เด้ง หน.อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร หลังปล่อยการ์ดพันธมิตรฯ บุกรุกสถานที่

(18 ก.ย.) มีรายงายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นายเกษตรสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งย้ายนายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เข้าไปช่วยราชการที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ภายใน 24 ชม. ฐานปล่อยให้การ์ดพันธมิตรฯ เข้าไปบุกรุกสถานที่ราชการ ไม่รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และไม่แจ้งความดำเนินคดีกับการ์ดพันธมิตรฯ

ด้านนายวีระ สมความคิด ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรบึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกราชอาณาจักรไทย เป็นกลุ่มบุคคลไม่แจ้งสัญชาติ พร้อมอาวุธครบมือบุกรุกพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร และดำเนินคดีกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หลังมีคำสั่งย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารออกนอกพื้นที่ โดยขอให้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการภายใน 30 วัน

ขณะที่ชาวบ้านกว่า 1,000 คน จาก 4 ตำบลในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ รวมตัวกันที่วัดภูมิซรอล ทางขึ้นเขาพระวิหาร เพื่อแสดงพลังต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ โดยระบุว่า หากเกิดความรุนแรงขึ้นจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ จึงอยากให้ใช้วิธีทางการทูตเจรจาหาทางออกเพื่อยุติความรุนแรง

ส่วนบรรยากาศทางขึ้นเขาพระวิหาร ทหารนำรั้วลวดหนามมาปิดทางเข้า-ออก และห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอย่างเด็ดขาด

พ.อ.ประวิทย์ หุงแก้ว หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 224 อ.กันทรลักษ์ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารแก่สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่อย่างถูกต้อง สร้างความเข้าใจอันดี ขจัดความเข้าใจผิดที่อาจเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดความรุนแรงได้

"โดยฝ่ายทหารจะยินยอมให้กองทัพประชาชนทวงคืนเขาพระวิหารขึ้นไปเคลื่อนไหวได้แค่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเท่านั้น เพราะหากเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางทหารจะได้รับอันตรายจากกับระเบิดหรือทุ่นระเบิด ขณะเดียวกันทหารได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ ป้องกันเหตุปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม" พ.อ.ประวิทย์กล่าว

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีกัมพูชาขู่ว่าจะยิงปืนใหญ่ตอบโต้ถ้าคนไทยบุกเข้าไปในเขตกัมพูชาว่า ถ้าประชาชนหลุดเข้าไปถึงบริเวณที่มีกำลังเผชิญหน้าที่มันก็น่าจะเกิดปัญหา แต่เราคงจะต้องสกัดกั้น เพื่อที่ให้มีความปลอดภัย และเราได้พูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว แต่ถ้าหากมีการยิงกระสุนข้ามมาฝั่งไทยแล้วอ้างว่าไม่ตั้งใจ เราก็พร้อมที่จะป้องกันตนเอง และพร้อมที่จะรักษาอธิปไตย แต่ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

ส่วนทหารกัมพูชาและตำรวจปราบจลาจลมาตรึงชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า คิดว่าเป็นเพียงกำลังที่ส่งมาเพิ่มเติม เป็นกองหนุนที่เขาผลัดเปลี่ยนตามปกติ ไม่ได้เพิ่มมาขนาดใหญ่อะไร ในส่วนของกำลังทหารของเรามีพอเพียงอยู่แล้วที่จะดูแลทั้งอาวุธ กำลังพล

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า จุดยืนกองทัพเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลได้แก้ปัญหาโดยใช้การเจรจาทวิภาคี ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารจะรักษาอธิปไตย การเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนน่าจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาทวิภาคีโดยผ่านกลไกคณะกรรมการปักปันเขตแดน ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ โดยเราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เขาเข้ามาพื้นที่ เพราะอาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำลายวัตถุระเบิด

"อาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดและเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร และอีกปัญหาหนึ่งคือ หากถูกจับกุมตัวไปจะกลายเป็นปัญหา และส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่นั้นโดยส่วนรวม นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เราจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้คนทั้งสองกลุ่มเกิดการกระทบกระทั่งกัน" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายหน่วยงานก็ประสานกันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องไปทำความเข้ากับกัมพูชา ในระดับรัฐบาลก็มีการทำความเข้าใจกันตลอด ซึ่งเท่าที่ดูแล้วยังเข้าใจกันดี เพราะบางครั้งประชาชนหรือมวลชนอาจมีการเคลื่อนไหวได้ ก็ให้ความมั่นใจกันและกัน เพราะฝ่ายกัมพูชาก็มีอยู่บ้าง แม้จะรูปแบบต่างกัน ก็ทำความเข้าใจว่าความมุ่งหมายของรัฐบาลเป็นอย่างไร และแสดงความเข้าใจธรรมชาติว่าบ้างครั้งจะมีการเคลื่อนไหวเช่นนี้

ส่วนที่มีการปลุกระดมให้นำกำลังขึ้นไปโดยไม่ฟังเสียงขอร้อง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การทำเช่นนั้นไม่เป็นผลดีกับใคร ตนอยากจะยืนยันว่าใครที่หวงแหนดินแดนอธิปไตย ต้องระวังวิธีในการปกป้อง อยากให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลและทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมองเห็นว่าแนวทางที่จะรักษาสิทธิที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือใช้กระบวนการเจรจาและยึดข้อตกลงที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่า จะไม่ให้ผู้ชุมนุมขึ้นไปบนเขาพระวิหารใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อะไรที่เป็นสิทธิก็ได้ แต่จะอธิบายให้เข้าใจว่าการขึ้นไปแล้วทำให้เกิดความเสี่ยงไม่เป็นประโยชน์กับใคร

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางการไทยและกัมพูชาพยายามแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าเป็นของตนมาเป็นสิบปีแล้ว โดยมีการเจรจากัน และมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องการปักปันเขตแดน

"เราต้องมองภาพให้ชัด ถ้าคนเขมรบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินไทย แน่นอนผมก็ต้องใช้ทุกอย่าง ไม่ใช่แก๊สน้ำตา ผมก็คงยิงเอาบ้าง เพราะมันบุกรุกประเทศไทย เหมือนกันถ้าคนของเราบุกรุกประเทศเขามันก็ต้องเป็นปัญหา ดังนั้นอย่ากระพือข่าวในลักษณะเป็นการสร้างความตึงเครียดหรือความรู้สึกกดดันให้คนทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหากัน ผมเชื่อว่ารัฐบาลและประชาชนชาวเขมรก็อยากจะเป็นมิตรกับประเทศไทย เหมือนที่เราอยากเป็นมิตรกับเขา ไม่อยากให้มีปัญหาชายแดน ดังนั้นการดำเนินการใดๆ ของฝ่ายพันธมิตรฯ ก็ต้องไม่ไปทำให้เกิดสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากัน" นายสุเทพกล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาเตรียมแก๊สน้ำตาและสุนัขตำรวจคอยจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่บุกเข้าพื้นที่

"การชุมนุมเป็นสิทธิ จะไปปราศรัยตำหนิรัฐบาลอย่างไรก็ได้ แต่อย่าไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เช่น บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชาเพราะจะทำให้เกิดปัญหา และอาจถูกจับกุม หรือทำร้ายเอาได้ หากใช้อารมณ์บุกเข้าไปในฝั่งกัมพูชา ก็จะทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องยุ่งยากแน่" นายสุเทพกล่าว

ส่วนที่มีข่าวว่ามีบริษัทน้ำมันไปขอสัมปทานน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนนั้น นายสุเทพยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง มีทั้งบริษัทไทยและกัมพูชาที่ได้รับอนุมัติใบอนุญาตไปแล้ว โดยในส่วนของไทยก็อนุมัติไป 4-5 บริษัทแล้ว แต่เข้าไปขุดเจาะไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อนุญาต จึงคาราคาซังกันอยู่ หากบรรยากาศดีๆ ตนก็อยากจะชวนให้มานั่งคุยปรึกษากัน เพื่อให้หุ้นกันทำเหมือนกับมาเลเซียและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯ กัมพูชาเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนตุลาคม ก็คงได้พูดคุยกัน

ส่วนนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่เจรจากันได้ ซึ่งรัฐบาลน่าจะพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้ชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติในการเจรจาผลักดันชาวกัมพูชาที่รุกล้ำดินแดนของไทย โดยเฉพาะเรื่องกรอบการใช้เวลาว่าจะนานเท่าใดและภาคประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร หลังจากนั้นรัฐบาลทำข้อตกลงหรือชี้แจงกับผู้ชุมนุมเรื่องทุกอย่างก็จะจบ ในเบื้องต้นอยากให้รัฐบาลดูเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม เพราะอาจจะมีการสร้างสถานการณ์จากผู้ไม่หวังดีได้ ส่วนแกนนำพันธมิตรฯ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าให้ช่วยกันดูแลเรื่องความปลอดภัย

ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า ทางออกเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องถือเอาเรื่องนี้เป็นวาระ ที่ผ่านมานายกฯ พูดเพียงว่าเรายังไม่เสียดินแดน แต่ว่าข้อเท็จจริงที่นายวีระ สมความคิด ไปตรวจสอบในพื้นที่พบชัดเจนว่ามีการรุกล้ำพื้นที่จริง นายกฯ ควรจะทำให้ชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติหรือวิธีที่จะเจรจากันอย่างไร อย่าปล่อยให้กัมพูชารุกล้ำอย่างนี้เรื่อยๆ จะทำให้ดุลอำนาจการเจรจาของไทยเสีย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกัมพูชา เพราะไทยไม่ได้ทำอะไรเลย

"ศรีศักร" ย้ำไม่ใช่ทวงคืนเขาพระวิหาร แต่ต้องทวงดินแดน 4.6 ตร.กม.กลับมา
เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ไทย ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ภูมิวัฒนธรรมกับการจัดการพิพิธภัณฑ์เพื่อการทอ่งเที่ยว” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก โดยได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์เขาพระวิหาร ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ ว่า คนไทยพูดแต่เขาพระวิหาร แต่ไม่พูดถึงแลนด์สเคป หรืออาณาบริเวณโดยรอบ อาทิ สระตาว และผามออีแดง

มาถึงวันนี้ต้องบอกว่า คนไทยโง่ 3 ครั้ง ถูกฝรั่งหลอก ตั้งแต่ ค.ศ.1902 ในยุคที่ฝรั่งเศสล่าอาณานิคม ซึ่งช่วงนั้นบอกได้คำเดียวว่า ต้องยอมรับสภาพ เพราะคนไทยเขียนแผนที่ไม่เป็น กระทั่งฝรั่งเศสเขียนมาให้ และเซ็นรับทราบเมื่อปี ค.ศ.1907 ซึ่งในแผนที่บอกว่า ให้ใช้สันปันน้ำ หมายถึง แนวสันเขา ที่น้ำไหลลงฝั่งใดคือประเทศนั้น ซึ่งบนสันเขานั้นมีเขาพระวิหาร แต่ไม่ใช่แลนด์สเคป หรือพื้นที่แวดล้อมทั้งหมดของเขาพระวิหาร นั่นคือ ฝรั่งหลอกไปครั้งแรก

ส่วนโง่ครั้งที่ 2 คือ คำตัดสินต่อมาที่ “ศาลโลก” ตัดสินเขาพระวิหาร ว่า เป็นของชาติใด สุดท้ายก็ตัดสินว่า เป็นของเขมร เพราะใช้สันปันน้ำ ทำให้ยุคนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงบางอ้อว่า ถูกฝรั่งหลอก เพราะมั่นใจในศาลโลก เมื่อรู้ว่า แพ้ก็ขีดเส้น ส่วนที่เสียไป คือ เฉพาะตัวพระวิหาร จากนั้น จอมพลสฤษดิ์ จึงได้ทำแนวกัน-รั้วทุกอย่าง ตามแนวสันปันน้ำ หรือ ทางลงจากเขาพระวิหาร ประกาศว่า สักวันจะต้องทวงคืนเขาพระวิหารกลับคืนมา เพราะถูกฝรั่งหลอก และที่สำคัญ ไม่ยอมรับพื้นที่ซับซ้อนหรือคำว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร

มาวันนี้ โง่ครั้งที่ 3 คือ คำว่า “มรดกโลก” กรณี นายนพดล ปัทมะ ให้เขมรขึ้นทะเบียนมรดกโลก บนเงื่อนไขผลประโยชน์ทับซ้อนสมัยทักษิณ แล้วฝรั่งก็ยังหลอก “นายปองพล อดิเรกสาร” ให้เป็นหัวเรือหลักในการพัฒนาร่วม 6 ชาติบนที่ดินเขาพระวิหาร นี่คือ ความโง่ แต่กลับทำให้คนๆ หนึ่งเหมือนฮีโร่ ทั้งที่คนในประเทศเสียหาย-เสียแผ่นดิน

“ไม่จำเป็นต้องใช้ 5-6 ชาติมาทำอะไร เพราะความโง่ ไม่เข้าใจฝรั่ง ที่เขามองเขาพระวิหาร คือ เขามองทั้งแลนด์สเคป ไม่ใช่แค่เขา เพราะแค่เขาพระวิหาร ชูตระหง่านอยู่แห่งเดียวก็ไร้ความหมาย ไม่มีทางขึ้น”

หลังยุคเขมรแดง ประจวบเหมาะกับความโลภของคนไทย ที่ต้องการแสวงหารายได้จากการท่องเที่ยว จึงเปิดบันได ปล่อยให้เขมรเข้ามายึดครองพื้นที่ หรือที่เรียกว่า พื้นที่ซับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งๆ ที่ จะมีคำว่า ทับซ้อนอีกต่อไปหากไปย้อนดู ความโง่ครั้งที่ 1 และ 2 วันนี้ เขมรยึดครอง พื้นที่ดังกล่าวโดยปฏิปักษ์

“เขมรคบคิดกับต่างชาติ สั่งคนและว่าจ้างคนของตนเข้ามาบุกยึดครอบครอง โดยมีกระทรวงต่างประเทศ และกรมแผนที่ทหาร รู้เห็นเป็นใจทุกครั้ง ว่า ด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน โดยไม่รู้ว่า ไทยเราเสียดินแดนไปแล้ว”

รัฐบาลอภิสิทธิ์ พูดถูกต้องคำเดียว คือ คัดค้านยูเนสโกประกาศเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะรู้ดีว่า เขมรขึ้นทะเบียนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาเป็นของเขมร แต่เส้นทางขึ้นเป็นของไทย ที่สำคัญ ผิดหลักการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอยู่แล้ว เพราะฝรั่งเขามองแลนด์สเคป ไม่ใช่มองเฉพาะเขาพระวิหาร

รศ.ศรีศักร บอกอีกว่า กองทัพไทย นี่ถือว่า แย่ที่สุด ทำไมปล่อยให้เขมร ครอบครองพื้นที่บริเวณทางขึ้นเขาพระวิหาร โดยอ้างว่า เป็นการพัฒนาร่วมทั้งสองประเทศ ทั้งๆ ที่บริเวณดังกล่าว คือ ของคนไทย แต่เขมรยึดครองโดยปฏิปักษ์

รศ.ศรีศักร กล่าวว่า การดำเนินการของ “นายวีระ สมความคิด” และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศ บุกทวงคืนดินแดนเขาพระวิหาร นั้นถูกต้องแล้ว จะต้องไปประชิดถึงแนวชายแดนไทย-เขมร สิ่งที่น่าห่วง ก็คือ กับระเบิด แต่ขอย้ำว่า ไม่ใช่ทวงคืนเขาพระวิหาร แต่จะต้องทวงคืนแดนดิน 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับคืนมาเท่านั้น อย่าหลงประเด็น และสุดท้ายบทสรุปที่สื่อ-รัฐบาลควรจะทำ คือ ทิ้งประสาทเขาพระวิหาร เอาดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับคืนมา อย่าโง่อีกเลย คนไทยจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับมรดกโลก ปล่อยให้เขมรสร้างกระเช้าขึ้น

“เสียดายที่พรรคประชาธิปัตย์คิดเป็น แต่ทำไม่เป็น ควรบอกชาวโลกไปเลยว่า ถูกหลอกตั้งแต่สันปันน้ำ พูดอีกครั้งก็ได้ว่า คนไทยโง่ ถูกฝรั่งหลอกมาแล้ว 3 ครั้ง ตอนนี้อย่าสนใจเขมร สนใจแดนดินที่เป็นของไทย คือ 4.6 ตารางกิโลเมตร”

ด้านเว็บไซต์ไทยโพสต์ รายงานว่า หลังจากการ์ดพันธมิตรฯ หรือนักรบศรีวิชัย จำนวน 24 คน บุกยึดพื้นที่และอาศัยอยู่ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามผลักดันและขอร้องให้กลุ่มนักรบศรีวิชัยออกมาจากที่ ทำการอุทยานฯ ซึ่งได้มีการยื้อกันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดจึงยอมเดินทางออกจากที่ทำการอุทยานฯ

ที่มา: เว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์และไทยโพสต์

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์