แรงงานถูกหลอกไปเก็บผลไม้ป่านัดรับเงินชดเชยนัดแรก มึนสัญญา ‘ดูถูก-เอาเปรียบ’ คืนเงิน ฉีกสัญญาทิ้ง

สมาชิกเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ ที่ถูกบริษัทนายหน้าหลอกให้ไปเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดน ได้เดินทางไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อรับเงินจากบริษัทหลังจากที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่พบว่าในรายละเอียดของสัญญาการรับเงินชดเชยไม่เหมือนที่ตกลงกันไว้ ขอคืนเงิน ฉีกสัญญาทิ้ง นอกจากนี้ยังมีบริษัทเงินกู้มารอรับเงินจากแรงงานอีกด้วย

 เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา สมาชิกเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ ที่ถูกบริษัทนายหน้าหลอกให้ไปเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดน ได้เดินทางไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อรับเงินจากบริษัทหลังจากที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีแรงงานที่ถูกหลอกมาร้องเรียนขอค่าชดเชยเพิ่มเติมอีกด้วย

โดยวันนี้ ผู้ที่ได้รับเงินชดเชยส่วนใหญ่ เป็นแรงงานที่ถูกบริษัทสยามโรยัล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป จำกัด จัดหาให้ไปที่สวีเดน โดยก่อนหน้านี้ได้ตกลงจะคืนเงินให้กับแรงงานคนละ 20,000 บาท รวมถึงคำนวณขาการเก็บผลไม้ก่อนกลับ โดยได้มีแรงงานส่วนหนึ่งรับค่าชดเชยไปบ้าง แต่เมื่อมีแรงงานบางส่วนตั้งข้อสังเกตของสัญญาที่ระบุไม่ตรงกับความจริง
โดยในสัญญาประนีประนอมหนี้ยอมความระบุว่าแรงงานได้ตกลงและยินยอมเดินทางไปทำงา (เก็บผลไม้ป่า) ที่ประเทศสวีเดนด้วยความสมัครใจ โดยมิได้เกิดจากการหลอกลวงของบริษัทฯ แต่อย่างใด และการไปทำงานที่สวีเดนก่อนที่แรงงานจะตัดสินใจเดินทางไปทำงานนั้นได้ทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพการทำงาน , สภาพภูมิอากาศซึ่งประเทศสวีเดนมีอากาศหนาวเย็น หิมะปกคลุมกว่า 5 เดือน , ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป , ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเช่ารถและค่าน้ำมันซึ่งใช้ในการทำงาน , รายได้ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่เก็บได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความขยัน ไม่มีเงินเดือน โดยบริษัทได้เตือนทุกคนแล้วว่า คนขี้เกียจ คนที่ไม่ชอบความหนาวเย็น คนที่กินยากอยู่ยาก คนที่ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย คนที่จ่ายเงิน(ค่าบริการ) มากเกินกว่าอัตรากำหนด (ไปแล้วไม่คุ้ม) และคนที่ชอบเล่นการพนันและดื่มสุรา บุคลที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ควรไป
โดยในสัญญาประนีประนอมหนี้ยอมความยังระบุไม่ให้แรงงานติดใจเอาความดังนี้
ข้อที่ 1. ฝ่ายที่ 2 (แรงงาน) ไม่ติดใจฟ้องร้องดำเนินคดีหรือเรียกร้องใดๆทั้งในทางแพ่งและทางอาญากับฝ่ายที่ 1 (บริษัท) อีกต่อไป
ข้อ 2. หากฝ่ายที่ 2 ได้มีการเรียกร้อง/ร้องเรียน/ร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ อาทิเช่น การเรียกร้อง/ร้องทุกข์ต่อรัฐสภา การเรียกร้อง/ร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) การฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน เป็นต้น และเรื่องเรียกร้อง/ร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือคดีความดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ดำเนินคดี ฝ่ายที่ 2 ตกลงที่จะไปดำเนินการถอนคำเรียกร้อง ถอนคำร้องทุกข์ หรือถอนฟ้องภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้
ข้อ 3. ฝ่ายที่ 2 สัญญาว่าหากหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเรียก หรือมีหมายเรียกให้ฝ่ยที่ 2 ไปเป็นพยานหรือถ้อยคำใดๆ ฝ่ายที่ 2 จะแถลงต่อหน่วยงานของรัฐว่าตนไม่ติดใจเรียกร้องหรือไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งในทางแพ่งและทางอาญาเอากับฝ่ายที่ 1 อีกต่อไป
ข้อ 4. การตกลงตามสัญญาประนีประนอมความนี้ให้ถือว่าสิทธินำคดีอาญญามาฟ้องของฝ่ายที่ 2 ได้ระงับสิ้นไปแล้ว
ข้อ 5. หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ยินยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง/ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที
โดยหลังจากที่มีการท้วงติง แรงงานบางส่วนได้ทำการคืนเงินชดเชยที่บริษัทฯ จ่ายให้ และฉีกสัญญาทิ้ง เพราะไม่พอใจสัญญา ทำให้บริษัทฯ ได้ขอร้องให้แรงงานไปทำการเจรจาที่บริษัทฯ แต่ทางเครือข่ายไม่ยินยอมและจะร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ยังพบเจ้าหนี้บางรายได้มาดักรอแรงงานหน้าห้องเจรจาเพื่อรอรับเงินจากแรงงานที่พึ่งได้รับค่าชดเชย
 

 
สัญญาประนีประนอมหนี้ยอมความ
 
ทำที่ กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี ดินแดง
 กรุงเทพมหานคร
 
 วันที่ 15 ตุลาคม 2552
 
สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง บริษัท สยาม โรยัล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป จำกัด โดยนางพิมพ์ระดี มุกแก้ว สำนักงานตั้งอยู่ที่ 1032/172-3 ซอยร่วมศิริมิตร ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ต่อไปสัญญานี้เรียกว่า “ฝ่ายที่ 1” กับ นาย/นาง/นางสาว XXXXXXX อยู่บ้านเลขที่ XXX หมู่ที่ XXX ต.XXX อ.XXX จ.XXX
บัตรประจำตวประชาชนที่ XXXXXXXXXXXXXX ต่อไปสัญญานี้เรียกว่า”ฝ่ายที่ 2” ซึ่งฝ่ายที่ 2 และพวกคนอื่น ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า ฝ่ายที่ 2 ได้ตกลงและยินยอมเดินทางไปทำงา (เก็บผลไม้ป่า) ที่ประเทศสวีเดนด้วยความสมัครใจ โดยมิได้เกิดจากการหลอกลวงของฝ่ายที่ 1 แต่อย่างใด และฝ่ายที่ 2 จะตัดสินใจเดินทางไปทำงานนั้น ฝ่ายที่ 2 ได้ทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพการทำงาน , สภาพภูมิอากาศซึ่งประเทศสวีเดนมีอากาศหนาวเย็น หิมะปกคลุมกว่า 5 เดือน , ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป , ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเช่ารถและค่าน้ำมันซึ่งใช้ในการทำงาน , รายได้ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่เก็บได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความขยัน ไม่มีเงินเดือน และฝายที่ 1 ได้เตือนทุกคนแล้วว่า คนขี้เกียจ คนที่ไม่ชอบความหนาวเย็น คนที่กินยากอยู่ยาก คนที่ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย คนที่จ่ายเงิน(ค่าบริการ)มากเกินกว่าอัตรากำหนด(ไปแล้วไม่คุ้ม) และคนที่ชอบเล่นการพนันและดื่มสุรา บุคลที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ควรไป และฝ่ายที่ 1 ยังได้ชี้แจงเกี่ยวกับการเก็บ การขายผลไม้ป่า และราคาว่าอาจจะต่ำกว่าปีก่อนๆซึ่งฝ่ายที่ 2 ก็รับทราบ อกทั้งฝ่ายที่ 1 ยังได้จัดเตรียมเสื้อแจ็กเก็ต และใส่เก็บผลไม้ และเสื้อกั๊กสะท้อนแสงรวมทั้งกระเป๋าและกล่องอาหารให้แก่ฝ่ายที่ 2 และก่อนดินทางฝ่ายที่ 2 ยังได้รับทราบการอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานอีกด้วย ฝ่ายที่ 2 จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดน แต่ปรากฎว่าเมื่อฝ่ายที่ 2 เดินทางไปทำงาน ณ ปนะเทศสวีเดน ** และได้ทำงานเก็บผลไม้ป่าได้ระยะหนึ่งแล้ว ฝ่ายที่ 2 ไม่ประสงค์จะเก็บผลไม้ต่อไป จึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดโดยสมัครใจ **ซึ่งความผิดดังกล่าวไม่ได้เป็นความผิดของฝ่ายที่ 1 แต่ปรากฎว่าฝายที่ 2 ได้ดำเนินการเรียกร้อง/ร้องเรียน/ฟ้องร้องต่อหน่วยงานของรัฐเพราะความเข้าใจผิด ต่อมาได้มีการชี้แจงและทำความเข้าใจระหว่างฝ่ายที่ 1 และฝ่ายที่ 2 จนเป็นที่เข้าใจกัน ฝ่ายที่ 2 จึงได้ขอให้ฝ่ายที่ 1 ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแก่ฝ่ายที่ 2 เพื่อมนุษยธรรมอันดี ฝ่ายที่ 1 จึงตกลงให้ความช่วยเหลือแก่ฝ่ายที่ 2 เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ในวันนี้ฝ่ายที่ 2 ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนดังกล่าวไปจากฝ่ายที่ 1 ถูกต้องครบถ้วนแล้ว และเพื่อระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นและมีขึ้นได้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน จึงได้ตกลงกันดังต่อไปนี้
 
ข้อที่ 1. ฝ่ายที่ 2 ไม่ติดใจฟ้องร้องดำเนินคดีหรือเรียกร้องใดๆทั้งในทางแพ่งและทางอาญากับฝ่ายที่ 1 อีกต่อไป
 
ข้อ 2. หากฝ่ายที่ 2 ได้มีการเรียกร้อง/ร้องเรียน/ร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ อาทิเช่น การเรียกร้อง/ร้องทุกข์ต่อรัฐสภา การเรียกร้อง/ร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) การฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน เป็นต้น และเรื่องเรียกร้อง/ร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือคดีความดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ดำเนินคดี ฝ่ายที่ 2 ตกลงที่จะไปดำเนินการถอนคำเรียกร้อง ถอนคำร้องทุกข์ หรือถอนฟ้องภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้
 
ข้อ 3. ฝ่ายที่ 2 สัญญาว่าหากหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเรียก หรือมีหมายเรียกให้ฝ่ยที่ 2 ไปเป็นพยานหรือถ้อยคำใดๆ ฝ่ายที่ 2 จะแถลงต่อหน่วยงานของรัฐว่าตนไม่ติดใจเรียกร้องหรือไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งในทางแพ่งและทางอาญาเอากับฝ่ายที่ 1 อีกต่อไป
 
ข้อ 4. การตกลงตามสัญญาประนีประนอมความนี้ให้ถือว่าสิทธินำคดีอาญญามาฟ้องของฝ่ายที่ 2 ได้ระงับสิ้นไปแล้ว
 
ข้อ 5. หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ยินยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง/ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ทันที
 
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญานี้โดยถี่ถ้วนแล้วจึงได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยาน ณ วันที่และสถานที่ที่ได้ระบุไว้ข้างต้น สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกันให้คู่สัญญาเก็บไว้คู่ละฉบับ
 
 
 
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงปัญหาแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศสวีเดนจำนวน 400 คน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีจ่ายค่าดำเนินการจัดส่งไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน ว่า แรงงานไทยจำนวน 101 คน ที่เป็นลูกจ้างบริษัทสินซันชายจำกัด จะได้รับเงินคืนคนละ 22,000 - 51,321 บาท โดยนายจ้างจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ส่วนบริษัททีเอสลอว์ แอนด์บิสซิเนส จำกัด ได้ขอเจรจาแรงงานไทยเป็นรายบุคคล จำนวน 36 คน และเจรจาเป็นกลุ่มจำนวน 65 คน พร้อมนัดเจรจาเพิ่มอีกครั้งในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ เพราะต้องการจะเจรจากับบริษัทในสวีเดนก่อน สำหรับบริษัทสยามโรยัล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป จำกัด ได้ตกลงจะคืนเงินให้กับแรงงานคนละ 20,000 บาท ทั้งนี้ ทั้ง 3 บริษัทจัดส่งแรงงานต้องจ่ายเงินคืนให้กับแรงงาน รวมแล้วเกือบ 10 ล้านบาท และกระทรวงแรงงานเตรียมหารือกับสมาคมรับซื้อผลไม้สวีเดน ในต้นเดือนหน้า เพื่อหามาตรการในการประกันความเสี่ยงของแรงงานไทยในการเดินทางไปเก็บผลไม้ ป่าที่สวีเดนในปีหน้า
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์