สภาผ่านร่างงบฯ ปี53 1.7 ล้านล้าน หลังส.ส.ถกข้ามคืน อภิสิทธิ์ชี้ปีหน้าวิกฤตหนัก

29 ส.ค.52 เวลา 10.00น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553  ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 09.30 น.วันที่ 28 สิงหาคม  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส ได้อภิปรายงบในส่วนของกระทรวงต่างๆ อย่างกว้างขวางตามที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ และได้ให้ความเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขทุกมาตรา
 
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณเพื่อนส.ส.ทุกท่านในการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่าย ปี 53 เข้าใจดีว่าสมาชิกทุ่นท่านเหน็ดเหนื่อยและขอบคุณคณะกรรมาธิการที่พิจารณากลั่นกรองร่างพ.ร.บ.นี้ด้วยดี

"ปีงบประมาณที่จะถึงนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ เป็นปีที่ได้รับผลกระทบคิดว่าแรงที่สุดในช่วงวิกฤตครั้งนี้ การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจ การผลักดันนโยบายควบคู่ไปกับการใช้เงินในโครงการหรือปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ผมขอยืนยันว่าจะดูแลการใช้เงินของพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อนสมาชิกตรวจสอบต่อไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
บรรยากาศการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ที่ตั้งไว้ 1,700,000 ล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 ในวันที่สอง ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่สามารถพิจารณาเสร็จตามที่วิปรัฐบาล และ วิปฝ่ายค้าน ตกลงกันไว้ว่าจะใช้เวลา 2 วัน วันที่ 27-28 สิงหาคม จนการพิจารณาล่วงเข้าสู่วันที่สาม วันที่ 29 สิงหาคม  การอภิปรายไม่คึกคัก ส.ส.รัฐบาลที่สงวนคำแปรญัตติได้ขอสละสิทธิ์ เพื่อเปิดให้ ส.ส.ฝ่ายค้านที่สงวนคำแปรญัตติ และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ขอสงวนความเห็นได้อภิปราย และการลงมติเห็นชอบในแต่ละมาตรา ประธานในที่ประชุมต้องกดออดหลายครั้ง เพื่อเรียก ส.ส.บางส่วนที่นอนหลับ และส.ส.ที่เดินยืดเส้นยืดสายอยู่นอกห้องประชุม ให้เข้ามาแสดงตนใช้สิทธิ์ เสียงส่วนใหญ่มีมติเห็นชอบเป็นรายมาตรา
 
จนกระทั่งเวลา 06.35 น. ประธานในที่ประชุมได้เชิญให้สมาชิกรับประทานอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้อยู่นอกห้องประชุม ก่อนที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนน 238 เสียง ไม่เห็นด้วย 37 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากนั้นเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรา 18 งบกระทรวงยุติธรรมทันที เพราะไม่มีผู้อภิปราย
 
สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 วาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตรา บรรยากาศการประชุมในช่วงดึกวันที่ 28 สิงหาคม เป็นไปอย่างปกติ โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ได้สละสิทธิ์การอภิปรายและเปิดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งแต่ละมาตรา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตหลากหลาย ส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ นโยบายที่เมื่อลงเม็ดเงินไปแล้วอาจจะไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ รวมถึงปัญหาการกระจุกตัวของงบประมาณโดยเฉพาะของกรมปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในที่สุดที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติเห็นด้วยตามร่างของกมธ. ตั้งแต่มาตรา ที่ 10 ถึง มาตรา 34
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ดีมีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ มาตรา 16 กระทรวงพาณิชย์ 6.2 พันล้านบาท ซึ่งพิจารณาในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม ปรากฏว่า นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายตัดพ้อถึงการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรชาวไร่ชาวนาของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และยังโจมตีย้อนกลับไปในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แล้วเกิดเหตุการณ์ปล่อยหมาให้มากัดม็อบเกษตรกรคนยากจนที่มาปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เมื่อมาเป็นรัฐบาลไม่เคยสนใจในการแก้ไขปัญหาให้กับคนยากคนจนเลย ทำให้เกิดการโต้ตอบกันเล็กน้อยระหว่างส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย โดยนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. ได้ขอให้นายพิเชษฐ์ถอนคำพูดที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยหมากัดม็อบ แต่นายพิเชษฐ์ยืนกรานไม่ถอน พร้อมถามกลับว่าแล้วเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ขณะที่นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี  พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้นายชัย ชิดชอบ ทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมให้อยู่ในความเรียบร้อย เพราะจะเช้าแล้ว อย่าให้มาของขึ้นกันตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่าของใครจะขึ้นแรงกว่ากัน อย่างไรก็ตามการประชุมดำเนินต่อไปได้โดยพรรคเพื่อไทยไม่ลุกขึ้นมาโต้ตอบด้วย 
 
ขณะที่มาตรา 17 กระทรวงมหาดไทย 1.87 แสนล้านบาท ซึ่งพิจารณาในเวลา 05.30 น. ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ได้พุ่งเป้าไปที่งบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ปรึกษาของมท.1 ได้งานประมูลก่อสร้างโครงการถนนบดอัด 23 โครงการ 31 ล้านบาท ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพียงบริษัทเดียว รวมถึงกรณีการเบิกจ่ายงบปี 52 ในพื้นที่ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลเบิกจ่ายได้กว่าร้อยละ 90 ขณะที่พื้นที่อื่นเบิกจ่ายได้เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น
 
นอกจากนี้การพิจารณามาตรา 19 กระทรวงแรงงาน 2.15 หมื่นล้านบาท ในเวลา 07.00 น. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงการต้นกล้าอาชีพ มีความผิดปกติเช่นเดียวกับโครงการชุมชนพอเพียง โดยมีหลักฐานว่า มีส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายหน้าเรียกเก็บหัวคิวคนละ 500 บาท กับผู้ที่จะเข้ามาฝึกอบรม นอกจากนี้กรณีเดียวกันนี้ ยังมีผู้ที่เข้าอบรม แต่เมื่อมีกรณีหวัด 2009 ทำให้กทม.ประกาศหยุดเรียน คนที่เข้าอบรมคนนี้ต้องไปดูแลลูกที่โรงเรียนหยุดซึ่งโรงเรียนอยู่ในเขตจตุจักร ไม่สามารถมาฝึกอบรมต่อได้ จึงไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนนั้น แต่ปรากฏว่า เงินเบี้ยงเลี้ยงดังกล่าว กลับมีคนเข้าไปสวมรอยเซ็นเบิก เจ้าตัวจึงเกรงว่า อาจโดนกรณีเหมือนโครงการชุมชนพอเพียง จึงไปแจ้งความและนำหลักฐานมาให้ตน ซึ่งตนจะส่งหลักฐานนี้ให้พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบ ซึ่งจากการอภิปรายทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในเขตจตุจักร พยายามประท้วง โดยระบุว่า ไม่มีส.ก.ของพรรคอยู่ในเขตดังกล่าว มีเพียง ส.ข. ในเขตนี้มีส.ก.เป็นของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ดี นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาคนที่ 1 ประธานการประชุมตัดบท และขอให้นำเอกสารมาเพื่อส่งให้รัฐบาลตรวจสอบ
 
ขณะที่มาตรา 26 หน่วยงานของรัฐสภา 4.17 พันล้านบาท ส.ส.ฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตเรื่องการโยกงบโดยการนัดประชุมกมธ.เป็นพิเศษ ซึ่งอาจผิดขั้นตอนกฎหมายงบประมาณเนื่องจากปรับเพิ่ม 289 ล้านบาท หลังจากปิดหีบแล้ว  ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ประธานกมธ. ชี้แจงว่า ที่ปรับเพิ่มในวันสุดท้ายก็เพื่อนำมาใช้ในงบการจัดการของรัฐสภาคือ จัดประชุมรัฐสภานานาชาติ และการจัดอบรมความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยกับครู ซึ่งไม่มีอะไรผิดปกติ สามารถทำได้
 
 
 
ที่มา: เว็บไซต์มติชน
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์