สรุปข่าวพม่ารอบสัปดาห์ (28 ก.ค.- 4 ส.ค.52 )

29 ก.ค.52

ทหารพม่าใช้เงินล่อเด็กชายในรัฐชินเป็นทหาร
ทหารพม่าจากกองพันทหารราบที่ 35, 289 และ 550 ที่ประจำอยู่บริเวณชายแดนในรัฐชินติดกับประเทศอินเดียใช้เงินและอาหารหลอกล่อเด็กชาย ซึ่งเป็นชนเผ่าคมี (Khami) ชนเผ่า มโร (Mro) และชาวชินไปเป็นทหารในกองทัพพม่า หากเด็กชายยินยอมเป็นทหารในกองทัพพม่าจะได้รับเงินจำนวน 1 แสนจั๊ต (3,140 บาท) พร้อมข้าวสารและอาหารแห้งอื่นๆ ทำให้หลายครอบครัวต้องส่งลูกชายไปเป็นทหารเนื่องจากสถานการณ์การขาดแคลนอาหารในรัฐชินบีบบังคับ
 
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวนทหารใหม่ในกองทัพพม่าลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาวะอดอยากในรัฐชินยังคงเลวร้ายลงต่อเนื่อง โดยทางการพม่านอกจากไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ยังห้ามประชาชนในรัฐชินรับความช่วยเหลือด้านอาหารจากองค์กรต่างชาตินอกประเทศ (KNG)
 
 
30 ก.ค.52
 
ตานฉ่วยปฏิเสธข้อเสนอ KIO

แหล่งข่าวในกรุงเนย์ปีดอว์รายงานว่า นายพลอาวุโสตานฉ่วย ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลพม่าปฏิเสธข้อเสนอขององค์กรคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Organization (KIO)) ที่เสนอตัวเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐ (State Security Force (SSF)) แทนการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายแดนตามที่กองทัพพม่าร้องขอ โดยระบุว่า ไม่อาจทำตามข้อเสนอของ KIO ได้เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่างไรก็ตามความตึงเครียดระหว่างกองทัพพม่าและ KIO เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวคะฉิ่นทั้งในและนอกประเทศเรียกร้องให้ KIO หันกลับมาจับปืนสู้กับกองทัพพม่าอีกครั้ง (KNG)

3 ส.ค.52
 
พม่าพบผู้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 เป็นรายที่ 13 แล้ว

หนังสือพิมพ์เดอะนิวไลท์ออฟเมียนมาร์ กระบอกเสียงของรัฐบาลพม่ารายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ในพม่าขณะนี้ อยู่ที่ 13 คนแล้ว โดยผู้ป่วยสามรายล่าสุดเพิ่งเดินทางกลับจากมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวรายงานว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขพม่าได้เฝ้าระวังสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างใกล้ชิด โดยได้ตรวจเช็คประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกพม่าตรงสนามบิน และด่านเข้าออกบริเวณชายแดน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามชายแดนเปิดเผยว่า ทางการพม่ายังไม่ดำเนินการสกัดกั้นไข้หวัด 2009 อย่างจริงจังมากนัก โดยเฉพาะตรงบริเวณชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ที่มักมีประชาชนลักลอบผ่านเข้าออกอย่างผิดกฎหมาย (IMNA)

4 ส.ค.52
 
พิษเศรษฐกิจทำแรงงานเด็กเพิ่มขึ้น

ตัวเลขแรงงานเด็กในรัฐอาระกันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กอายุระหว่าง 10 – 15 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจในรัฐอาระกันซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจน
 
ขณะที่ตัวเลขเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
โดยมีนักเรียนในเขตชนบทในรัฐอาระกันเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เข้าเรียนต่อในปีการศึกษานี้ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กจำนวนมากไม่สามารถรับภาระค่าอุปกรณ์การเรียนที่แพงลิ่ว หลายคนจึงตัดสินใจให้บุตรหลานออกจากโรงเรียนเพื่อหางานทำช่วยเหลือครอบครัวแทน (Narinjara)
 
เคเอ็นยูร้องรัฐบาลไทยยุติสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู ยื่นจดหมายถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยให้ยุติการก่อสร้างเขื่อนฮัตจี บนแม่น้ำสาละวินในรัฐกะเหรี่ยง เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อคนในพื้นที่จากทหารพม่า และจะยิ่งทำให้ชาวบ้านในฝั่งพม่าอพยพมายังฝั่งไทยเพิ่มมากขึ้น
 
ขณะที่โครงการก่อสร้างเขื่อนฮัตจีเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลพม่าและไทย โดยมีการคาดการณ์กันว่า หากเขื่อนฮัตจีดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10, 000 เมกกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างเขื่อนฮัตจีเพราะจะให้ประชาชนราว 10 ล้านคนจาก 13 กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนแห่งนี้ (Irrawaddy)  

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์