เย็ตตอว์ เผย “ไม่เสียใจ” แอบเข้าบ้าน “ซูจี”

นายจอห์น วิลเลียม เย็ตตอว์ ชายอเมริกันที่ลักลอบว่ายน้ำเข้าไปยังบ้านพักของนางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดีเผย ไม่รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์แอบว่ายน้ำเข้าไปยังบ้านพักของนางซูจี จนเป็นเหตุให้ทั้งคู่ถูกศาลพม่าตัดสินจำคุก เขายังกล่าวว่า การเยือนของเขาทำให้นางซูจีรอดพ้นจากการถูกลอบสังหาร ทั้งนี้ นายเย็ตตอว์ ซึ่งมีท่าทางเหนื่อยอ่อนนั่งอยู่บนรถเข็นและสวมหน้ากากอนามัย ได้กล่าวให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ หลังจากเดินทางถึงสหรัฐเมื่อวานนี้ว่า “ถ้าหากผมจำเป็นต้องทำ (แอบว่ายน้ำเข้าบ้านนางซูจี) ผมก็จะทำอีกร้อยครั้ง เพื่อช่วยชีวิตของนางซูจี การที่พวกเขาขังเธอไว้ ทำให้หัวใจของผมแตกสลายทันที”
นายเย็ตตอว์วัย 53 ปียืนยันว่ามีจุดประสงค์เพื่อเข้าไปเตือนนางซูจี หลังจากฝันว่านางซูจีจะถูกลอบสังหาร ซึ่งขณะนี้ นายเย็ตตอว์ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงท่าอากาศยานนานาชาติโอแฮร์ ในนครชิคาโกของสหรัฐแล้ว และเดินทางต่อไปยังเมืองสปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี เพื่อกลับบ้าน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากรัฐบาลพม่าด้านนายหน่ายวิน หนึ่งในทีมทนายความของนางซูจีเปิดเผยว่า ไม่พอใจผลการพิพากษาของศาล เนื่องจากผู้ก่อปัญหาอย่างนายเย็ตตอว์ได้รับการปล่อยตัว ขณะที่นางซูจีและผู้ดูแลอีกสองคนกลับถูกกักขัง ทั้งนี้นางซูจีตัดสินใจที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไปหลังจากหารือกับทีมทนายความขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะนิวไลท์ออฟเมียนมาร์ กระบอกเสียงของรัฐบาลพม่าได้รายงานเกี่ยวกับการมาเยือนพม่าของนายจิม เว็บบ์ วุฒิสมาชิกของสหรัฐเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม การมาเยือนของนายจิม เว็บบ์และการปล่อยตัวนายเย็ตตอว์จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลพม่าและรัฐบาลสหรัฐเป็นไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังระบุว่า การปล่อยตัวชายชาวอเมริกันครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลพม่าเป็นผู้ที่เคารพกฎกติกาอย่างดีเยี่ยม และยังยึดหลักมนุษยธรรม รวมถึงการไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้อื่น นายเอียน เคลลี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า แม้สหรัฐจะพอใจที่รัฐบาลปล่อยตัวนายเย็ตตอว์ แต่ยังคงกังวลเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า โดยเฉพาะการที่รัฐบาลพม่ายังคงกักขังนักโทษการเมืองกว่า 2, 000 คน (ที่มา สำนักข่าว AP/Mizzima 20 ส.ค.52)
ไทยจับมือดีเคบีเอ เตรียมส่งผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยงกลับบ้าน
ทางการไทยร่วมกับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ หรือ DKBA (Democratic Karen Buddhist Army) เตรียมส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงที่เพิ่งหนีภัยสงครามเข้ามายังฝั่งไทยเมื่อหลายเดือนก่อน อ้างสถานการณ์ในพม่าเข้าสู่ภาวะปกติและไม่มีเหตุการณ์สู้รบเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ผู้ลี้ภัยบางส่วนยังไม่มั่นใจความปลอดภัย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากทางการไทยและเจ้าหน้าที่จากกองกำลัง DKBA ได้เดินทางไปยังที่พักพิงชั่วคราวของผู้ลี้ภัยดังกล่าวในหมู่บ้าน 3 แห่ง ได้แก่ บ้านแม่อุสุ บ้านหนองบัว บ้านแม่สลิด และบ้านแม่ตะวอ (บ้าน่าสองยาง) ใน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยแจ้งผู้ลี้ภัยให้เตรียมตัวกลับประเทศในวันที่ 24 สิงหาคมนี้
พลโทซอโพคลี (Saw Pho Kali) ผู้บัญชาการกองพันที่ 5 ในสังกัดกองพลที่ 999 ของ DKBA กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ลี้ภัยทราบว่าสามารถกลับบ้านได้แล้ว โดยทางการไทยจะให้ความช่วยเหลือในการส่งกลับ ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ทางการไทยและDKBAได้หารือกันถึงการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศมาแล้ว 2 ครั้ง คือในวันที่ 14 และวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้านซอตาร์ซานยา (Saw Tar Hsunyar) หนึ่งในผู้ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยเปิดเผยว่า ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่กลัวว่าจะถูกบังคับให้กลับบ้าน ทั้งนี้ ผู้ลี้ภัยบางส่วนในหมู่บ้านแม่สลิดหลบซ่อนอยู่ในป่าแล้ว และหากถูกทางการส่งตัวกลับ คาดว่าผู้ลี้ภัยอีกจำนวนมากจะหนีไปหลบซ่อนในป่าเช่นเดียวกัน
 ทั้งนี้ ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่อพยพมาจากเมืองป่ายโจง (Pai Kyon) และเมืองหล่าย บเว่ (Hlaing Bwe) อำเภอผาอ่าง(Pa-ann)รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ในเขตควบคุมของกองกำลังกองกำลังปลดปล่อยกะเหรี่ยงแห่งชาติ หรือ KNLA (Karen National Liberation Army) ที่เพิ่งถูกโจมตีโดยกองพลที่ 999 กองพล 555 และกองพล 333 ของ DKBA เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงหนีตายเข้าไทยกว่า 4,000 คน โดยอาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวในหลายพื้นที่ของ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก อยู่ในขณะนี้
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า DKBAเตรียมเข้าโจมตีกองพลที่ 5 ของ KNLA ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของรัฐกะเหรี่ยงรอบใหม่ในเดือนกันยายนนี้ โดย DKBA มีแผนเข้ายึดพื้นที่ควบคุมของ KNLA ที่อยู่ตามชายแดนไทย – พม่าและริมฝั่งแม่น้ำสาละวินทั้งหมด ด้าน KNLA เปิดเผยพร้อมรับมือการโจมตีจากDKBAและกองทัพพม่าเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ทางภาคเหนือของรัฐกะเหรี่ยงกำลังหวาดกลัวอย่างหนักกับสงครามรอบใหม่ ขณะที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หาก DKBA เข้าโจมตีและยึดพื้นที่ของ KNLA ทางภาคเหนือของรัฐกะเหรี่ยงได้สำเร็จ จะทำให้ผู้พลัดถิ่นภายในในพื้นที่ดังกล่าวหลายพันคน และผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงชั่วคราวอีตูถ่า (Ei Tu Hta) ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินในเขตรัฐกะเหรี่ยงอีกกว่า 4,000 พันคนต้องอพยพหนีเข้าไทย (Karen News – KIC 18 ส.ค.52)
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์