มติอนุซีแอลไม่พอใจผลต่อรองให้ "หมอศิริวัฒน์" รื้อราคา

นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะทำงานต่อรองราคายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นและมีปัญหาการเข้าถึงของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพ กล่าวเมื่อ 5 ก.ค. ว่า ได้เสนอผลการเจรจาต่อรองราคายา 3 รายการคือ ยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรครูมาตอยด์ ริทูซิแม็บ (Rituximab) ของบริษัท โรช จำกัด (ประเทศไทย) ยารักษาโรครูมาตอยด์ อีธาเนอเซป (Etanercept) ของบริษัท ไวเอท และยารักษาโรครูมาตอยด์ อินฟลิซิแม็ป (Infliximab) ของบริษัท เชอริง พราวด์ ให้กับคณะอนุกรรมการคัดเลือกยาและเวชภัณฑ์ที่มีความจำเป็นและมีปัญหาการเข้าถึงของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพที่มี ภญ.สำลี ใจดี เป็นประธาน อยู่ระหว่างรอหนังสือยืนยันเป็นทางการจากบริษัทยา ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขสัญญาที่ต้องตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทยาและ สปสช.อีกครั้ง ขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน หากคณะอนุกรรมการคัดเลือกยาฯไม่พอใจผลการเจรจาก็ยินดีที่จะเจรจาต่อรองกับบริษัทยาใหม่

"ราคายาที่บริษัทยอมลดเป็นราคาที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้ หากยาดังกล่าวถูกบรรจุเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติซึ่งอาจต้องใช้เวลา แต่จะทำให้ผู้ป่วยในระบบประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการได้รับอานิสงส์ไปด้วย ดังนั้น ในการเจรจาได้ราคาเดียวกับครอบคลุม 3 ระบบ หรือไม่ จึงไม่ใช่ประเด็น" นพ.ศิริวัฒน์กล่าว

ภญ.สำลีกล่าวว่า การช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาทั้ง 3 รายการข้างต้นยังมีขั้นตอนอีกมาก เพราะแม้กระทั่งยาจิตเวชที่ดำเนินการเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาก่อนหน้านี้ โดยเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2551 จนถึงขณะนี้ผู้ป่วยจิตเวชก็ยังไม่สามารถเข้าถึงยาเพราะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ แต่คณะกรรมการชุดนี้รอการลงนามโดยนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย โดยนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้นำเสนอ

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุกรรมการคัดเลือกยาฯ ยังไม่พอใจกับข้อเสนอของบริษัทยาทั้ง 3 รายการ และต้องการให้คณะทำงานต่อรองราคายาฯ ที่มี นพ.ศิริวัฒน์ เป็นประธาน เริ่มการเจรจาต่อรองราคาใหม่ โดยให้ยาครอบคลุมกับผู้ป่วยทั้ง 3 ระบบ คือ สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

ทั้งนี้ สำหรับผลการเจรจาต่อรองราคายา สามารถต่อรองราคายาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรครูมาตอยด์ ริทูซิแม็บลงมาเท่ากับประมาณ 1 เท่าของ GDP หรือประมาณ 1.3 แสนบาท ต่อการรักษาผู้ป่วย 1 คน จากราคาเดิม ประมาณ 4 แสนบาท หรือลดลงมากกว่าร้อยละ 50 แต่เป็นการแถมยาไม่ได้ลดราคาแต่อย่างใด และให้สิทธิเฉพาะผู้ป่วยบัตรทองเท่านั้น


ที่มา: มติชน, 6 ก.ค. 52 น.10

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์