โฆษก สธ. เล็ง “มาร์ค-วิทยา” เป็นพรีเซ็นเตอร์สวมหน้ากากอนามัย เอกชนเคาะค่าตรวจหวัดหัวละ 3,500

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขชี้หน้ากากอนามัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการแพร่เชื้อ แต่ประชาชนไม่นิยมเพราะอาย จึงจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขเป็นพรีเซนเตอร์ “ยอดมนุษย์หน้ากากอนามัย” ด้านสมาคมโรงพยาบาลเอกชนสรุปค่าตรวจหวัดสายพันธุ์ใหม่ 3,500 บาท ต่อคน

มาร์คขอให้ประชาชนช่วยป้องกันหวัดหมูให้เป็นวาระแห่งชาติ
วานนี้ (10 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติในการแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งดูเรื่องที่เป็นมติ ครม.ในเรื่องของการช่วยโรงเรียนคัดกรองเด็ก เรื่องของการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหนักจะต้องมีทีมเข้าไปช่วย และการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องการเร่งที่จะเข้ารับการรักษา การมีหลักประกัน และในแง่ของการป้องกันในจุดที่เป็นจุดแพร่ระบาดก็ต้องรณรงค์ให้หนักขึ้น
 
เมื่อถามว่าต้องมีการสั่งปิดส่วนไหนอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีแนวคิด ที่เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาขอให้สวมหน้ากากมาเรียนได้นั้น ยังมีการเถียงในหมู่ของผู้เชี่ยวชาญ และในจุดที่มีความเสี่ยง เราก็บอกว่าใครทำก็ดี แต่การจะสนับสนุนให้สวมทั้งหมด รวมทั้งเจลล้างมือก็ให้ดูอยู่ว่าตรงไหนจะสนับสนุนได้
 
"ในส่วนของโรงเรียนกวดวิชา ผมอยากจะขอความร่วมมือ เพราะถ้าไม่ปิดในเรื่องของสถานที่ก็ต้องดูแลเรื่องของการทำความสะอาด และต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ต้องเคร่งครัด ต้องช่วยกันตรงนี้ ไม่เช่นนั้นการแพร่ระบาดจะเกิดขึ้นง่าย แต่ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปเรื่อยๆ แล้วที่สุดต้องไปปิดมันจะเสียหายมากกว่า ฉะนั้นอยากให้ทุกคนช่วยกันทำเรื่องนี้ให้มันเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ" นายกฯ กล่าว
 
เมื่อถามถึงตัวเลขที่มีข่าวว่าป่วยถึงสองแสนราย นายกฯ กล่าวว่า เป็นการคาดคะเนของผู้เชี่ยวชาญ เพราะต่างประเทศก็ยอมรับอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม คิดว่าตัวเลขที่จะเทียบเคียงชัดเจนที่สุดคือ ประเทศอังกฤษ เพราะประชากรใกล้เคียงกับไทย แต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เขาทดสอบอาจจะมีมากกว่าเรา ผู้เสียชีวิตใกล้เคียงกับเรา เขาก็คาดคะเนของเขาว่าจะติดเป็นแสนรายแล้ว
 
เมื่อถามว่าอังกฤษประกาศยอมแพ้และปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วทุกประเทศก็บอกว่ามันเหมือนโรคระบาดปกติ แต่ว่าเรายังห่วงในเรื่องของการมีคนเสียชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นต้องเข้มงวดกวดขันดูแลตรงนี้
 
 
ชวนนัดหมอหลายโรงพยาบาลมาหารือแก้หวัดระบาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดแพทย์จากหลายสถาบัน ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รามาธิบดี ฯลฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ มาหารือที่พรรคถึงแนวทางการป้องกัน และการแก้ปัญหาการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งคร่าชีวิตคนไทยไป 14 คนแล้ว โดยได้เชิญนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ส.ส.ของพรรคคนอื่นๆ อาทิ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ฯลฯ มาร่วมประชุมด้วย
 
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น ส.ส.ของพรรคหลายคนเห็นตรงกันว่า เรื่องดังกล่าวควรจะทำเป็นวาระแห่งชาติ และเห็นว่าควรจะพลิกจากรับมาเป็นรุกได้แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขทำได้เพียงรับมืออย่างเดียว โดย ส.ส.ของพรรคจะกลับไปรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนนำมาเสนอในที่ประชุมวันที่ 11 ก.ค.นี้ โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นลักษณะระดมความเห็นของคนทั้งชาติ แต่คงยังไม่เชิญตัวแทนของฝ่ายค้านมาร่วมหารือด้วย เพราะต้องการคุยกันในพรรคให้ได้บทสรุปเสียก่อน
 
 
โฆษกประชาธิปัตย์ชี้รัฐบาลกำลังสต็อกยาต้านไวรัสเป็น 15 ล้านเม็ด
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแพร่กระจายของโรคในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังคงมีเพิ่มบ้างต่อเนื่อง การรายงานและเผยแพร่ข้อมูลมาจากแนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบทันทีและไม่ปิดบัง ยอมรับว่าอาจทำให้ตื่นตระหนก ทั้งจากการเสนอข่าวหรือการขาดความเข้าใจของประชาชนถึงลักษณะการแพร่ของโรค
 
นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ขณะนี้สัดส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 14 ราย ต่อผู้ติดเชื้อ 2,900 ราย ซึ่งการจัดความรุนแรง 5 ขั้น ไทยยังอยู่ระดับที่ 2 แม้ว่าจะเคลื่อนไปสู่ระดับที่ 3 คืออัตราการเสียชีวิต 0.5-1% ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดสถานที่ที่มีการชุมนุมของประชาชนแต่อย่างใด เพราะจะต้องไปสู่ระดับที่ 4-5 เสียก่อน คือมียอดผู้เสียชีวิต 1.5% ขึ้นไป
 
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่และพรรคเห็นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง มี 2 เรื่อง คือ 1.การพุ่งเป้าไปที่การจัดเตรียมยาต้านไวรัสภายในประเทศให้เพียงพอ จากสต็อกเดิม 2 ล้านเม็ด ที่องค์การอาหารและยา (อย.) และ 3 ล้านเม็ด ที่กรมควบคุมโรคนั้น มีการผลักดันให้เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า หรือ 10 ล้านเม็ด รวมเป็น 15 ล้านเม็ด ซึ่งจะทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อรับยาได้ทันทีหากพบว่ามีการติดเชื้อ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจเชื้อแต่อย่างใด ซึ่งเป็นวิธีที่ประเทศอื่นใช้กันทั้งอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
 
2.แนวทางการเตรียมความพร้อมในการหารือในเวทีระหว่างประเทศ เพราะประเด็นปัญหาเรื่องการเตรียมการรักษายังมีความจำเป็นอยู่ โดยเฉพาะประเทศไทยที่จำเป็นต้องนำสารตั้งต้นเข้ามาผลิต ซึ่งขณะนี้นำมาจากอินเดียเป็นหลัก จากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้พูดคุยกับทางเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อจะร่วมมือกับกลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การหารือในกรอบความร่วมมือว่าด้วยความมั่นคง หรือเออาร์เอฟ ในการประชุมวันที่ 16 ก.ค.นี้ จึงเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมนี้จะทำให้มาตรการการป้องกันและการแพร่ระบาดและการรักษาในภูมิภาคเอเชียสามารถทำได้อย่างเป็นระบบ
 
 
วิทยาขอบคุณหน่อย ยันไม่เอาการเมืองนำ ที่ผ่านมาทำตามที่นักวิชาการแนะ
ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 10 ก.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง และนายแพทย์สาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายการรักษาดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางด่วนในการรักษา อาจต้องเพิ่มการตรวจคนไข้นอกเวลา โดยให้มีแพทย์ประจำ ให้ทุก รพ.ระดับอำเภอและจังหวัดจัดระบบการส่งต่อผู้ป่วยด้วย
 
ผู้สื่อข่าวถามถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.สาธารณสุข เสนอให้จัดสัปดาห์รณรงค์ ปิดโรงเรียน สถานที่ทำงาน 7 วัน นายวิทยากล่าวว่า ขอบคุณในข้อเสนอแนะ และจะให้นักวิชาการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนที่มีการมองว่าการควบคุมโรคล้มเหลว เพราะนโยบายไม่ชัดเจน นายวิทยากล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยใช้นโยบายทางการเมืองไปชี้นำ ดำเนินการตามที่นักวิชาการเสนอแนะทุกอย่าง และเป็นไปในทิศทางเดียวกับองค์การอนามัยโลก
 
เมื่อถามว่าปัญหาการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่จะนำไปสู่การปรับ ครม.พ้นเก้าอี้ รมว.สาธารณสุข นายวิทยากล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นการตัดสินใจของนายกฯ ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ลาออกก็พิจารณาอยู่ แต่อยากให้ชี้แจงเหตุผลว่าที่ผ่านมาบกพร่องตรงไหน เพราะทำตามคำแนะนำของนักวิชาการ ฝ่ายค้านไม่ควรนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง
 
 
ปลัด สธ. ให้รองปลัด 4 คนติดตามสถานการณ์คนละภาค
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้มอบให้รองปลัดกระทรวง 4 คน รับผิดชอบติดตาม ป้องกันและแก้ปัญหา โดย พญ.ศิริพร กัญชนะ ดูแลภาคเหนือ นพ.ไพจิตร วราชิต ดูแลภาคใต้ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ดูแลภาคอีสาน และ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ดูแลภาคกลาง ให้ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ สนับสนุนความรู้ด้านวิชาการในการรักษาพยาบาลทั่วประเทศ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกคนเป็น "มิสเตอร์เอช 1 เอ็น 1"
 
นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในผู้ป่วย 3,071 ราย มีรุนแรงเข้ารักษา 27 ราย เสียชีวิต 14 ราย หายแล้ว 2 ราย ที่เหลือ 11 ราย แพทย์ดูแลใกล้ชิด แต่หลายรายอาการหนักน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะที่ รพ.ศิริราช ที่ จ.สมุทรปราการ จ.พระนครศรีอยุธยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รพ.นพรัตนราชธานี รพ.ชลประทาน และพบว่ามีพระสงฆ์ป่วยเข้ามารักษาด้วย ซึ่งจะต้องดูแลอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชีวิต
 
พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวว่า ตามที่เปิดช่องทางด่วนสำหรับคนไข้โรคหวัดใหญ่พบว่า มีผู้ป่วยมาใช้บริการ 400 ต่อวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานหนักขึ้น ซึ่งคงจะเป็นผลพวงมาจากความตื่นตระหนกกับการระบาดที่เกิดขึ้น
 
 
วิทยาเปิดงาน “ฮีโร่พันธุ์ใหม่ ใส่สวมหน้ากากอนามัย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ได้ไปเป็นประธานเปิดโครงการ "ฮีโร่พันธุ์ใหม่ ใส่สวมหน้ากากอนามัย" ภายใต้ความร่วมมือของ 6 หน่วยงาน ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาคู่ขนาน รามอินทรา 1 โดย นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธาน กก.ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา กล่าวว่า จากการติดตามไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พบว่าเด็กอายุ 6-15 ปี ติดเชื้อถึง 80% ที่ระบาดเร็วเพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องการป้องกัน จำเป็นต้องรณรงค์ให้ผู้ป่วยหันมาสนใจสวมหน้ากากอนามัยมากขึ้น ทั้งสวมปิดปากและจมูกตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น เมื่อขยับหรือถอดต้องล้างมือทุกครั้ง และให้ทิ้งหน้ากากที่ใช้แล้วลงถังขยะปิดฝาให้มิดชิด เพราะหากใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้
 
 
ตายเพิ่มอีก 1 ราย เป็น 15 ราย
ด้านนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า วันที่ 10 ก.ค. ได้รับตัวเลขยืนยันผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 146 ราย เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี 125 ราย เมื่อรวมกับก่อนหน้านี้ 2,925 ราย จึงรวมเป็น 3,071 ราย หายแล้ว 2,735 ราย เสียชีวิต 15 ราย
 
ต่อมาเวลา 17.30 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นหญิงอายุ 63 ปี มีโรคประจำตัวคือ ลิ้นหัวใจรั่วและความดันโลหิตสูง เสียชีวิตเพราะระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจล้มเหลว ไตวาย หลังเข้ารักษาที่ รพ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 9 ก.ค.
 
ข่าวแจ้งว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นางสมจิตต์ ฤทธิ์เปี่ยม อายุ 63 ปี พักอาศัยอยู่ใน ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งญาติได้มารับศพจาก รพ.สมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 10 ก.ค.
 
 
นพ.ประเสริฐเชื่อจะระบาดอีก 1-3 ปี ติดเชื้อ 6-30 ล้านคน
ส่วนที่กรมควบคุมโรค ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ฯ และคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติร่วมกันแถลงผลประชุมว่า การระบาดจะยังคงอยู่ในไทยต่อไปอีก 1-3 ปี นับจากปี 52-54 และในปี 52 น่าจะมีผู้ป่วยสูงกว่าปีก่อน และคาดว่าจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยในช่วง 3 ปี จะมีผู้ติดเชื้อ 6-30 ล้านคน ผู้ป่วยมีอาการ 3-15 ล้านคน ผู้ป่วยนอกที่ รพ.6 แสน-3.4 ล้านคน ผู้ป่วยใน รพ. 3 หมื่น-1.3 แสนคน ผู้เสียชีวิต 1,200 คน หากได้รับการรักษาเหมาะสมคาดจะเสียชีวิตประมาณ 600 คน ในระยะถัดไปเชื้ออาจกลายพันธุ์ได้ แต่ไม่สามารถคาดว่าจะทำรุนแรงมากขึ้นหรือน้อยลง
 
ส่วนกรณีที่วัดแห่งหนึ่งจะจัดชุมนุมใหญ่คาดมีผู้มาร่วมนับแสนคนนั้น อยากให้เลื่อนไปก่อนเช่นเดียวกับงานคอนเสิร์ตต่างๆ แม้จะไม่มีกฎหมายห้ามก็ขึ้นอยู่กับผู้เกี่ยวข้องจะให้ความร่วมมือ
 
 
เสธ.หนั่นเผยจะใช้งบ 70 ล้านประชาสัมพันธ์ข้อมูลป้องกันหวัด
ด้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะ กก.อำนวยการเตรียมพร้อมป้องกันและควบคุมสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ กล่าวหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ ที่จะใช้งบเผยแพร่ 70 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประชาสัมพันธ์ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะทำสปอตผ่านรายการต่างๆ 5 นาที 14,774,000 บาท ผ่านหนังสือพิมพ์ 15 ล้านบาท สารสนเทศ 1 แสนบาท ผ่านสื่อทีวีต่างๆ 14 ล้านบาท สายด่วนหมายเลข 1422 จำนวน 5 แสนบาท จัดกิจกรรมรณรงค์ทั่วประเทศ 10 ล้านบาท นั้นไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลยินดีสนับสนุนเต็มที่
 
พล.ต.สนั่นกล่าวว่า จากข้อมูลที่ว่าจะมีผู้ติดเชื้อ 6-30 ล้านคน ในปีนี้นั้น รัฐบาลเป็นห่วง แต่ก็ต้องแก้ไขป้องกัน แต่ที่ตนห่วงก็คือ วันที่ 11 ก.ค. จะมีการจัดกิจกรรมพุทธศาสนาที่วัดพระธรรมกาย จะมีนักเรียนกว่า 5 แสนคนมาร่วม จึงสั่งให้กระทรวงศึกษาและกระทรวงวัฒนธรรมเข้าไปดูแลแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ที่ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขจัดซื้อเพิ่มอีก 10 ล้านชิ้นแล้ว ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ก็ยอมรับว่าเป็นห่วงงานนี้และการจัดงานคอนเสิร์ตที่ไปห้ามไม่ได้ แต่ฝากว่าใครที่ป่วยก็อย่าไป
 
 
โฆษก สธ.เล็งเสนอนายกฯ รมว.สธ.เป็น “ยอดมนุษย์หน้ากากอนามัย”
ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หน้ากากอนามัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการแพร่เชื้อ แต่ขณะนี้ประชาชนไม่นิยม เพราะอายที่จะต้องสวมใส่ จึงจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขเป็นพรีเซนเตอร์ "ยอดมนุษย์หน้ากากอนามัย" หรือ The mask of Hero เป็นแบบอย่าง เพื่อให้ประชาชนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใส่มากขึ้น โดยจะเริ่มวันที่ 27 ก.ค.นี้
 
นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ เลขาธิการสมาคม รพ.เอกชน เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับ กก.สมาคม ได้ข้อสรุปมาตรการการดูแลผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 4 ข้อ คือ 1.ให้การรักษาเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับ รพ.รัฐ 2.จะมีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขหากพบผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และรายงานภายใน 24 ชม. 3.ราคากลางในการตรวจหาเชื้อจะต้องใช้ราคาเดียวกันคือ 3,500 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับ รพ.รัฐ และแบ่งเป็นชุดตรวจเบื้องต้น 500 บาท หากพบว่าเข้าข่ายเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จะนำส่งตรวจห้องแล็บที่จะมีค่าใช้จ่าย 3,000 บาท แต่หากตรวจเบื้องต้นไม่เข้าข่ายติดเชื้อ จะเสียแค่ 500 บาทเท่านั้น และ 4.การประชาสัมพันธ์เน้นให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกและให้รู้จักดูแลป้องกันตนเอง ซึ่งข้อสรุปนี้จะส่งหนังสือเวียนไปยัง รพ.เอกชนที่เป็นสมาชิก 213 แห่งทั่วประเทศ เชื่อว่าจะให้ความร่วมมือ
 
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-10 ก.ค.52 มีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 93 ราย ผลยืนยันมีเชื้อ 16 ราย ที่ จ.ตราด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 6 คน รวมเป็น 20 คน และพบกำลังทหารของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด 1 คนติดเชื้อหลังจากไปทำงานที่อื่นมา ต้องส่งไปรักษาที่ รพ.ตราด จนกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว ที่ จ.ปัตตานีก็พบนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ 3 คน ซึ่งกลับมายังภูมิลำเนาป่วยต้องส่ง รพ.ปัตตานี นำเสมหะส่งตรวจพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่โดยไม่รู้ว่าติดมาจากที่ใด ที่ จ.สุโขทัย พบเด็กอายุ 12 ปี กับมารดาชาวทุ่งเสลี่ยมป่วยหลังจากไปร่วมทำบุญที่วัดธรรมกาย จ.ปทุมธานี และมีชายอายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใน อ.เมือง ป่วยหลังกลับจากประชุมที่กรุงเทพฯ และมีผู้ป่วยหญิงติดเชื้อหลังเดินทางจาก จ.นครปฐม มาเยี่ยมญาติที่ อ.คีรีมาศ
 
 
ที่มา: เรียบเรียงจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์