สมัชชาสังคมก้าวหน้า “ค้านการยื่นฎีกา” ชี้ไม่ใช่แนวทางสู่ “ประชาธิปไตย” แท้จริง

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.52 สมัชชาสังคมก้าวหน้าออกแถลงการณ์ “การยื่นฎีกาไม่ใช่แนวทางสู่ประชาธิปไตยแท้” ระบุถึงการถวายฎีกากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่นำโดยแกนนำกลุ่มความจริงวันนี้ ว่าการถวายฎีกาดังกล่าวไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงสมดังเจตนารมณ์ของขบวนการประชาธิปไตยหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพราะเป็นการยอมรับอำนาจที่อยู่เหนืออำนาจตามปกติของระบอบประชาธิปไตย แทนที่จะขับเคลื่อนขบวนโดยมุ่งให้เกิดมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอย่างเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ว่ามีขบวนการโดยอาศัยการรัฐประหารเป็นหนทางกล่าวหาคนบริสุทธิ์โดยกลุ่มอำมาตยาธิปไตย

นอกจากนี้ยังระบุว่า การถวายฎีกาเป็นการปูทางไปสู่ประนีประนอมกับอำมาตย์ ซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขตามมาให้คนเสื้อแดงต้องเลิกต่อสู้ อีกทั้งมีแนวโน้มว่าในอนาคตแม้พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งก็จะไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจที่แท้จะยังอยู่นอกระบบประชาธิปไตย

ส่วนการที่ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงบางคนอ้างว่าการถวายฎีกาเป็นการเปิดโปงการใช้อำนาจของระบอบอำมาตยาธิปไตย นั้น เวลานี้คนเสื้อแดงเข้าใจในระบบอำมาตย์แล้ว อย่างไรก็ตามการต่อสู้ยังไม่ถึงทางตัน คนเสื้อแดงสามารถสู้ในอีกหลายรูปแบบได้ อีกทั้งยังไม่ได้ก้าวไปใช้พลังซ่อนเร้นของขบวนการแรงงาน ดังนั้นจึงควรเน้นการจัดตั้งเสื้อแดงในสหภาพแรงงานต่างๆ เพื่อใช้อำนาจทางเศรษฐกิจในการต่อสู้ เหมือนที่ประชาชนที่รักประชาธิปไตยในประเทศอื่นๆ อย่างฮอนดูรัสใช้
 
“คนเสื้อแดงจำนวนมากค่อนข้างรู้สึกไม่สบายใจกับการถวายฎีกา ผู้นำอย่างนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ไม่เห็นด้วย เราสามารถเดินตามแนวทางการต่อสู้อย่างแน่วแน่มั่นคง เราสามารถสู้เพื่อรัฐสวัสดิการ เราสามารถต่อต้านและขจัดการตกงานทีไม่เป็นธรรม และเราสามารถสู้เพื่อล้มระบอบอำมาตย์และสร้างประชาธิปไตยแท้ แต่การหาทางลัดจะไม่นำประชาชนไปสู่ชัยชนะ” แถลงการณ์ระบุ
 

 

 
แถลงการณ์สมัชชาสังคมก้าวหน้า
การยื่นฎีกาไม่ใช่แนวทางสู่ประชาธิปไตยแท้
 
ในสถานการณ์ที่เกิดความคิดเห็นแตกต่างเรื่องการถวายฎีกาที่นำโดยแกนนำกลุ่มความจริงวันนี้ ที่ครั้งแรกเสนอประเด็นขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือในเวลาต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นฎีกากราบบังคมทูลเรื่องราวความทุกข์ของคนไทย ในขณะเดียวกันที่พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและรักความเป็นธรรม ที่ส่วนหนึ่งประกอบกันเข้าเป็นคนเสื้อแดงจำนวนมากต้องการให้นายกทักษิณกลับประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน และต้องการการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ระบอบอำมาตยาธิปไตยที่อำพรางไว้ด้วยประชาธิปไตย
 
เราในนามสมัชชาสังคมก้าวหน้าเห็นว่าการถวายฎีกาดังกล่าว ไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงสมดังเจตนารมณ์ของขบวนการประชาธิปไตยหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้งยังกลับจะเป็นการถอยหลังประนีประนอมกับกลุ่มอำมาตยาธิปไตย เพราะ
 
1. เป็นการยอมรับอำนาจที่อยู่เหนืออำนาจตามปกติของระบอบประชาธิปไตย แทนที่จะขับเคลื่อนขบวนโดยมุ่งให้เกิดมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอย่างเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ว่ามีขบวนการโดยอาศัยการรัฐประหารเป็นหนทางกล่าวหาคนบริสุทธิ์โดยกลุ่มอำมาตยาธิปไตย ซึ่งเท่ากับสร้างประเพณีเผด็จการของการพึ่งพาอำนาจที่อยู่นอกเหนือกระบวนการประชาธิปไตย และละทิ้งคนอย่าง ดาตอบิโด สุวิชา ท่าค้อ และคนอื่นๆ โดนคดี รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการถูกกองกำลังทหารติดอาวุธสงครามปราบปรามในเดือนเมษาเลือด
 
2. เป็นการปูทางไปสู่ประนีประนอมกับอำมาตย์ ซึ่งจะต้องเงื่อนไขตามมาจากอำมาตย์ว่าต้องเลิกสู้และต้องสลายการต่อสู้ของคนเสื้อแดง และในอนาคตก็มีแนวโน้มว่าแม้พรรคการเมืองใดได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งก็จะไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจแท้จะยังอยู่กับทหารและพวกนอกระบบประชาธิปไตย ความฝันของผู้ที่รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตยจะดับสูญไป
 
3. ฝ่ายแกนนำเสื้อแดงบางคนอ้างว่าการถวายฎีกาเป็นการเปิดโปงการใช้อำนาจของระบอบอำมาตยาธิปไตย แต่ ณ เวลานี้คนเสื้อแดงหูตาสว่าง เข้าใจธาตุแท้ของระบบอำมาตย์แล้ว จึงไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์จากการถวายฎีกา มีแต่จะสูญเสียจิตใจที่มุ่งมั่นในชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยในอนาคต

4. การต่อสู้ยังไม่ถึงทางตัน คนเสื้อแดงเชียงใหม่และที่อื่นพิสูจน์ว่าเราสามารถสู้ในหลายรูปแบบได้ เช่นการไปล้อมประท้วงนักการเมืองนอมินีระบอบอำมาตย์ อีกทั้งยังไม่ก้าวไปใช้พลังซ่อนเร้นของขบวนการแรงงานเลย เราควรเน้นการจัดตั้งเสื้อแดงในสหภาพแรงงานต่างๆ เพื่อใช้อำนาจทางเศรษฐกิจในการต่อสู้ เหมือนที่ประชาชนที่รักประชาธิปไตยในประเทศอื่นๆ อย่างฮอนดูรัสใช้
           
คนเสื้อแดงจำนวนมากค่อนข้างรู้สึกไม่สบายใจกับการถวายฎีกา ผู้นำอย่างนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ไม่เห็นด้วย เราสามารถเดินตามแนวทางการต่อสู้อย่างแน่วแน่มั่นคง เราสามารถสู้เพื่อรัฐสวัสดิการ เราสามารถต่อต้านและขจัดการตกงานทีไม่เป็นธรรม และเราสามารถสู้เพื่อล้มระบอบอำมาตย์และสร้างประชาธิปไตยแท้ แต่การหาทางลัดจะไม่นำประชาชนไปสู่ชัยชนะ
 
“โค่นล้มอำมาตยาธิปไตย จุดไฟสรรค์สร้างสังคมใหม่
พัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูรณ์”
14 ก.ค.52
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์