ประชาชน 85 ประเทศร่วมเรียกร้อง หยุด ! การปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า

 
  21 ก.ย.52 - นับแต่ปี 2547 เป็นต้นมา องค์กรภาคประชาชนทั่วโลก ซึ่งร่วมกันต่อสู้กับการขยายตัวของการปลูกไม้เชิงเดี่ยวหรือ “สวนป่า” ขนาดใหญ่ ร่วมกันประกาศให้วันที่ 21 กันยายน ของทุกปี เป็น วันสากลเพื่อต่อต้านการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า (International Day Against Tree Monoculture)” โดยถือเป็นวันแห่งความพยายามที่จะช่วยกันสร้างความตระหนักในปัญหาจากการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ใน ปี 2552 นี้ ผู้คนจากทั่วโลก ได้มีคำประกาศร่วมเพื่อเรียกร้องให้ยุติการแพร่ขยายของการปลูกไม้เชิงเดี่ยว เพื่อการค้า โดยประชาชนและตัวแทนองค์กรต่างๆ จำนวน 8,429 คนจาก 85 ประเทศทั่วโลกได้ ร่วมลงนามแล้ว รวมทั้งประชาชนไทยประมาณ 250 คนจากเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ ทั้งที่รับรู้ และเคยต่อสู้กับปัญหาสวนป่าขนาดใหญ่มาแล้ว ได้ร่วมลงนามเพื่อแสดงความสมานฉันท์กับพันธมิตรทั่วโลกด้วย
 
การปลูกไม้เชิงเดี่ยวหรือ “สวนป่า” มักได้รับการส่งเสริมในนามของการ “ปลูกป่า” คำประกาศร่วมของประชาชนทั่วโลกจึงได้สรุปประเด็นเป็นห่วงที่เป็นหลักร่วมกัน เช่น การปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ทำให้ชุมชนในท้องถิ่นถูกขับออกไปจากพื้นที่ดินและผืนป่า ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมากมาย รวมทั้ง เรือกสวนไร่นาซึ่งเป็น “อธิปไตยทางอาหาร” ของชุมชนท้องถิ่น ต้องเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า กลายเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบสำหรับการส่งออก ทรัพยากรน้ำถูกล้างผลาญให้เน่าเสีย และที่ดินต้องเสื่อมโทรมลง อีกทั้งชุมชนท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วโลกต้องทนทุกข์กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับการขยายตัวของ “สวนป่า”
 
คำประกาศร่วมเพื่อต่อต้านการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ปี 2552 เน้นย้ำว่า การต่อสู้ของประชาชนทั่วโลกกำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยย้ำว่าผู้คนลุกขึ้นยืนหยัดต่อต้านการแพร่ขยายของการปลูกไม้เชิงเดี่ยว ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ จากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่ง ความเคลื่อนไหวระดับนานาชาติจึงขยายตัว และเสียงของผู้ได้รับความเดือดร้อนก้องดังยิ่งขึ้น
 
คำประกาศระบุด้วยว่า “ข้อความที่เราต้องการสื่อสารนั้นชัดเจน: สวนป่าไม่ใช่ป่า – การแพร่ขยายการปลูกไม้เชิงเดี่ยวต้องยุติ!”
 
 
ดูรายชื่อผู้ลงนามทั้งหมดได้ที่ http://www.wrm.org.uy/plantations/21_set/2009/signs.html

 

หมายเหตุ: มีปรับปรุงข้อมูลตามรายงานตัวเลขล่าสุด

เมื่่อเวลาประมาณ 15.40 น.

 
 

 
คําประกาศ
วันสากลเพื่อต่อต้านการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า
21 กันยายน 2552
หยุดการแพร่ขยายของการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า!
 
พื้นที่นับล้านเฮกแตร์ทั่วโลก กําลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทะเลทรายสีเขียวในคราบของ “ป่า” ชุมชนท้องถิ่นถูกขับออกไปจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้กับทิวแถวยาวเหยียดของไม้ยูคาลิปตัส ปาล์มน้ํามัน ยางพารา สบู่ดํา ซึ่งรุกคืบแทนที่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ อีกทั้งเรือกสวนไร่นาซึ่งมีความสําคัญต่ออธิปไตยทางอาหารของชุมชนท้องถิ่น กําลังถูกปรับให้เป็นพื้นที่ปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้าอันเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบสําหรับการส่งออกล้างผลาญทรัพยากรน้ำให้เน่าเสีย ผืนดินเสื่อมสภาพ ในขณะเดียวกัน การละเมิดสิทธิมนุษยชนก็เกิดขึ้นทุกหัวระแหง ทั้งในรูปแบบของการขับไล่ผู้คนออกจากพื้นที่ การปราบปราม การทําร้ายร่งกาย หรือแม้กระทั่งการฆาตกรรม การปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้าสร้างความความเดือดร้อนให้กับชุมชนโดยรวม และยังสร้างผลสะเทือนที่แตกต่างกันระหว่างหญิงชายด้วย โดยเพศหญิงเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด
 
แม้จะมีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการปลูกไม้เชิงเดี่ยวในประเทศต่างๆ เช่น บราซิล แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา โคลอมเบีย และสเปน แม้กระนั้น การปลูกไม้เชิงเดี่ยวกลับยังคงได้รับ การสนับสนุนจาก“ผู้เล่น” ที่มีบทบาท นับตั้งแต่องค์กรอาหารและเกษตรแห่ง สหประชาชาติ (FAO) องค์กรทวิภาคีต่างๆ เวทีการประชุมนานาชาติด้านป่าไม้(UNFF) รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ตลอดจนบริษัทให้คําปรึกษา ธนาคารเอกชน และธนาคารเพื่อการพัฒนา
 
แรงจูงใจอันแท้จริงในการขับเคลื่อนการกระทําของผู้เล่นเหล่านี้ไม่ซับซ้อนนัก หากแต่เป็นเรื่องของการฉกฉวยที่ดินของประชาชนให้กับบรรษัทที่ทําธุรกิจด้านกระดาษ ไม้ซุง ยางพารา ปาล์มน้ํามัน และถ่านชีวภาพ (*) เพื่อแสวงหาวัตถุดิบราคาถูก อันหมายถึงการเพิ่มขึ้นของผลกําไร ทั้งนี้ การบริโภคล้นเกินของผลิตภัณฑ์จากไม้เหล่านี้ โดยประเทศในซีกโลกเหนือที่ ร่ํารวย มีผลอย่างสําคัญต่อการแพรขยายของการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า
 
เมื่อมีกระแสต่อต้านของสังคมเกี่ยวกับผลกระทบของการปลูกไม้เชิงเดี่ยวเพื่อการค้า ปฏิกิริยาของบรรษัทเหล่านี้ คือการหันไปอาศัยระบบการรับรองต่างๆ เช่น FSC, PEFC,SFI, RSPO (**) ซึ่งให้ตรารับรอง “สีเขียว” ปลอมๆ เพียงเพื่อเปิดทางให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถดําเนินการต่อไปได้
 
ยิ่งไปกว่านั้น การก้าวเข้ามาของผู้เล่นจากบรรษัทใหม่ ๆ ที่มุงหวังการสร้างผลกําไรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังช่วยกระหน่ําซ้ําเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีกจากการส่งเสริมวิธีการแก้ไขปลอม ๆ ที่เรียกว่า “อ่างกักเก็บคาร์บอน” (carbon sink) ซึ่งส่งเสริมให้มีการปลูกพืชพลังงานเพื่อการผลิตน้ํามันดีเซลและเอธานอล ตลอดจนพืชตัดตอทางพันธุกรรมมากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม แผนการของบรรษัทเหล่านี้ กําลังเผชิญหน้ากับการต่อต้านที่เพิ่มมากขึ้นโดยผู้คน ที่ลุกขึ้นยืนหยัดต่อต้านการแพร่ขยายของการปลูกไม้เชิงเดี่ยว การรวมตัวกันของการต่อสู้ระดับท้องถิ่นจากหลายท้องที่ จากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่ง ทําให้ความเคลื่อนไหวระดับนานาชาติขยายตัวมากขึ้น และเสียงของผู้ได้รับความเดือดร้อนก้องดังมากขึ้น
 
ในวาระวันสากลเพื่อการต่อต้านการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในปี 2552 นี้ ข้อความที่เราต้องการสื่อสารนั้นชัดเจน: สวนป่าไม่ใช่ป่า: การแพร่ขยายการปลูกไม้เชิงเดี่ยวต้องยุติ!
 
 
-------------------------------------
(*) ถ่านชีวภาพ: ถ่านที่เอาไว้ใส่ดินเพื่อทําหน้าที่เป็นปุ๋ยและเป็นตัวเก็บกักคาร์บอน
(**) FSC (Forest Stewardship Council – คณะกรรมการรับรองมาตรฐานการปลูกป่า),
PEFC (Programme for the Endorsement of Forest Certification schemes – โปรแกรม
เพื่อการให้การรับรองมาตรฐานการปลูกป่า), SFI (Sustainable Forestry Initiative -
โครงการเพื่อการป่าไม้ที่ยั่งยืน), RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil - การ
ประชุมโต๊ะกลมเพื่อการปลูกสวนปาลมน้ํามันอย่างยั่งยืน)
 
* หมายเหตุ- การแปลศัพท์เฉพาะบางคํา อาจแตกต่างจากผู้ใช้อื่น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ หากเกิดความสับสน
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์