พันธมิตรฯ พร้อมโต้ข้อหา "ก่อการร้าย" เตรียมฟ้องกลับ "อภิสิทธิ์" จำเลยที่ 1

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (9 ก.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา 36 คน นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา พร้อมด้วยนายสุวัตร อภัยภักดิ์ นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรฯ ได้หารือกัน

จากนั้น นายสุวัตร และ นายนิติธร เปิดเผยว่า ข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาผู้ก่อการร้ายกับพันธมิตรฯ ทั้ง 36 คน แบ่งเป็น 2 คดี คือ บุกสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ข้อหาที่ตั้งขึ้นมาล้วนไม่เป็นความจริง กฎหมายอาญา ม.135/1 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งดอนเมืองและสุวรณภูมิ พันธมิตรฯไม่ได้ทำลายระบบทั้ง เครื่องบินและรันเวย์ ไม่ได้เข้าไปแตะต้องเลย และการชุมนุมครั้งนั้นเป็นการใช้เสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ถือว่า เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย สิ่งเหล่านี้ตำรวจรู้ แต่ตั้งข้อหาเท็จ เพื่อจะดำเนินคดีกับพันธมิตรฯ พวกเราชุมนุม 193 วัน มีเจตนาเดียวคือ คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก เป็นการปกป้องรัฐธรรมนูญ และชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ

นายสุวัตร กล่าวต่อว่า การกระทำของพันธมิตรฯ ไม่ถือว่ามีความผิด แต่เมื่อถูกหมายเรียกพันธมิตรฯ ทุกคนจะไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 16 ก.ค.นี้เวลา 09.00 น.ที่สโมสรตำรวจ และจะไปโต้ข้อกล่าวหาทุกข้อเหมือนคดีกบฏที่เคยดำเนินการกับพันธมิตรฯ มาแล้ว เมื่อโต้แย้งแล้วจะใช้สิทธิ์ทุกอย่างเพื่อปกป้องพันธมิตรฯ ทุกคน และจะฟ้องกลับในทุกเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำ โดยจะฟ้องร้องทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยที่ 1 ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายมาตรา 157 และ มาตรา 200 เป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษโดยที่ไม่มีความผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อการร้าย นั้น นายนิติธร กล่าวว่า ไม่เฉพาะแต่นายกษิต ทุกคนไม่สมควรที่จะถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่าผู้ไปชุมนุมต้องเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งหมด ถือเป็นการทำหน้าที่โดยมิชอบกระทำกับประชาชนที่ใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้นายสุวัตร ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนายกษิตขึ้นเวทีเพียงครั้งเดียวที่สุวรรณภูมิ ในฐานะนักวิชาการ ในขณะที่คนอื่นๆ ขึ้นเวทีตั้งหลายคนเช่น นายพิเชษฐ พัฒนโชติ แต่ไม่ถูกตั้งเป็นผู้ต้องหา การกระทำครั้งนี้ของพนักงานสอบสวนใช้มาตรฐานอะไร บางคนแค่ส่งข้าวก็ถูกตั้งข้อกล่าวหานี้แล้ว ตนจะทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานของบ้านเมืองต่อไป เพราะโทษก่อการร้ายนั้นประหารชีวิต และจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเท็จที่ยอมไม่ได้

ขณะที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำที่ถูกหมายเรียก ยืนยันว่า ในการหารือไม่มีใครวิตกกังวลหรือทุกข์ร้อนต่อข้อกล่าวหา เพราะเป็นข้อกล่าวหาเท็จ

“การตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวถือว่าร้ายแรง เนื่องจากโทษของข้อกล่าวหาดังกล่าวมีแค่ 2 ทาง คือ ประหารชีวิต และจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งตรงนี้พันธมิตรฯ ยอมรับไม่ได้ แต่ผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่มีใครกังวลในเรื่องนี้ เพราะเป็นข้อกล่าวหาเท็จ แต่ที่ต้องฟ้องกลับ เพราะเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่เกินจริง”

พล.ต.จำลอง กล่าวทิ้งท้ายถึงการออกหมายจับพันธมิตรฯ ว่า ครั้งนี้ถือเป็นไม่ใช่การตีกัน หรือไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุม แต่ถือเป็นการปรามประชาชนที่จะออกมาชุมนุมเรียกร้อง

ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหากับนายกษิต น่าจะมีความไม่ชอบพากล ดังนั้นอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวว่ามีเงื่อนงำ มีการใช้อำนาจกลั่นแกล้งโดยมิชอบหรือไม่

 

 

ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐและกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์