เกาหลีเหนือปัดถก 6 ฝ่าย ยันเดินหน้าทดลองนิวเคลียร์ ด้าน "ฮิลลารี" ประกาศงัดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงาน

ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ ลากูนา ภูเก็ต ในการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ภายหลังจากที่ นายลีฮุก ซิก อธิบดีองค์กรระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเกาหลี หรือเกาหลีเหนือแถลงท่าทีของเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือจะไม่ขอเข้าสู่การเจรจา 6 ฝ่ายอีกต่อไปแล้ว และระบุด้วยว่า จะเดินหน้าการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป ตราบใดที่อาเซียน และประเทศอื่นๆ ที่มาร่วมประชุมอาเซียน และการประชุมเออาร์เอฟที่เกี่ยวข้อง มีทัศนคติต่อต้านเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาต่อการเจรจายุติปัญหาคาบสมุทรเกาหลีขณะนี้ ก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลง และเห็นว่าเหมือนกับนโยบายรัฐบาลของจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช ไม่ต่างไปจากเดิม

จากนั้นเวลา 14.25 น. นางฮิลลารี ร็อดแฮม คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงว่า ข้าพเจ้าอยากจะขอใช้โอกาสนี้พูดถึงปัญหาสถานการณ์ในเกาหลีเหนือและความพยายามของเราที่มีในเออาร์เอฟ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวานนี้ข้าพเจ้าได้พูดกับพันธมิตรในกลุ่ม 6 ประเทศ และเมื่อเช้านี้มีการพูดคุยกันเป็นอย่างดีกับพันธมิตรในอาเซียน ข้าพเจ้ายินดีที่ไม่รู้ว่ากี่ประเทศต่อกี่ประเทศในพันธมิตรที่ได้พูดกันเรื่องนี้ โดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือที่นี่ถึงความห่วงกังวลต่อท่าทีที่ก้าวร้าวของเกาหลีในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โชคร้ายที่ผู้แทนของเกาหลีเหนือในที่ประชุมปฏิเสธ ต่อต้านที่จะรับข้อเสนอใดๆ และเกาหลีเหนือยืนอยู่ผิดที่ ในการนำเสนอต่อที่ประชุม(เออาร์เอฟ) วันนี้ไม่ได้แสดงเจตนาอะไรเลยที่จะชะลออาวุธเลิกโครงการนิวเคลียร์ นั่นเป็นปัญหามาก ไม่ใช่เฉพาะต่อสหรัฐ แต่ต่อภูมิภาคและชุมชนนานาชาติ ปัญหาคือเราจะทำยังไงกันดีจากนี้ไป ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องยืนยันว่าชุมชนนานาชาติ พวกเราได้ร่วมกันแสดงต่อเกาหลีเหนืออย่างพร้อมเพรียงและเป็นเอกภาพได้นำไปสู่ฉันทามติหลักการสำคัญ สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรไม่สามารถที่จะยอมรับท่าทีของเกาหลีเหนือที่จะรักษาโครงการนิวเคลียร์ของตัวเองไว้และทดลองขีปนาวุธข้ามทวีปและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อื่น และพวกเราตั้งมั่นผูกพันที่จะตรวจสอบโครงการนี้ของเกาหลีเหนือต่อไปด้วยสันติวิธี

ท่าทีเช่นนี้พวกท่านทั้งหลายจะได้เห็นในแถลงการณ์ (statement) ที่จะออกในเย็นวันนี้โดยกรมอาเซียนและท่านทั้งหลายก็จะได้เห็นจี8 เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พูดถึงมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีเอกภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่ไม่ใช่แค่การประณามเท่านั้น ข้อมติที่ 1874 ได้รวมเอาเป้าหมายและทิศทางและอำนาจของการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติได้มอบเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมาก ถ้าในกรณีที่เกาหลีเหนือจะไม่ยอมรับข้อมตินั้น และจะลงโทษต่อปัจเจกบุคคลหรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องในโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและโครงการขีปนาวุธข้ามทวีปและอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง

เราเชื่อว่าข้อมติของสหประชาชาติจะทรงประสิทธิภาพเพราะไม่เคยมีมาก่อนและก็มีสาระสำคัญมาก นี่มันต่างจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาและสะท้อนถึงฉันทามติระดับโลกซึ่งได้แสดงเจตจำนงของชุมชนนานาชาติ ไม่ใช่แค่ชาติหนึ่งชาติใด

ประการที่ 2 มันได้มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงไปถึงปัจเจกบุคคลและองค์กรใดๆ ก็ตามไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 แต่อยู่ในระดับที่กว้างมากเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ใครก็ตามที่ได้ข่าวสารนี้และข้าพเจ้าได้ชี้แจงอีกครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ ว่าเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเกาหลีเหนือถ้าหากว่าเกาหลีเหนือพร้อมที่จะแสดงหรือปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ผูกพันเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว พูดอย่างสั้นๆ ก็คือว่า แนวทางของเราคือโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือ ดำเนินมาตรการที่มีความหมายเพื่อบังคับให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมของเกาหลีเหนือและได้ให้ทางเลือกกับทุกคนที่สนใจ ความพยายามร่วมของเราที่จะบังคับใช้ข้อมติ 1874 จากแผนการกระดาษสู่การปฏิบัติการได้เกิดขึ้นแล้ว

ข้าพเจ้าได้บอกกับท่านทูต(เกาหลีเหนือ)ตั้งแต่เช้านี้ว่า ทีมงานที่จะทำการคว่ำบาตรเรื่องนี้ได้เดินทางมาถึงภูมิภาคนี้แล้วและได้รวบรวมสรรพกำลังทั้งหมดที่เรามีอยู่ โดยผู้แทนของจีนและรัสเซียเข้าไปในกรุงวอชิงตันแล้วเพื่อทำงานร่วมกันในประเด็นนี้

นางคลินตัน กล่าวว่า ขอเพิ่มเติมอีกในการประชุมในสัปดาห์นี้ ข้าพเจ้าได้เน้นย้ำกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน รัสเซีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น บอกให้ทราบถึงจุดยืนร่วมกันของเราที่ชัดเจนและพยายามที่จะส่งท่านทูตโกลเบิร์ก(ทูตสหรัฐ) เข้ามาที่ภูมิภาคนี้ในอนาคตอันใกล้เพื่อที่จะดำเนินการคว่ำบาตร ในวันจันทร์-อังคารหน้านี้ คณะทำงานจะมีการเจรจากับทางจีน ตัวข้าพเจ้าเองก็จะเปิดประชุมร่วมกับที่ปรึกษา เรื่องเกาหลีเหนือและปัญหาความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ในการบังคับใช้ข้อมติ 1874 เราได้ขอร้องให้พันธมิตรของเราได้ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งในทางตรงและทางอ้อม เพื่อยุติความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธ เรายินดีที่จะรับฟังความเห็นจากพม่าและประเทศอื่นๆ ที่ได้ประกาศความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามข้อมติของสหประชาชาติ ถ้อยแถลงของพม่านับว่ามีนัยยะสำคัญมากเพราะในอดีตที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ให้เทคโนโลยีและวัตถุดิบด้านนิวเคลียร์กับพม่า ซึ่งเป็นการขัดข้อมติ 1817

จุดยืนขั้นต่ำสุด ถ้าหากเกาหลีเหนือตั้งใจจะติดต่อกับประเทศอื่นๆ ในเชิงพานิชย์ จะต้องปฏิบัติตามข้อมติ 1784 อย่างเคร่งครัด ความตั้งใจและเป้าประสงค์ของเราที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรเช่นนี้ ไม่ต้องการสร้างความทุกข์ระทมให้กับประชาชนชาวเกาหลี หรือทำให้เกาหลีเหนือไม่มั่นคง จริงๆ แล้วผู้นำเกาหลีเหนือนั่นเองที่ปฏิเสธความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากสหรัฐอเมริกา และระงับการช่วยเหลือทางทหารของเรา ขอให้ข้าพเจ้าทำความเข้าใจสักนิดหนึ่ง เราต้องการที่จะทำการยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่ว่าก็ยังคงยืนยันที่จะเคารพสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี ของประชาชนเกาหลีเหนือ เรายืนยันที่จะทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศต่อไป เรื่องมนุษยธรรม และจะพูดเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ

เราจะยังคงสนับสนุนเอ็นจีโอที่ทำงานด้านนี้เพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือและเราก็จะให้ทุนต่อสถานีวิทยุภาคภาษาเกาหลีต่อไปและเราจะส่งทูตพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของเราไปเกาหลีเหนือ ถึงแม้ว่าเราจะมีมาตรการคว่ำบาตรแต่เราก็ยังจะเปิดกว้างที่จะคุยกับเกาหลีเหนืออยู่ต่อไป

แต่เราไม่ใช่ประสงค์แค่ให้รางวัลเกาหลีเหนือเพียงเพราะว่าจะกลับมาประชุม เราไม่ต้องการที่จะให้อะไรใหม่เพิ่มเติม หากเกาหลีเหนือจะกลับมาทำในสิ่งที่ผูกพันให้ต้องทำอยู่แล้ว เพราะเป็นการทำในสิ่งที่พวกเราต้องทำกันอยู่แล้ว

เราและพันธมิตรทั้งหลายยังคงมีความใฝ่ฝันที่จะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ในการประชุม การประชุม 6 ฝ่าย สมควรที่จะนำไปสู่การเลิกโครงการนิวเคลียร์แบบไม่หวนกลับของเกาหลีเหนือและถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็พร้อมที่จะตอบสนองต่อเกาหลีเหนือในทางต่างตอบแทนได้เช่นกัน โดยการที่จะมีความสัมพันธ์ในระดับปกติและเพื่อสร้างสรรค์สันติภาพและให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ถ้าหากว่าเกาหลีเหนือยินยอมให้เราตรวจสอบเรื่องนิวเคลียร์ ในเวลาเดียวกันเราจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันตัวเองเพื่อปกป้องผลประโยชน์และพันธมิตรของเรา

นางคลินตัน กล่าวว่า เนื่องจากว่าพฤติกรรมของเกาหลีเหนือไม่สามารถทำให้เรานิ่งเฉยได้ พันธมิตรของเราก็รู้ดีว่าโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือมีผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน การที่เกาหลีเหนือประสงค์ที่จะมีโครงการนิวเคลียร์ ได้ยกระดับความเสี่ยงต่อความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีและอาจทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธขึ้นมาได้ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศใดเลย ไม่เป็นผลดีต่อเรา รัสเซีย จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หรือแม้แต่เกาหลีเหนือเอง

ระบุมติยูเอ็นให้ลงโทษผู้ละเมิดหลักการสากลได้ ลั่นเกาหลีเหนือต้องกลับมานั่งเจรจา
ผลสำเร็จของการบังคับใช้ข้อมติของสหประชาชาติแสดงให้ทุกๆ ชาติที่มีความปรารถนาจะมีโครงการนิวเคลียร์อย่างเช่น อิหร่าน เห็นว่า เราสามารถที่จะมีมาตรการลงโทษได้ ต่อใครก็ตามที่ได้ละเมิดต่อหลักการสากล และไม่เอาใจใส่ต่อความมั่นคงของโลก ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าในอนาคตจะเจอปัญหาแบบนี้อีก นโยบายของเราชัดเจนมาก เกาหลีเหนือต้องปฏิบัติตามกลับมานั่งโต๊ะเจรจาทันที และปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ให้เอาไว้ในแถลงการณ์ร่วมปี 2005 เพื่อยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดและปิดโครงการทั้งหมดที่มีอยู่และทำสนธิสัญญาว่าด้วยการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์และสู่การคุ้มครองขององค์การปรมาณูสากล โอกาสได้เปิดขึ้นแล้ว ขึ้นอยู่ที่เกาหลีเหนือจะทำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจา 6 ฝ่ายจบไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป นางคลินตัน กล่าวว่า จีนมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกับเราและสนับสนุนการบังคับใช้ข้อมติ 1874 อย่างยิ่ง เราเพิ่งได้ตั้งคณะทำงานประกอบด้วยคนของเราเอง คณะนี้จะเดินทางไปกรุงปักกิ่งและจะมีการประชุมที่วอชิงตันด้วย จีนให้การสนับสนุนความพยายามของเราอย่างมากและส่งสารที่ชัดเจนมากให้เกาหลีเหนือและประเทศอื่นๆ เขาก็คาดหวังอย่างที่เราคาดหวังเหมือนกันว่าชุมชนนานาชาติจะสามารถบังคับใช้ข้อมติ 1874 ได้ จีนมีท่าทีให้ความช่วยเหลือมาก โดยเฉพาะเรื่องที่มีเรือของเกาหลีเหนือเดินทางไปพม่า ในวันนี้ที่ประชุม 6 ฝ่ายได้ชี้แจงต่อผู้แทนของเกาหลีเหนือชัดเจนถึงความผูกพันของตัวเองต่อขบวนการต่างๆ และบอกเกาหลีเหนืออย่างชัดเจนว่าไม่มีหนทางอื่นแล้วแน่นอน ไม่มีเพื่อนเหลืออยู่แล้ว ไม่มีใครปกป้องเกาหลีเหนือจากความพยายามของชุมชนนานาชาติที่จะบังคับใช้ข้อมตินี้แล้ว

ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นธรรมที่จะพูดว่าไม่เฉพาะรัสเซีย จีน เท่านั้น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ที่ได้พูดอย่างที่ได้พูดกันเมื่อเช้านี้ แต่เสียงเหล่านี้ก็ได้รับการตอบสนองจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียนและพันธมิตรในภูมิภาค สารได้ออกมาแล้วอย่างดังและชัดเจนถึงเกาหลีเหนือ ข้าพเจ้าไม่คิดว่ามีความจำเป็นต้องพัฒนาอะไรอีกเพียงแต่รอว่าเกาหลีเหนือจะทำอย่างไร กรอบก็คือการเจรจา 6 ฝ่าย

เมื่อถามว่านางคลินตันมีหลักฐานอะไรว่าพม่าให้ความร่วมมือในข้อมติ 1874 และได้พูดกับเจ้าหน้าที่ของพม่าชัดเจนหรือไม่ และเขาได้เอาใจใส่ต่อแถลงการณ์ของนางเรื่องความร่วมมือทางด้านนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับพม่าอย่างไร นางคลินตัน ตอบว่า คิดว่าพม่ามีท่าทีไปในทางบวกอย่างที่เราได้เห็นว่าพม่าได้ให้ความร่วมมือ เช่นในกรณีที่เรือของเกาหลีเหนือมาจอดในท่าเรื่อพม่า (เมื่อครั้งที่พม่าตรวจสอบเรือเกาหลีเหนือโดยไม่พบอาวุธนิวเคลียร์) พม่าได้แสดงให้เห็นจากถ้อยแถลงแล้วว่าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เช่นในกรณีตรวจสอบเรือ และตั้งใจทำในส่วนของเขาเพื่อบังคับใช้ข้อมติที่ 1874 เรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรารู้สึกได้แรงใจมาก

เรารู้ว่าเมื่อก่อนมีความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือกับพม่า แต่เราก็อยากจะมั่นใจว่าในอนาคตจะไม่มีอีก ข้าพเจ้าไม่เคยอยู่ในการเจรจาเรื่องนี้ในรัฐบาลก่อน แต่เราก็พูดชัดเจนทั้งต่อตัวและในที่สาธารณะ เราได้แสดงในส่วนของเราแล้วว่าอองซาน ซูจี ต้องได้รับการปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไขและต้องมีกระบวนการที่จะปล่อยตัวนักโทษการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้งปีหน้า เพื่อให้มีการเลือกตั้งที่เปิดกว้างและยุติธรรมและมีความน่าเชื่อถือ หลายคนในห้องประชุมได้แสดงเรื่องนี้จากใจไม่เฉพาะสหรัฐ มีสัญญาณจากพม่าว่าจะพยายามร่วมมือกับนานาชาติ มันน่าจะมีหรือกำลังจะมี

การยอมรับจากผู้นำพม่าว่า พม่าจะร่วมกับนานาชาติในการคุ้มครองประชาชนของตัวเองและเดินทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เราก็ไม่หวังว่าจะเห็นอะไรเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน แต่ก็ยังดีที่มีถ้อยแถลงที่เป็นบวกแบบนั้น ดีกว่าจะพูดอะไรที่เป็นลบ แสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่เราจะต้องทำงานด้วยกันได้เมื่อถามว่าได้พูดกับใครบ้างในเรื่องนี้ นางคลินตัน กล่าวว่า ได้พูดกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นี้และขอให้เขาไปพูดกับพม่า ซึ่งเขาก็ทำ

นางฮิลลารี กล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือยังอยู่ในประวัติศาสตร์ของเขาไม่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน เราก็เปิดกว้างที่จะมีความสัมพันกับเกาหลีเหนือแต่อยู่บนเงื่อนไขที่เขาต้องเลิกโครงการนิวเคลียร์ แต่หากเขาปฏิเสธที่จะทำอย่างนั้นและปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีที่เขาประกาศเอาไว้เองตั้งแต่ปี 2005-2006 ดังนั้น พันธมิตรของเราในภูมิภาคชักจะเริ่มกังวลแล้วว่าเกาหลีเหนือตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ เพราะฉะนั้นสหรัฐจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อปกป้องพันธมิตรของเรา เช่น เกาหลีและญี่ปุ่น ภาระของเราต้องปกป้องพันธมิตรของเรา เราไม่จำเป็นต้องรุกรานผู้ใด เราปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางอาวุธในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่เกาหลีเหนือก็เอาแต่ทดลอง โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธและไม่รู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไร ฉะนั้นเราจำเป็นจะต้องปกป้องตัวเอง หากเขามีแสนยานุภาพขนาดนั้นก็เป็นเรื่องเลวร้าย เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนว่าเราจะปกป้องพันธมิตรของเรา แต่ก็ยังคงมีความหวังว่าน่าจะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับเกาหลีเหนือในการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์