Submitted on Fri, 2009-09-11 13:31
10 ก.ย.52 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการเสวนาเรื่อง “เจตนารมณ์และกลไกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 67” โดยมีชาวบ้านในจังหวัดต่างๆ หลายเครือข่ายเข้าร่วม สืบเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามมาตร 67 และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความมาตราดังกล่าวตามคำร้องขอของหลายหน่วยงานเพื่อหาความชัดเจนในการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ว่า มาตรา 67 ยังไม่มีผลใช้บังคับทันที ต้องมีการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยระหว่างนี้ให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการไปตามกฎหมายเดิมก่อน
ทั้งนี้ มาตรา 67 ระบุหลักเกณฑ์ในการทำโครงการขนาดใหญ่ไว้ว่า “โครงการที่อาจก่อนให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง” ต้องศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) ด้านสุขภาพ (HIA) ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งต้องจัดให้มีองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินโครงการ
นายสัญชัย สูติพันธ์วิหาร จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัยพากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่น่าจับตามองคือ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เสนอนิยามและหลักเกณฑ์ของ “โครงการที่มีผลกระทบรุนแรง” และต้องดำเนินการตามมาตร 67 ให้กฎษฎีกาพิจารณาแล้ว ซึ่งจากเนื้อหาดังกล่าวมีการขยายขนาดของอุตสาหกรรมต่างๆ ให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าจะเข้าเกณฑ์ เช่น โรงถลุงเหล็ก กำหนดที่ 5,000 ตันต่อวัน ขณะที่กระทรวงทรัพฯ พยายามร่างหลักเกณฑ์เช่นกันและกำหนดขนาดโรงถลุงเหล็กไว้ที่ 50 ตันต่อวัน ภาคประชาชนจึงจำเป็นต้องจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
นายไพโรจน์ พลเพชร ประธาน กป.อพช. กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงทรัพฯ จะแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ที่ใช้บังคับอยู่เดิม โดยเพิ่มเรื่ององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเข้าไปเพียงเท่านั้น ไม่มีการร่างกฎหมายใหม่ และไม่มีความเป็นอิสระเพราะทุกอย่างขึ้นกับรัฐมนตรี ขณะนี้ภาคประชาชนกำลังอยู่ระหว่างรวบรวม 10,000 รายชื่อเสนอ ร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ.....
นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด จากมูลนิธินโยบายสุขภาวะระบุถึงร่างหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นร่างนี้ในวันที่ 5 ตุลาคมโดยพยายามแก้ไขจุดอ่อน ช่องโหว่เดิมที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำ EIA ในหลายประเด็น และคาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือนตุลาคม เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาตรฐานดังกล่าวนี้ไปใช้ให้สอดคล้องกับมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากนี้ ประชาชนมีสิทธิ มีช่องทางในการผลักดันการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นจากโครงการอีกช่องหนึ่ง คือ มาตรา 11 ของพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ 2550
ท้ายการเสวนาเครือข่ายชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนได้ร่วมกันร่างข้อเสนอซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
องค์กรภาคประชาชนดังมีรายนามข้างท้ายนี้ จึงขอแสดงความคิดเห็น และเรียกร้องให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ไม่เห็นด้วยกับการตีความมาตรา 67 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ประกอบกับมาตรา 303 (1) ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะ การตีความ ว่า หน่วยงานสามารถดำเนินการอนุมัติ อนุญาตตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม โดยไม่ต้องรอให้มีองค์กรอิสระสิ่งแวดล้อมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นการตีความที่ขัดแย้ง และละเมิดสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีของชุมชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67
2. ไม่เห็นด้วยและให้ยกเลิกร่างประกาศประเภทโครงการกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่จัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรม
3. ให้ยุติการอนุมัติอนุญาตโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนไว้จนกว่าการดำเนินการตามข้อ 4 และข้อ 5 จะเสร็จสิ้น
4. ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ. ... และร่างประกาศประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่จัดทำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบและดำเนินการให้เป็นกฎหมายภายในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ของรัฐสภานี้โดยเร่งด่วน
5. รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการจัดให้มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบทางสุขภาพและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยเร็ว
กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง
กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด
กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี
เครือข่ายติดตามผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
เครือข่ายอนุรักษ์วิถีเกษตรกรรม หนองแซง ภาชี
เครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ 3 จังหวัด พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก
ตัวแทนชาวบ้านต.ห้วยขมิ้น ต.ห้วยทราย(ตลาดหินกอง) อ.หนองแค จ.สระบุรี
เครือข่ายชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี
กลุ่มพลังไท
โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต (AEPS)
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)
เครือข่ายสิ่งแวดล้อมไทย
โครงการติดตามการเมืองภาคประชาชน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
มูลนิธิบูรณะนิเวศ
เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม