นักข่าวพลเมือง: ผู้เชี่ยวชาญฯ ยันขึ้นทะเบียน “ป่าพรุแม่รำพึง” เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ประชาชนยังใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม

 

วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 เวลาประมาณ 11.00 น. นางนิรวาน พิพิจสมบัติ นักวิชาการสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมคณะ เดินทางมาชี้แจง กรณีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ และการประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติของป่าพรุแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลนำโดยนายสักรินทร์ สังข์แดง พนักงานในเครือกลุ่มเหล็กบางสะพาน และนายศักดา กาญจนเสน ประธานสมาพันธ์สมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน คัดค้านการขึ้นทะเบียนป่าพรุแม่รำพึงให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติด้วยเหตุผลที่ว่า เกรงว่าชาวบ้านในพื้นที่บริเวณดังกล่าวจะไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในป่าพรุแม่รำพึงหลังจากมีการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับชาติ และมีการอ้างว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องในการร้องขอให้มีการขึ้นทะเบียนป่าพรุแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ

นางนิรวาน กล่าวว่า “ข้อกังวลของผู้คัดค้านนั้นโดยเฉพาะกรณีการเข้าใช้ประโยชน์นั้น ถึงแม้ว่าจะมีการขึ้นทะเบียนป่าพรุแม่รำพึง ให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับชาติแล้ว ประชาชนก็สามารถที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ในป่าชุ่มน้ำได้ดังเดิม ไม่มีการห้ามใช้ประโยชน์แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีป้ายติดหน้าทางเข้าพื้นที่ชุ่มน้ำ ว่าไม่ให้จับสัตว์น้ำนั้น จากการสอบถามทราบว่าชาวบ้านบริเวณนั้นพบเห็นการเผาป่า และการใช้ยาน็อคปลาบ่อย และในช่วงเวลานั้นยังมีการสำรวจความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพจากนักวิชาการอยู่ ชาวบ้านบริเวณนั้นจึงร่วมกันทำป้ายติดเพื่อเป็นการห้ามปรามกลุ่มคนที่มีการใช้ทรัพยากรแบบทำลายเท่านั้น ไม่ได้เป็นป้ายจากทางสำนักความหลากหลายฯ หรือ สผ.”

สำหรับการมาชี้แจงของสำนักความหลากหลายทางชีวภาพที่หอประชุมอำเภอบางสะพานในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงเป็นจำนวนมากราว 600 -700 คน โดยเป็นชาวบ้านที่อาศัยโดยรอบบริเวณป่าชุ่มน้ำ และชาวบ้านที่สนใจ เช่น ต.แม่รำพึง, ต.กำเนิดนพคุณ, ต.ธงชัย, ต.ชัยเกษม, ต.พงศ์ประศาสตร์ และ ต.บางสะพานน้อย รวมทั้งตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่รำพึง นายสุเทพ สุขเกษม ก็ได้ลุกขึ้นกล่าวในหอประชุมว่า “ผมมาเนื่องจากมีจดหมายเชิญให้มาร่วมรับฟังการชี้แจงในครั้งนี้ และส่วนตัวผมก็ไม่ได้ไม่เห็นด้วยในการประกาศหรือขึ้นทะเบียนพื้นที่ป่าชุ่มน้ำ แต่ก็อยากทราบเรื่องการใช้ประโยชน์ในป่า หากมีการขึ้นทะเบียนว่าเป็นอย่างไร และเมื่อทางเจ้าหน้าที่ของสำนักความหลากหลายมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงก็จะได้สื่อสารแก่ผู้ที่ยังไม่ทราบต่อไป และผมก็เห็นว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการให้มีการขึ้นทะเบียนผมก็เห็นชอบด้วยเช่นกัน”

ด้านนายสุพจน์ ส่งเสียง ชาวบ้านหมู่ 7 ต.แม่รำพึงกล่าวว่า “บ้านผมอยู่ติดกับป่าพรุ และมีการใช้ประโยชน์จากป่ามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า รวมถึงตัวผมเอง ส่วนการชึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำของป่าพรุแม่รำพึงนั้นผมเห็นด้วย เนื่องจากชาวบ้านก็จะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าพรุแห่งนี้เพราะขนาดสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ และนักวิชาการด้านต่างๆ ที่ลงพื้นที่ก็บอกว่าเป็นป่าที่ยังมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงอยากให้พี่น้องที่อยู่โดยรอบป่าชุ่มน้ำแห่งนี้ช่วยกันดูแลให้ป่าแห่งนี้มีความสมบูรณ์ต่อไป แต่การใช้ประโยชน์จากป่า เช่นการ หาปลา หรือเข้าไปตัดจาก ก็สามารถทำได้เหมือนเดิม”

“ในกรณีที่มีการคัดค้านนั้นโดยเฉพาะ นายศักดา กาญจนเสน ประธานสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน เค้าไม่ได้เป็นคนที่นี่ อยู่ถึงอีสานแล้วมาเกี่ยวข้องอะไรกับการประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ และเท่าที่ทราบมานายศักดา เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านเขาชัยราษฎร์ หินกรูด ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำเลยจึงทำให้ชาวบ้านที่ติดตามข่าวตั้งข้อสงสัยว่า นายศักดา มีความเกี่ยวโยงหรือมีความสัมพันธ์ใดๆ กับกลุ่มทุนของอุตสาหกรรมเหล็กในพื้นที่หรือไม่ อย่างไร”

ในช่วงก่อนการปิดการให้คำชี้แจง นางนิรวานกล่าวว่า “การเดินทางมาชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำในครั้งนี้ ถือว่าได้ทำหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยและยังเห็นว่าชาวบ้านมีความสนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก มากันมากถึง 6 ตำบล ซึ่งไม่คิดว่าจะมีผู้สนใจมากขนาดนี้”
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์