เครือข่ายค้านโรงไฟฟ้าไอพีพี จี้รัฐปล่อยตัว 3 แกนนำปิดถนนขวางโรงไฟฟ้าหนองแซง

26 ก.ย.52 เครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตำบลเขาหินซ้อน (คตฟ.) ร่วมกับเครือข่ายพลังงานสีเขียวอำเภอสนามชัยเขต (คพข.) กลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอสนามชัยเขต และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดฉะเชิงเทรา เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านโครงการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และประชาชนชาวไทย เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดละเมิดสิทธิประชาชนในการชุมนุมอย่างสันติ หยุดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม คืนอิสระภาพแก่แกนนำกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ อ.หนองแซง จ.สระบุรี และต้องรับผิดชอบยุติการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม สร้างกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมต่อประชาชน

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ย.52 ที่กลุ่มชาวบ้านหนองแซง อ.หนองกบ จ.สระบุรี รวมตัวกันปิดถนนพหลโยธิน ทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 99 ต.หนองนาก อ.หนองแค เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างในพื้นที่ ต.หนองแซง จ.สระบุรี ซึ่งโครงการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะชำนาญการฯ และมีมติให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาโดย เนื่องจากหวั่นเกรงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อชุมชน

ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวประณามการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม คุกคามและลิดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชาชนในการชุมนุมเรียกร้องโดยสันติวิธี ด้วยการรออกหมายจับแกนนำและจับกุมแกนนำในการชุมนุม จำนวน 3 คน ไปกักขังโดยไม่ยินยอมให้ประกันตัว โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหา คืนอิสระภาพและความเป็นธรรมให้แก่แกนนำและกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าโดยเร่งด่วน

อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทบทวนและยุติโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี ที่เป็นการลงทุนเกินจริง โดยระบุว่าประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าเกินความต้องการถึง 39 เปอร์เซ็นต์ การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มสร้างภาระแก่ประชาชนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง โครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ สร้างมลพิษทำลายสภาพแวดล้อม ทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน รัฐต้องทบทวนนโยบายพลังงานที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม หยุดโครงการพลังงานที่คุกคามพื้นที่เกษตรกรรม อันเป็นการทำลายความมั่นคงทางอาหารของชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ มิฉะนั้นภาพการชุมนุมคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายตัวออกไปไม่รู้จบ

“หยุดมองประชาชนเป็นศัตรู เคารพสิทธิของประชาชน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม” แถลงการณ์ระบุ

 

 

 
แถลงการณ์จากเครือข่ายคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้า ไอ พี พี
 
ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและพี่น้องประชาชนชาวไทย
 
รัฐต้องหยุดละเมิดสิทธิประชาชนในการชุมนุมอย่างสันติ หยุดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม คืนอิสระภาพแก่แกนนำกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี รัฐบาลต้องรับผิดชอบยุติการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม สร้างกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมต่อประชาชน
 
 
ข่าวเหตุการณ์ที่พี่น้องชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างในพื้นที่ตำบลหนองแซง จังหวัดสระบุรี ได้ชุมนุมปิดถนนสายพหลโยธินตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2552 และได้ยุติการชุมชนในวันที่ 25 กันยายน 2552 เพื่อแสดงตัวตนของชาวบ้านที่เป็นเหยื่อของการพัฒนาที่ไม่เป็นธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป้นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน ไม่เคารพสิทธิในวิถีการดำรงชีพอย่างพอเพียงและความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรทางการเกษตร และไม่สำนึกบุญคุณของชาวบ้านที่ผลิตอาหารเลี้ยงสังคมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานและเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญต้องอนุรักษ์เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในอนาคต
 
การชุมนุมเรียกร้องให้รัฐรับรู้ปัญหาความเดือดร้อนและทำบทบาทหน้าที่ในการดูแลแก้ไข ปกป้องคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมต่อชาวบ้านและสิทธิของชุมชนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 การชุมนุมปิดถนนของชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนไม่มีทางเลือก บทเรียนความทุกข์ความสูญเสียของชาวบ้านที่แม่เมาะและชาวบ้านจังหวัดระยองจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมต่อเนื่องในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ขาดการดูแลแก้ไขและเยียวยาฟื้นฟูอย่างจริงจังและจริงใจจากรัฐและความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการ ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันลุกขึ้นปกป้องสิทธิชุมชนในการดูแลพื้นที่เกษตรกรรมไม่ให้ถูกทำลายจากโครงการพลังงานขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 โครงการโรงไฟฟ้า ไอ พี พี ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ปี 2550 – 2564 ของประเทศไทย ประกอบด้วย โรงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดระยอง โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ อำเถอหนองแซง จังหวัดสระบุรี โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทราและโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตำบลเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
 
การต่อสู้ของชาวบ้านผ่านกลไกและกระบวนการตามขั้นตอนราชการโดยการยื่นหนังสือร้องเรียน คัดค้านต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในทุกระดับในท้องถิ่นถึงหน่วยงานรัฐในระดับนโยบาย ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วุฒิสภา การเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่คำตอบที่ชาวบ้านได้รับคือการอนุมัติเห็นชอบผ่านรายงาน อี ไอ เอ ของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในพื้นที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอำเภอหนองแซงต้องชุมนุมปิดถนน เพื่อรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายลงเจรจาปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวบ้าน การชุมนุมของชาวบ้านไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ศาลและตำรวจกลับใช้อำนาจทางกฎหมายดำเนินการออกหมายจับแกนนำและจับกุมแกนนำ จำนวน 3 คน ไปกักขังโดยไม่ยินยอมให้ประกันตัว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรม มองชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็นศัตรูของรัฐ กระทำการที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ลิดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและได้ปลูกฝังความเกลียดชังรัฐที่ใช้อำนาจทางกฎหมายบีบบังคับชาวบ้านผู้เดือดร้อน ตลอดจนเป็นการกระทำที่สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับรัฐให้กว้างออกไปยิ่งขึ้น
 
เครือข่ายผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้า ไอ พี พี ขอประณามการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม คุกคามและลิดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชาชนในการชุมนุมเรียกร้องโดยสันติวิธี ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ เวชชาชีวะต้องรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหา คืนอิสระภาพและความเป็นธรรมให้แก่แกนนำและกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรีอย่างจริงจังโดยเร่งด่วน
 
เครือข่ายผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าไอ พี พี ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทบทวนและยุติโครงการโรงไฟฟ้าไอ พี พี ที่เป็นการลงทุนเกินจริงประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าเกินความต้องการถึง 39 % การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มสร้างภาระแก่ประชาชนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง โครงการโรงไฟฟ้า ไอ พี พี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ สร้างมลพิษทำลายสภาพแวดล้อม ทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน รัฐต้องทบทวนนโยบายพลังงานที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม หยุดโครงการพลังงานที่คุกคามพื้นที่เกษตรกรรม อันเป็นการทำลายความมั่นคงทางอาหารของชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ มิฉะนั้นภาพการชุมนุมคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายตัวออกไปไม่รู้จบ หยุดมองประชาชนเป็นศัตรู เคารพสิทธิของประชาชน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม
 
 
 วันที่ 26 กันยายน 2552
 
เครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตำบลเขาหินซ้อน ( คตฟ. )
เครือข่ายพลังงานสีเขียวอำเภอสนามชัยเขต ( คพข. )
กลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอสนามชัยเขต
เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
 
 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์