหมายแล้วนั้น เธอมองว่า กฏหมายนั้นเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ อีกทั้งในกรณีนี้บริษัทก็ไม่ได้ขาดทุนจริง ดูเหมือนเป็นความต้องการทำลายสหภาพฯ และปลดคนงานที่อายุงานเยอะ และค่าจ้างสูงออกมากกว่า ดังนั้น บริษัทจึงต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำด้วย โดยจะเสนอขอค่าชดเชยเพิ่มขึ้นและขอให้บริษัทฝึกอาชีพอาชีพให้กับพนักงานด้วย

ด้านเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงานว่า นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งผู้ตรวจแรงงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปร่วมรับฟังการประชุมชี้แจงของบริษัทฯ กรณีเลิกจ้างพนักงานกว่า 1,900 คน ซึ่งขณะนี้นายจ้างยอมจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับลูกจ้างที่ถูกนายจ้างบอกเลิกจ้างทั้งหมด ตามกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งยอมเพิ่มค่าเชยให้อีก 1 เดือน และจ่ายเงินเดือนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้งหมด โดยไม่ต้องมาทำงานตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีพนักงานคนใดไม่ยอมรับเงินค่าชดเชย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ส่วนกรณีที่ลูกจ้างที่เป็นกรรมการสหภาพแรงงานมีข้อสงสัยว่า นายจ้างไม่ได้ขาดสภาพคล่อง ตามที่ชี้แจงนั้น ก็เป็นเรื่องระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องเจรจากัน ทั้งนี้นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกจ้างลูกจ้างเพื่อพัฒนาองค์กร หรือรักษาสภาพการจ้างของบริษัทไว้

นางอัมพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันจากนายจ้างบริษัทไทรอัมพ์ฯ ว่าจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานเพิ่มอีก เนื่องจากต้องการทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยต่อ เพราะคนงานส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นคนงานที่ดีและมีฝีมือ

ผมลองไปหาข้อมูลของ

ผมลองไปหาข้อมูลของ บ.ไทรอัมพ์และ บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัดดูพบว่า

1.บอร์ด BOI อนุมัติ ไทรอัมพ์ทุ่ม75ล้าน ขยายฐานการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ตามนี้ http://www.ryt9.com/s/psum/389344/

2. ทางบริษัทก็พิ่งให้ข่าวว่า บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง และคาดว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะ มีระยะเพียง 1-2 ปี ในขณะที่ การลงทุนของบริษัทเป็นการลงทุนระยะยาว 3-5 ปี ตามนี้ครับ http://www.posttoday.com/business.php?id=38726

ผมว่าถ้าจะอ้างวิกฤติเศรษฐกิจ หรือ ขาดทุน อะไรคงยาก เพราะ
1.ถ้าอ้างเช่นนั้นแล้ว ข้อมูล 2 ข้อข้างบนหมายความว่าอย่างไร
2.ถ้าขาดทุนจริง สิ่งที่บริษัทให้ข่าวก็เท่ากับโกหก "บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง " เช่นนั้นคงเท่ากับบริษัทนี้เสียเครดิสแล้ว ระดับผู้จัดการ ทั่วไป ฝ่ายการตลาดและขายขอบริษัทมามั่วได้ไง

ผมเกรงว่าบริษัทจะทำการย้ายฐานการผลิตหรือไม่ก็ปรับสภาพการจ้างแบบเหมาช่วง และเลิกผลิตในนามแบรนตัวเอง และใช้โอกาสนี้เชคบิลสหภาพฯไปในตัว ยิงปืนนัดเดียวได้นก 6-7 - 8 ตัวเลย

ในขณะที่ BOI เอาเงินไปประเคนให้ถึง 75 ล้าน เวรกำ

1,930 คน

1,930 คน หากเลิกจ้างแล้วไม่ได้เงิน ตามกฎหมายแรงงานที่นายจ้างต้องจ่าย มีหวังถนนบางนา-ตราดเป็นอัมพาตชัวร์!

1930 คูณ 3 หรือมากกว่านั้น

1930 คูณ 3 หรือมากกว่านั้น นี่เป็นผลกระทบที่ไม่ใช่เฉพาะ กว่า 2 พันคนนั้น

อีกอย่างจากข้อมูล BOI ให้เงินสนับสนุน บวกกับ ผู้บริหารของบริษัทเคยให้ข่าว ทำให้เชื่อได้ว่ามีแรงจูงใจอื่นมากกว่า ข้ออ้างขาดทุน

อีกทั้งจากการให้สัมภาษณ์ของประธานและที่ปรึกษา จะเห็นได้ว่ากรรมการสหภาพถูกเลิกจ้างเกือบหมด เหลือ 2 คนเอง

นายทุนนี่ใช้วิกฤติ ไม่ใช่สิ ต้อง อ้างวิกฤติเป็นโอกาสจริงๆ

มาร์ค เทือก กลอน

มาร์ค เทือก กลอน กอบสาก

รอมอตอทั้งหลาย

เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กู้ๆๆๆ เป็นอย่างเดียวอิอิ

ใครเป็นรัฐบาลเป็น

ใครเป็นรัฐบาลเป็น รมต.ไม่ดูแลทุกข์สุขประชาชน

ชาวโรงงานทั้งหลายต้องไม่เลือกพวกมันเป็นผู้แทนอีก

ความแค้นครั้งนี้ชาวโรงงานต้องรอวันชำระแค้น.....

เลือกตั้งแพ้ที่ศรีสะเกษขาด

เลือกตั้งแพ้ที่ศรีสะเกษขาด ไอ้พวกขี้แพ้ชวนตี

จะร้อง กกต.เรื่องทักษิณโฟนอิน

โถๆๆ สมองพวกนี้มีแต่เรื่องชั่วๆ

สื่อที่มีสติปัญญาต้องเอาชื่อไอ้พวกขี้แพ้พวกนี้มาประจานให้รู้กันทั่วๆ

วันๆไม่คิดจะทำประโยชน์ให้บ้านเมือง

ต้องการแค่เป็นผู้แทนโดยไม่ตักน้ำดูเงาตัวเอง

กะจะปล้นชัยชนะประชาชนกลางวันแสกๆๆ

ทำไปเถอะ ประชาชนทนไม่ไหวจะลุกมากระทืบพวกนี้เอง

อย่าหนีออกนอกประเทศหล่ะ

หัวอกนายจ้างเจ้าของ

หัวอกนายจ้างเจ้าของ รง.

ใครบ้างอยากปิด รง.

รง. สร้างมาด้วยความยากเข็ญ

ทำกำไรก็เอามาขยาย รง. ต่อ

ตัวเองและผู้ร่วมทุนก็ได้เงินกำไรไปเป็นทรัพย์สมบัติ

รัฐบาลก็ได้ภาษีเป็นค่าต๋ง

จีเอ็ม ตั้งมาตั้งร้อยปี

ยังล้มละลายเลย

เข้าใจหัวอกกันบ้าง

ตายเป็นผีแล้วมันก็ต้องเผา

ให้เขามีโอกาศไปเกิดใหม่

จะเก็บเอาไว้ก็เหม็น

เหมือนกับ

รฟท ขสมก การบินไทย

เอาเงินภาษีคนไทยไปหนุนทั้งนั้น

ปล่อยให้ตายไปเถอะ

เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเหมื

เป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเหมือนกัน ตอนแรกคิดเห็นใจนายจ้างแต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ อย่างที่ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เสียความรู้สึกมาก

พวกรัฐบาล

พวกรัฐบาล มาร์คเห็นแก่ตัวขอให้ จบเกมการโกงประชาชนเร็วๆ

พวกเราชาวโรงงาน

พวกเราชาวโรงงาน ขอให้กำลังใจสู้ๆ กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง

ถ้าหากว่า

ถ้าหากว่า คนงานที่ถูกเลย์ออฟ1930คน นั้น สมมติว่าจะออกมารวมตัวกันตั้งเป็นบริษัทแล้วผลิตชุดชั้นในชุดว่ายน้ำแล้วขายในราคาที่ถูกขายส่งตามตลาดนัดหรือที่ต่างๆเป็นต้น มันจะเป็นไปได้ไหม มันน่าที่จะทำได้ ตลาดในประเทศที่ถึงแม้นจะมีกำลังซื้อไม่มาก แต่ทว่าก็น่าที่จะสามารถพอช่วยกล้อมแกล้มให้ไม่ตกงานมีงานทำต่อไปได้
และถ้าหาก ฟลุคโชคดี สามารถผลิตชุดที่ว่าด้วยผลงานที่เนี๊ยบ คนในประเทศนิยมใช้ ก็รอดตายแน่นอน และก็พยายามขยายธุรกิจขายมันส่งออกไปยังต่างประเทศ งานพวกนี้ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี่มากแต่ทว่าใช้ฝีมือ
ยุโรปตอนนี้ เท่าที่ติดตามข่าวจากยูโรนิวส์ อาการของอียูสาหัสไม่น้อย กลุ่มอียูคนตกงานกันระนาว
ส่วนพวกรัสเซียก็ต้องหาทางออกไปจับมือกับบราซิลจีนอินเดีย เป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหม่เพื่อถ่วงดุลกับอียูสหรัฐและญี่ปุ่น
ต้องรู้จักปฏิวัติและกล้าที่จะเสี่ยง เพราะมันคงไม่มีอะไรที่จะสูญเสียมากไปกว่านี้อีกแล้ว

ชุดชั้นในโครแพง ค่าแรงน้อยนิด

ชุดชั้นในโครแพง ค่าแรงน้อยนิด สงสารพนักงานไทรอัมท์
บรฺษัท ปิดบังความจริง พนักงานเขาตั้งใจทำงาน แต่มันไม่เห็นหัวจะล้มล้างสหภาพ

มันเป็นกรรมของกรรมกร คือว่า

มันเป็นกรรมของกรรมกร

คือว่า กรรมการสหภาพแรงงาน กับกรรมกรทั่วไปมีจิตใจคับแคบ ไมยอม่ลงต่อสู้ในสนามการเมือง ไม่สนใจประชาธิปไตย ชาตินิยม สหกรณ์ หรือสังคมนิยม พวกนี้ไม่สนใจเลย

เป็นไกในเข่ง่รอให้เขาเชือดคอ รู้ทั้งรู้ว่าต้องตกงาน ไม่มั่นคง เขาเอาผลผลิตไปแห่ทำกำไรเลี้ยงคนทั้งสังคม(ค่าแรงตัด เฉลี่ยตัวละ 50 บาท ขายส่ง 700-1000 บาท ขายปลีก 1500-2000 บาท)
กรรมกรพวกนี้ก็เฉยไม่สำนึก ต่อสู้โจมตีแต่นายทุนทักษิณ และเจ้าของโรงงาน ไม่กล้าต่อส้กับูับอำมาตย์ เพราะสมองไม่ถึง ไม่รู้ว่าปลายน้ำคืออำมาตย์ใหญ่

การเรียกร้องประชาธิปไตยจึงขาดการสีส่วนร่วมของกรรมกร(มีน้อย นับหัวได้)

..............
ไม่รู้จะสมน้ำหน้าหรือว่าเห็นใจดีกับพวกนี้ คนตกงานเป็นล้านก็ไม่กล้าไปต่อสู้ไม่สร้างฐานะตนเองทางการเมือง....

ปล่อยให้อำมาตย์ส่งลูกหลาน(นายอภิสิทธ์)ไปกู้เงิน กดขี่ข่มเหง โดยที่คนเป็นหนี้(กรรมกร)ไม่ได้จับเงินสดแม้แต่บาทเดียว

อยากได้ค่าแรงก็ไปนั่งข้างรั้วกระทรวงแรงงานเหมือนขอทาน

........
พวกรัฐวิสาหกิจ และพวกนายทุนที่เป็นพวกอำมาตย์เขามีคนนิดเดียวแต่มีอำนาจต่อรอง มีฐานะทางการเมือง....มีโอกาสนั่งในห้องรับแขกรัฐมนตรี
..................................
สมัชชาคนจนก็เหมือนกัน ต่อสู้มา20 ปี ไม่มีคุณค่าต่อสังคม หรือไม่พากันสร้างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานะชนชั้นเลย
เอาแต่ส่วนตน เอาแต่การเศรษฐกิจร้องขอ (ขอทาน)

การเมืองไม่เอา

..................
อย่าอ้างเลยว่าไม่มีเวลา....พวกกรรมกรหัว..ค...ย

สมัยต่อต้านญี่ปุ่น พวกกรรมกรเขาก่อตั้งขบวนการเสรีไทยหลัง 2 ทุ่ม

ตื่นเช้าก็ทำงานต่อ โดยญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง
.....................
พวกนี่หลังเลิกงาน มันเอาแต่จะไปกินเหล้ากับผสมพันธุ์แมลงเม่า

...........
ที่พูดนี่ไม่หวังจะให้สำนึกหรอก...ไม่หวังอยู่แล้ว

ไม่หวังจะให้เข้าใจ

ไม่หวังจะให้เข้าใจ แต่อยากอธิบายว่าไม่ใช่กรรมของกรรมกร นายทุนทักษิณ และเจ้าของโรงงาน อำมาตย์ใหญ่ เมื่อใหร่ผลประโยชน์ลงตัวเขาพวกเดียวกัน กรรมกรไม่ใช่พวกคนเหล่านั้น ขอให้พวกเราที่คิดว่าเป็นกรรมกรที่แท้จริงช่วยสนับสนุนการต่อสู้ของคนงานไทรอัมพ์ด้วยเพื่อนำพาการสร้างมาตรฐานทางสังคมที่ให้กับลูกจ้างทุกคนที่มีแนวโน้วจะถูกเลิกจ้างในอนาคต สู้สู้

นายทุนทักษิณ และเจ้าของโรงงาน

นายทุนทักษิณ และเจ้าของโรงงาน อำมาตย์ใหญ่ เมื่อใหร่ผลประโยชน์ลงตัวเขาพวกเดียวกัน กรรมกรไม่ใช่พวกคนเหล่านั้น

......................

จำเริญแน่ แม่คุณเอ๊ย

พวกนายทุน พวกอำมาตย์ต่างก็ล้วนหาแนวร่วม หามิตรร่วมรบ

.................
กรรมกรกลับชวนกันปิดกั้นตัวเอง

มิน่าเล่า...กรรมกรจึงไม่มีชนชั้นอื่นไปเป็นมิตรร่วมรบ

.......................

พันธมิตรที่ว่าแย่มหาแย่ ที่เอาศักดินาเป็นมิตรร่วมรบแล้ว

กรรมกรหนักหนาสาหัสกว่า...เอาทุกชนชั้นเป็นศัตรู

.............

1 พค. 2553 วันกรรมกรปีหน้า ไปขอค่าแรงเพิ่มอีก วันละ 6 บาทนะ (เดือนละ 180 บาท)

ขณะที่กรรมกรรัฐวิสาหกิจได้ฟรีเพิ่ม เดือนละ 2000 บาท (เพิ่มวันละ 60 บาท) ไม่รวมค่าขึ้นเงินเดือนราย 6 เดือน ขึ้นครั้งละ 1000-3000 บาทต่อเดือน

ข้าราชการเงินเดือนเพิ่มทุก 6 เดือน เพิ่มขึ้นขั้นละ 500-3000 บาทต่อเดือน

.............
ขณะที่คนหากินโดยหยาดเหงื่อตนเอง ต้องลำบาก

แต่คนคอยกินหยาดเหงื่อกรรมกร กินอยู่สบายมาก

เงินเืดือนก็มาจากภาษกรรมกรสร้างให้ ี เงินเสียภาษรายได้ของข้าราชการและรัฐวิสาหกิจี ก็มาจากภาษีกรรมกร

...
แถมเงินประกันสังคม ก็ยังให้คนอื่นเอ่ไปถลุง

...
เงินประกันสัง มาจาก 3 ทาง คือ กรรมกร นายจ้าง และรัฐบาล

แต่ทั้งสามทาง มีที่มาจากกรรมกร ที่เดียวกัน

คิดเป็นไหมแบบนี้นะ

.........
เอ้า..เชิญๆ มา ใครสนใจจะเอากรรมกรไปหาเงินให้รีบมาเลย เขาสู้ไม่เป็นหรอก...ยิ่งตกงานยิ่งยอมจำนน

อย่างว่านั่นแหละ กรรมกรจะไปสา

อย่างว่านั่นแหละ
กรรมกรจะไปสามัคคีสู้รบกับใครได้

ชนชั้นกรรมกรเดียวกันยังไม่สามัคคีสู้รบเลย

เก่งแต่กระโดดเต๊ะปากกันเอง

เต๊ะใครไม่ได้ก้เต๊ะลูกชู้แทน

.....................................

นี่แหละที่เอาเอ็นจีโอไปนำ เอาศักดินาไปจูงจมูก
เอาพันธมิตรสมศักดิ์นำทาง
เอาสมานฉันท์แรงงานทาสไพร่เป็นแกนนำ

พากันไปขอทานทั้งปี
เอีะอะก็ เรียกร้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
..............

เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากแกนนำกรรมกรไพร่ก็ไม่รู้....เอ้าเร็ว
เรียกร้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สันติๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

น่าเอ็นดู๊

น่าจะมีการถามความสมัครใจของพน

น่าจะมีการถามความสมัครใจของพนักงานก่อน ว่าใครอยากออกบ้าง ปัญหามันจะได้เกิดน้อยหน่อย ไม่ใช่เลิกจ้างยกชุด
อย่างนี้ เชื่อว่าบริษัทไม่ได้ขาดทุนจริงแต่ว่ายากล้มสหภาพแรงงานของไทรอัมพ์เท่านั้น

OECD

OECD กำหนดพฤติกรรมอันพึงประสงค์ 8 ประการ ที่ธุรกิจข้ามชาติควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ ซึ่ง 2 ใน 8 คือ

 การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) : ธุรกิจควรเปิดเผยข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ อาทิ โครงสร้างองค์กร สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและสังคมบริเวณโดยรอบองค์กร

 การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ (Employment and Industrial Relations) : ธุรกิจควรเคารพสิทธิของลูกจ้าง ปฏิบัติต่อลูกจ้างด้วยความเท่าเทียมกัน ให้ข้อมูลผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจแก่ลูกจ้างและผู้แทน รวมทั้งดูแลสุขภาพ และให้โอกาสแก่ลูกจ้างในการพัฒนาทักษะอย่างเหมาะสม เป็นต้น

ที่มา : http://www.connections.co.th/marketing/page_bx.php?cno=86&cid=18

แต่ บ.ไทรอัมพ์ทำไมไม่ยึดหลักนี้

ก่อนที่จะกล่าวหาว่าบริษัทไม่ด

ก่อนที่จะกล่าวหาว่าบริษัทไม่ดีไม่ทำตามกติกาเราควรหันมามองให้รอบด้านเราอย่ามองปัญหาด้านเดียว ที่ผ่านมาเราอยู่กันอย่างสงบอันไหนคุยกันได้เราก็คุยแต่เดียวนี้ สหภาพใช้กฏหมู่อย่างเดียวแล้วจะอยู่กันได้อย่างไร เราควรหันมามองกันบ้างว่าที่ผ่านมาเราดำเนินกิจกรรมของสหภาพเป็นอย่างไร เราถึงได้รับชะตากรรมนี้ เพราะเราไปเดินตามกลุ่มฝ่ายซ้ายจอมปรอมของใจและกลุ่มเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาที่เขาใช้ยายหนิงเป็นเครื่องมือเพราะเขารู้ว่ายายหนิงชอบแสดงชอบออกทีวีชอบเด่นชอบดังเขาเลยเอาเป็นตัวแสดงในการต่อต้านสถาบันยกเลิกกฎหมายหมิ่นทำให้สหภาพไทรอัมพ์เป็นสีแดงแบบคอมมิวนิสต์ แต่แท้ที่จริงสมาชิกไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยแม้แต่ตัวยายหนิงก็ไม่รู้เรื่องซ้ายเพราะเป็ยซ้ายจอมปรอมถ้าซ้ายจริงๆเขาไม่โฉ่งฉ่างจนต้องได้ออกจากงานและพาเพื่อนคนงานที่ไม่รู้เรื่องตกงานไปสองพันคนไหนจะครอบครัวเขาอีกรวมๆแล้วก็ หกพันกว่าคนที่เดือดร้อนในครั้งนี้ ถึงเวลาหรือยังที่จะคิดทบทวนที่จะใช้คนงานไทรอัมพ์เป็นเรคื่องมือในการโชบทบาทของตังเองเสียทียายหนิง สุดท้ายขอให้ยายหนิงมองปัญหาให้รอบด้านก่อนที่จะไม่มีแห่งทำกิน

ผมไม่ได้เป็นคนนงคนในอะไรนะครั

ผมไม่ได้เป็นคนนงคนในอะไรนะครับ
แต่ดูจากตรรกะที่ คูณ "คนในไทรอัมพ์" เขียนมาผมว่ามีปัญหาในการพิสูจน์ ผมจะไม่โบ้ยว่าเป็นความคิดเห็นของทางฝ่ายนายจ้างเลยทีเดียวจะหาว่า Bias เหมือนที่คุณทำผ่านการมองปัญหาด้านเดียว

1.ถ้าเช่นนั้นจะมีสหภาพไปทำไมหากสหภาพไม่ Active

2.ทราบว่ามีการเลิกจ้างในฟิลิปินส์ พันกว่าคน อันนี้เป็นเพราะ "ยายหนิงชอบแสดงชอบออกทีวีชอบเด่นชอบดัง"

3.ถ้าเช่นนั้น เหตุที่มีการปราบปรามนักศึกษา เอาแค่ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 ก่อนนะ ถ้าตามตรรกะของคุณก็คงเป็นเพราะไม่คุยกัน เป็นเพรานักศึกษา Active ไม่ใช่เป็นเพราะคนส่วนน้อยที่เสียประโยชน์ต้องการปราบปราม ไม่ใช้เพราะการ Active ของนักศึกษาและประชาชนนั้นทำให้คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์

4.ถ้าเช่นนั้นคุณจะอธิบายกรณีสหภาพผู้บังคับบัญชาของไทรอัมพ์ถูกเลิกจ้างด้วยได้ไง ในเมื่อจ้ากข่าวที่ทราบมา สร.นี้ออกมาต่อต้านการรับจิตรากลับเข้าทำงานเมื่อปีที่ผ่านมา และเคลื่อนด้วย Idea ที่เป็นปฏิกิริยากับสิ่งที่คณเรียกวา "เดินตามกลุ่มฝ่ายซ้าย" นั้นด้วย

5.ผมไม่รู้ว่าคุณหมายความว่า "ซ้าย" มันคืออะไร แต่การที่คุณบอกว่า "ถ้าซ้ายจริงๆเขาไม่โฉ่งฉ่างจนต้องได้ออกจากงาน" นั่นหมายถึง "ที่ผ่านมาเราอยู่กันอย่างสงบ" อันนี้หรือปล่าวที่เรียกว่า "ซ้ายจริงๆ" ถ้าเช่นนั้นทุกคนในสังคมไทยก็คงเป็น "ซ้าย" เพราะ "ไทยนี้รักสงบ" ไม่ต้อง Active อะไร (กลับไปอ่านข้อ 3)

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งที่คุณ "คนในไทรอัมพ์" จะมาชี้แจงและมองปัญหาให้รอบด้าน มองประวัติศาสตร์ ไม่รู้พวก "ซ้ายจริงๆ" อย่างคุณเรียกมันว่าอะไรนะ วัตถุนิยมวิภากษวิธีปล่าว ซึ่งแนวนี้เขาไม่ได้มองปัญหาเฉพาะ Agency หรือแค่ตัวแสดงที่มองเพียงด้านเดียอย่างที่คุณมอง แต่เขาเน้นการมองในเชิงโครงสร้างหรือความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ

ผมขอมองจากคนนอก ถึงถึงเวลาที่จะคิดทบทวน ครับ

และหวังว่าจะได้รับการชี้แจงจางคุณ "คนในไทรอัมพ์"

ปล.แต่ข้อเขียนคุณมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือเป็นการยืนยันว่ามันคือการทำลาย สหภาพแรงงานที่ Active ถึงคุณจะให้น้ำหนักไปที่แค่ตัวแสดงและเรื่องของการเป็นเครื่องมือ ที่ไม่มีข้อพิสูจน์จากข้อเขียนคุณก็ตาม