นักกิจกรรมรัฐฉานประณามทหารพม่าเผา 39 หมู่บ้านบังคับอพยพคนนับหมื่น

นักกิจกรรมรัฐฉานหลายองค์กรออกแถลงการณ์ร่วมประณามทหารพม่าที่ปฏิบัติการเผาทำลาย 39 หมู่บ้านกว่า 500 หลังคาเรือน และบังคับโยกย้ายชาวบ้านนับหมื่นในเขตรัฐฉานตอนกลาง เรียกร้องยูเอ็นไต่สวนรัฐบาลพม่าฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และเรียกร้องอาเซียนทบทวนความสัมพันธ์ เผยเหตุเผาหมู่บ้าน-บังคับอพยพเกิดช่วงรัฐมนตรีพลังงานชาติอาเซียนประชุมที่มัณฑะเลย์

 

 
แผนที่แสดงพื้นที่สามอำเภอ (Township) ในรัฐฉาน (สีแดงกลางแผนที่) ซึ่งเกิดเหตุเผาหมู่บ้าน บังคับอพยพ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. – 3 ส.ค. ที่ผ่านมา (ที่มา: ประชาไท/ดัดแปลงจาก SRDC)
 
แผนที่แสดงพื้นที่หมู่บ้าน ในพื้นที่สามอำเภอ (Township) เขตรัฐฉานที่เกิดเหตุเผาหมู่บ้าน บังคับอพยพ ระหว่างวันที่ 27 ก.ค. – 3 ส.ค. ที่ผ่านมา (ที่มา: ประชาไท/ดัดแปลงจาก SRDC)
 
 
 
 
 
 
 
 
สภาพความเสียหายของหมู่บ้านในรัฐฉานที่ถูกทหารพม่าเผาและบังคับอพยพ (ที่มา: SRDC)
 
ที่พักชั่วคราวของชาวบ้านหลังถูกบังคับอพยพ (ที่มา: SRDC)
 
 
 
จำนวนหมู่บ้าน และจำนวนผู้อพยพจากปฏิบัติการของทหารพม่าในพื้นที่ตอนกลางรัฐฉาน (ที่มา: ข้อมูลจาก SHRF)
 
จำนวนหมู่บ้าน
หมู่บ้านหลัก
อำเภอ
จำนวนผู้อพยพ
21
ปางซาง (Paang Saang)
ลายค่า (Laikha)
5,000
8
บ้านธิ (Waan Thi)
ลายค่า (Laikha)
2,380
4
ตาดหมอก/บ้านเหง (Tard Mawk/Wan Heng)
ลายค่า (Laikha)
2,000
 
1
หนองก่อ (Nawng Kaw)
ลายค่า (Laikha)
400
 
4
โหขาย (Ho Khaai)
เมืองกึ๋ง (Murng Kerng)
750
 
1
เมืองไหย๋ (Murng Yai)
เกซี (Kae See)
150
 
รวมเผา 39 หมู่บ้าน จำนวนผู้อพยพ (ประมาณการ) 10,680 คน
 
 
นักกิจกรรมรัฐฉานประณามทหารพม่าเผา 39 หมู่บ้าน-บังคับอพยพนับหมื่น
วานนี้ (13 ส.ค. 52) องค์กรเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนไทยใหญ่หลายกลุ่ม อาทิ องค์กรสิทธิมนุษยชนรัฐฉาน (Shan Human Rights Foundation – SHRF) องค์กรปฏิบัติงานสตรีไทยใหญ่ (Shan Women’s Action Network - SWAN) องค์กรสภาวะแห่งรัฐฉาน องค์กรเยาวชนรัฐฉาน (Shan Youth Power) คณะกรรมการสาธารณสุข และคณะกรรมการสงเคราะห์และการพัฒนารัฐฉาน ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามทหารพม่าที่ปฏิบัติการเผาทำลายและบังคับโยกย้ายหมู่บ้านในอำเภอลายค่า เมืองกึ๋ง เกซี ในพื้นที่รัฐฉานภาคกลาง
 
ข้อมูลระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. – 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ทหารพม่าหลายกองพันภายใต้บก.ควบคุมยุทธการที่ 2 ได้เผาบ้านเรือนผู้คนไปกว่า 500 หลัง และเผาทำลายยุ้งฉานอีกประมาณ 200 แห่ง ทั้งยังบังคับให้ชาวบ้านในกว่า 40 หมู่บ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในเขตอำเภอลายค่า จนมีชาวบ้านกว่า 10,000 ไร้ที่อยู่อาศัย นอกนั้นทหารพม่าได้จับกุมชาวบ้านทั้งชายและหญิงกว่า 100 คน ไปทำการทารุณ
 
นอกจากนี้ทหารของรัฐบาลพม่ายังได้จับกุมและนำชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คนไปทรมาน และมีชาวบ้านอย่างน้อยสามคนที่ถูกสังหาร หญิงสาวคนหนึ่งถูกยิงระหว่างกลับมาเก็บข้าวของในบ้านที่ถูกเผา จากนั้นมีการนำศพเธอไปทิ้งในหลุมส้วม และผู้หญิงอีกคนถูกรุมข่มขืนต่อหน้าสามีโดยเจ้าหน้าที่และทหารอีกสามนาย นอกนั้นมีหญิงอีกคนถูกทหารพม่าจับกุมจากการสงสัยเป็นภรรยาของทหารกลุ่มต่อต้าน จากนั้นได้ใช้มีดเฉือนคอและโยนศพลงแม่น้ำ
 
นายคำหาญฟ้า ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนรัฐฉาน SHRF กล่าวระหว่างแถลงการณ์ว่า การโจมตีของทหารพม่าเกิดขึ้นอย่างเลือดเย็นและเป็นระบบ โดยทหารได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการเผา ทำลายบ้านเรือน และมีการสั่งการทางวิทยุจาก บก.ใหญ่หลายครั้ง ในขณะที่เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนชาวบ้าน
 
“ระหว่างที่ทหารพม่ากำลังเผาทำลายหมู่บ้านอยู่นั้น เขาได้รายงานผ่านทางวิทยุสื่อสารไปยังผู้บังคับบัญชาเป็นระยะว่า ได้เผาทำลายหมู่บ้านแล้วจำนวนเท่านั้นเท่านี้พร้อมถามว่าพอหรือยัง ซึ่งผู้บังคับบัญชาตอบยังไม่พอและสั่งให้เผาเพิ่มอีก” นายคำหาญฟ้า กล่าว โดยอ้างคำเปิดเผยผู้อยู่ในเหตุการณ์
 
 
เผยเมื่อ 10 ปีที่แล้วทหารพม่าเคยบังคับอพยพกว่าสามแสน
แถลงการณ์ของนักกิจกรรมยังชี้ว่า การปฏิบัติการบังคับโยกย้ายหมู่บ้านครั้งนี้ของทหารพม่าถือเป็นครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่ปี 2539 – 2541 ซึ่งในตอนนั้นมีชาวบ้านในภาคกลางและภาคใต้ถูกบังคับโยกย้ายกว่า 3 แสนคน ส่วนใหญ่อพยพเข้าประเทศไทย และชาวบ้านที่ถูกบังคับโยกย้ายในครั้งนี้อยู่ในกลุ่มที่ถูกบังคับย้ายเมื่อ ช่วงปี 2539 – 2541 ด้วย ซึ่งขณะนี้พวกเขาได้อพยพไปอาศัยอยู่กับญาติและตามวัดวาอารามที่ใกล้เคียง และคาดว่าอีกไม่กี่สัปดาห์จะอพยพมาถึงชายแดนไทย
 
ด้าน น.ส.จ๋ามตอง นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในพม่า จากองค์กรปฏิบัติงานสตรีไทใหญ่ SWAN กล่าวว่า การที่ทหารพม่าใช้เวลาเพียงไม่ถึงอาทิตย์ เผาทำลายบ้านเรือนกว่า 500 หลัง บังคับโยกย้ายคนเป็นหมื่นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลทหารพม่าเริ่มปฏิบัติการขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์อีกครั้ง หลังขับไล่ครั้งใหญ่เมื่อช่วงปี 2539 – 2541 มีผู้คน 3 กว่าแสนไร้ที่อยู่อาศัยและจนถึงขณะนี้พวกเขาเหล่านั้นยังไม่สามารถกลับบ้าน ของเขาได้ ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการบ่งบอกถึงความไร้มนุษยธรรมและไม่ได้ก่อให้เกิดสันติภาพ
 
“รัฐบาลทหารก่ออาชญากรรมครั้งนี้อย่างปราศจากความละอายต่อคนทั้งโลกที่กำลังเฝ้ามองการไต่สวนคดีนางอองซานซูจี และไม่ได้ใส่ใจต่อเสียงเรียกร้องของคนทั้งโลกที่ให้หยุดการกระทำดังกล่าว” น.ส.จ๋ามตอง กล่าว
 
 
จี้อาเซียนทบทวนความสัมพันธ์ ร้องสหประชาชาติสอบสวนอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ทั้งนี้ องค์กรนักสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมรัฐฉานดังกล่าวได้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่ายุติการกระทำที่ป่าเถื่อนโหดร้ายต่อพลเรือนในรัฐฉานทันทีและให้อนุญาตชาวบ้านกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านของเขาตามเดิมอย่างปลอดภัย พร้อมกันนั้น ได้ร่วมกันเรียกร้องให้สมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติตั้งคณะกรรมการไต่สวน รัฐบาลทหารพม่าฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
 
นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องประเทศเพื่อนบ้านพม่ารวมถึงประชาคมอาเซียน ให้หยุดสงวนท่าทีต่อความโหดร้ายของรัฐบาลทหารพม่าและขอให้ทบทวนนโยบายปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับรัฐบาลทหารพม่าด้วย
 
ในแถลงการณ์ยังระบุว่า ที่น่าเศร้าก็คือการโจมตีอย่างป่าเถื่อนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่รัฐมนตรีด้านพลังงานของอาเซียนประชุมร่วมกันที่เมืองมัณฑะเลย์ในช่วงที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม 2552 หลังเกิดการปะทะระหว่างทหารพม่ากับกลุ่มต่อต้านในพื้นที่รัฐฉานภาคกลางและ ภาคใต้หลายระลอก ทหารพม่าหลายกองพัน ภายใต้ บก.ควบคุมยุทธการที่ 2 ประจำเมืองหนอง ประกอบด้วย กองพันทหารราบที่ 9 / 12 / 64 และกองพันทหารราบเบาที่ 513 / 514 / 515 และ 248 ได้บุกเผาหมู่บ้านอย่างน้อย 3 – 4 แห่ง โดยไม่ทราบสาเหตุและปราศจากการแจ้งเตือน พร้อมกันนั้นได้บังคับโยกย้ายหมู่บ้านอีกกว่า 40 แห่งและจับกุมทารุณชาวบ้านกว่า 100 คน เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอลายค่า อำเภอเมืองกึ๋ง และอำเภอเกซี ในภาคกลางของรัฐฉาน
 
 
ที่มาของข่าว: ประชาไท/สำนักข่าว S.H.A.N.
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์