สมัชชาสังคมก้าวหน้าออกแถลงการณ์ : 3 ปี รัฐประหาร 19 กันยา

18 ก.ย. 52 กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้าออกแถลงการณ์เนื่องในวาระ 3 ปี รัฐประหาร 19 กันยา มีเนื้อหาเปิดโปงเจตนาการรัฐประหาร สรุปสถานการณ์สังคมไทยหลังการรัฐประหาร 3 ปีผ่านไป และการประกาศเจตนารมย์ว่า

“เราในนามของสมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move) ขอบอกกล่าวผ่านไปยังพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะเปลี่ยนผ่านกาลเวลา ด้วยวิถีทางแห่งประชาธิปไตย จะไม่ให้ใครหน้าไหน! ออกคำสั่ง ชี้ช่องทางไปสวรรค์ ด้วยคำโก้หรู อันเต็มไปด้วยเลห์กลสามานย์ และนับจากนี้ จงรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันว่า หากมีความพยายามสร้างขบวนการ ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก พี่น้องจะออกมาขัดขว้าง ไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรม และพี่น้องจงพร้อมใจกัน โค่นเผด็จการสามานย์ให้สิ้นซาก ! สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์เพื่อลูกหลานและสังคมไทย”
 
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
 
0 0 0
 
แถลงการณ์ สมัชชาสังคมก้าวหน้า
รัฐประหาร 19 กันยายน 2549: สามปีให้หลัง
 
ในวันที่ 19 กันยายน ปีนี้จะเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการทำการรัฐประหารของนายทหารกลุ่มหนึ่งที่เรียกกลุ่มของตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข*  การ รัฐประหารในครั้งนี้ได้รับการยกย่องสรรเสริญกันอย่างกว้างขวางจากในหมู่ชนชั้นนำ ชนชั้นกลาง ว่าเป็นการรัฐประหารที่ไร้การนองเลือดและยังเป็นการแก้ปัญหาภาวะตีบตันทางการเมืองไทยที่เหมาะสมอีกด้วย แต่การรัฐประหารครั้งนี้เป็นเพียงการกำจัด ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเพียงคนเดียว แต่ต้องนำประเทศมาสู่ห้วงแห่งภัยพิบัติ
 
ภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ปรากฎชัดเจนว่า “กองทัพ” เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทที่สำคัญที่สุด ในการโค่นล้มรัฐบาลของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย  ภายหลังจากการรัฐประหารเป็นผลสำเร็จ กองทัพได้กลับมาพยายามเพิ่มอำนาจให้ตนเองอีกครั้ง โดยการเพิ่มงบประมาณของกองทัพในรูปแบบต่างๆ เช่น “งบลับ” ที่อาศัยข้ออ้างถึงความมั่นคงของชาติ แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อกำจัดฝ่ายปริปักษ์การรัฐประหารของตนอย่างไม่ละอาย นอกจากนี้ ยังพบว่า นายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนยังได้รับการปูนบำเหน็จในการรับตำแหน่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นลิ่วล้อของระบอบอำมาตย์ทำหน้าที่ออกกฎหมายเผด็จการ เพื่อสนับสนุนกลุ่มอำนาจพวกพ้องของตนเอง และกำจัดฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเป็นปริปักษ์ทางการเมืองของพวกตนอีกทางหนึ่ง     
 
สถาบันตุลาการ ภายใต้คำโก้หรูที่ดูทรงคุณธรรมว่า “ตุลาการภิวัฒน์” เป็นอีกกลไกหนึ่งของระบอบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งสร้างผลกระทบต่อหลักนิติรัฐและทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทยลงไปโดยสิ้นเชิง ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า “คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”  หาได้มีความยุิติธรรมมั่นคงดุจตราชั่งตราชูที่ติดอยู่หน้าบัลลังก์ไม่ ความบิดเบี้ยวในการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญปรากฎให้เห็นตั้งแต่ การใช้อำนาจทางตุลาการที่เข้าไปมีแทรกแซงอำนาจฝ่ายบริหาร ในวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นกระบวนการปูทางไปสู่การรัฐประหาร ปี 49  กระทั่งภายหลังการรัฐประหารปี 49 แล้ว คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ยังได้มีคำวินิจฉัยอันพิลึกลั่นในการยุบพรรคและตัดสิทธิการเลือกตั้งของพรรคการเมือง โดยใช้กฎหมายที่ออกในภายหลังเพื่อยัดความผิดภายใต้คำวินิจฉัยอันคลุมเครือ เช่นการใช้รูปคำ ‘เชื่อได้ว่า’ ในการตัดสินความผิดทางกฎหมาย
 
อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คำวินิจฉัยหรือการดำเนินการต่างๆของกระบวนการยุติธรรมก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับฝ่ายนิยมประชาธิปไตยแบบก้าวหน้าอีกต่อไป...ไม่ว่าจะเป็นการปลดอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช จากความผิดที่จัดรายการทำกับข้าว รวมถึงการยุบพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนอย่างลุกลี้ลุกลนจนน่าผิดสังเกต
 
นอกจากเครือข่ายหลักของฝ่ายอำมาตย์ดังที่กล่าวมาแล้ว พวกเขาได้ซื้อเครือข่ายนักวิชาการชั้นเลว และสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ตลอดจนถึงสมาคมธุรกิจต่างๆ อันเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจเรียกรวมได้ว่า “เครือข่ายอภิสิทธิ์ชนโค่นล้มประชาธิปไตย”  โดยการปลุกระดมจากกลุ่มขบวนพันธมิตรประชาชนฟัสซิสต์ หรือ “ม็อบมีเส้น” ในการสร้างกระแสอุดมการณ์ชาติราชานิยมขึ้นมา เป็นเครื่องมือสนับสนุนกลุ่มเผด็จการอำมาตย์และทำลายหลักการพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย ดังที่ทุกท่านได้ประจักษ์ในช่วงสามปีที่ผ่านมา
 
และโดยการสลับขั้วทางการเมือง ทำให้ฝ่ายอำมาตย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิด ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้สมใจ  รัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์ได้ใช้ “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” และพยายามเพิ่มบทลงโทษที่เป็นเผด็จการมากขึ้น รวมทั้งการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชนยิ่งกว่าที่เคยปรากฎในยุครัฐบาลก่อนหน้านี้
 
สามปีที่ผ่านมา ความพยายามของฝ่ายเผด็จการอำมาตย์ในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองของตน ได้ทำลายหลักนิติรัฐ หลักการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และความเท่าเทียมของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยจนสิ้นเชิง   
 
อย่างไรก็ตาม การกระทำเพียงฝ่ายเดียวของฝ่ายอำมาตย์ ก็ได้สร้างแรงสะท้อนกลับให้กับสังคมไทยเช่นกัน การรวมตัวกันครั้งแล้วครั้งเล่าของฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้าเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมแม้ว่าจะมีกระบวนการการขัดขวางในรูปแบบต่าง เช่น การล้มรัฐบาลที่ประชาชนฝ่ายเสียงข้างมากเลือกเข้ามา การใช้การหล่อหลอมให้สังคมไทยรวมเป็นหนึ่งอย่างปลอมๆ เช่นแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติที่ได้มีการเสนออยู่เป็นระยะๆ เป็นสัญญาณบอกชัดแล้วว่า ต่อจากนี้ไปสภาพโครงสร้างทางการเมืองไทยไม่สามารถจะกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว นับวันมีแต่จะถอยหลังไปสู่หายนะ และอาจจะกลายสภาพเป็นรัฐเผด็จการไม่ต่างจากรัฐบาลทหารพม่า
 
เราในนามของสมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move) ขอบอกกล่าวผ่านไปยังพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะเปลี่ยนผ่านกาลเวลา ด้วยวิถีทางแห่งประชาธิปไตย จะไม่ให้ใครหน้าไหน! ออกคำสั่ง ชี้ช่องทางไปสวรรค์ ด้วยคำโก้หรู อันเต็มไปด้วยเลห์กลสามานย์ และนับจากนี้ จงรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันว่า หากมีความพยายามสร้างขบวนการ ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก พี่น้องจะออกมาขัดขว้าง ไม่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรม และพี่น้องจงพร้อมใจกัน โค่นเผด็จการสามานย์ให้สิ้นซาก ! สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์เพื่อลูกหลานและสังคมไทย
 
สมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move)
19 กันยายน 2552
 
"โค่นอำมาตยาธิปไตย จุดไฟสรรค์สร้างสังคมใหม่ พัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูรณ์"
 
.........................................................
* เตือนความจำ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Council for Democratic Reform under the Constitutional Monarchy ภายหลังชื่อภาษาอังกฤษ ได้ตัดคำว่า under the Constitutional Monarchy ออกเพื่อป้องกันชาวต่างชาติเข้าใจผิดว่าการรัฐประหารในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางราชสำนัก ... แต่ภาษาไทยยังคงคำว่า ’อันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุขไว้’ ตามเดิม....

 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์