นักข่าวพลเมือง: อ.อ.ป. ฟ้องขับไล่ชาวบ้านสวนป่าคอนสาร พร้อมขอหมายห้ามทำประโยชน์ชั่วคราว

สืบเนื่องจากการเข้าปักหลักรอคำตอบในการแก้ไขปัญหาสวนป่าคอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ของชาวบ้านผู้เดือดร้อน ในเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ได้เข้าปักหลักชุมนุมในพื้นที่บริเวณสวนป่าคอนสาร ซึ่งอยู่ในการดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นมา โดยสมาชิกผู้เดือดร้อนได้จัดตั้งเป็นชุมชนบ่อแก้ว และกำหนดจัดผ้าป่าเพื่อพัฒนากองทุนโฉนดชุมชน และการพัฒนาระบบเกษตรกรรมอินทรีย์ ขึ้นในวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2552 นี้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเขียว ในคดีแพ่งสามัญ และขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามชั่วคราว กรณีการห้ามจำเลยทั้ง 31 รายและบริวารขยายเขตพื้นที่การครอบครองจากเดิมออกไปอีก ห้ามนำวัสดุอุปกรณ์สิ่งปลูกสร้างเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม้ยืนต้น พืชล้มลุกเข้าไปในพื้นที่พิพาท หรือปลูกลงในพื้นที่พิพาท รวมถึงห้ามขัดขวาง สกัดกั้นโจทก์ในการเข้าไปบำรุงดูแลต้นไม้ ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ โดยจำเลยได้แก่นายนิด ต่อทุน กับพวกรวม 31 คน ทั้งนี้ ในส่วนคดีแพ่ง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 19 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 น.

นายนิด ต่อทุน ประธานโฉนดชุมชนในกรณีพิพาทสวนป่าคอนสาร กล่าวว่า การดำเนินการของ อ.อ.ป.สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง โดยในวันที่ 28 สิงหาคม วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดสัมมนาเรื่องโฉนดชุมชนที่ทำเนียบรัฐบาล และมีแนวทางจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ได้ประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 โดยได้มอบนโยบายให้ผ่อนผันให้ชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย สามารถทำประโยชน์ในพื้นที่พิพาทได้ตามวิถีชีวิตปกติไปพลางก่อน และ ยังให้นำแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยยึดปัญหาพื้นฐานของราษฎรและนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก ดังนั้น การกระทำของ ออป.ในครั้งนี้ ถือว่าขัดแย้งกับนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างสิ้นเชิง

นางบัวลา อินอิ่ม ชาวบ้านผู้เดือดร้อน และเป็นผู้ถูกกล่าวหาในฐานะจำเลยคนหนึ่ง กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขปัญหาสวนป่าคอนสารที่ผ่านมา ถือว่าชัดเจนอย่างยิ่ง โดยคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับพื้นที่มีมติเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ว่าสวนป่าคอนสารปลูกสร้างทับที่ดินทำกินของราษฎรจริง และให้ดำเนินการยกเลิกแล้วนำที่ดินมาจัดสรรให้กับชาวบ้านผู้เดือดร้อนต่อไป ต่อมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ตรวจสอบและมีรายงานผลการละเมิดสิทธิ์ว่า การปลูกสร้างสวนป่าคอนสารเป็นการละเมิดสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินของผู้ร้อง และมีมติให้ยกเลิกสวนป่าคอนสาร แล้วนำที่ดินมาจัดสรรให้กับชาวบ้านผู้เดือดร้อน และล่าสุดประชาคมตำบลทุ่งพระ ได้จัดประชุม และมีมติให้ยกเลิกสวนป่าคอนสาร และระหว่างการยกเลิกให้ชาวบ้านสามารถเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ 1,500 ไร่

ส่วนการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลปัจจุบัน นายนิพนธ์ บุญภัทโร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่พิพาท ในวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยมีข้อสรุปให้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบพื้นที่ที่จะผ่อนผันทำประโยชน์ก่อน 1,500 ไร่ ซึ่งปัจจุบัน อยู่ระหว่างการลงนามแต่งตั้งของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกระบวนการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือคดีความของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมในเร็วๆ นี้

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์