“มสช.” จัดเวทีนโยบายสาธารณะ หวัง “ปฏิรูประบบเกษตรกรรม” และ “พัฒนาสิทธิเกษตรกร”

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) โดยชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำหนดจัดเวทีนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างอารยะประชาธิปไตย เรื่อง “การปฏิรูประบบเกษตรกรรมและพัฒนาสิทธิเกษตรกร” ในวันที่ 20 ส.ค.2552 ที่โรงแรมหลุยส์ แทรเวิร์น กรุงเทพฯ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกว่า 100 คน ร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะถึงสิทธิเกษตรกรตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ 2550 และผลักดันประเด็นสำคัญของสิทธิเกษตรกรและกระบวนเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเชื่อมร้อยเครือข่ายความร่วมมือในการจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมโดยตรงของภาคประชาชนในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในประเด็นของสิทธิเกษตรกร

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ไม่ว่าโลกและสังคมไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร เกษตรกรไทยก็ยังคงไม่พ้นวังวนของวงจรอุบาทว์เกาะเกาะกินชีวิตไม่ให้ก้าวพ้นคำว่า “โง่ จน เจ็บ” ซึ่งดูได้จากข้อมูลที่เปิดเผยมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร2550 และสำนักงานสถิติแห่งชาติ 2552 พบว่า สถานภาพของเกษตรไทยอยู่น่าภาวะที่น่าเป็นห่วง กล่าวคือ ปัจจุบันจำนวนเกษตรกรไทยลดลงอย่างรวดเร็ว จาก 67% เมื่อปี 2532 ลดเหลือเพียง 40% ในปี 2552 โดย 80 % ของเกษตรกรไทยประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ไร้ที่ดินทำกิน ราคาผลผลิตตกต่ำ สุขภาวะเสื่อมโทรมจากสารเคมีตกค้าง และได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า แต่ปัญหาหนักเหล่านั้นก็ยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีคำถามเรื่องการแก้ไขต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

คณะทำงานติดตามการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรตามรัฐธรรมนูญ ภายใต้ชุดโครงการพัฒนาการมีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านสิทธิที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายเกษตรกร ได้ทำการศึกษาร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรแห่งชาติหลายฉบับ โดยชูประเด็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกรและการมีสมัชชาเกษตรกรพบว่ายังมีหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ 2550 มาตรา 84 (8) เช่น แนวทางในการคัดเลือก สรรหาสมาชิกสภาเกษตรกรที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะเอื้อประโยชน์กับตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจการเกษตรรายใหญ่มากกว่าตัวแทนของเกษตรกรรายย่อย โครงสร้างการบริหารสภาเกษตรกรที่กำหนดไว้ยังมีลักษณะที่ไม่เป็นอิสระจากระบบราชการ บทบาทหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายยังไม่เอื้อต่อการสร้างความเข้มแข็งของขบวนการ

คณะทำงานติดตามการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรฯ จึงได้ร่วมกันจัดทำร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติฉบับประชาชนขึ้น โดยนำแนวคิดว่าด้วย “สิทธิเกษตรกร” (Farmer’s Right) ซึ่งประกอบด้วยหลักสำคัญ 4 ประการ คือ 1) การถือครองปัจจัยการผลิตอย่างมั่นคง 2) การเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะอย่างเพียงพอ 3) การประกันความมั่นคงในผลตอบแทนที่ควรได้รับ และ 4) การรักษาวิถีการผลิตที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของตน หลักการนี้ยังสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเน้นหลักการดำรงชีวิตโดยพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน มีระบบการผลิตที่มีเหตุผล สอดคล้องกับฐานทรัพยากรของตน และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนและสังคมไว้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาชีวิตและสังคมอย่างยั่งยืน

“สิทธิเกษตรกร” จึงเป็นแนวทางเพื่อป้องกันและลดผลกระทบของเกษตรกร ในขณะที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็เป็นร่างกฎหมายเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเกษตรกร ซึ่งจัดทำขึ้นบนฐานความรู้ที่ได้มีการศึกษาของภาคส่วนต่างๆ พร้อมกันนี้ได้จัดทำข้อเสนอต่อสาธารณะถึงสิทธิต่างๆ ของเกษตรกร ที่ควรต้องมีเพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์