เปิดจุดผ่อนปรน ‘น้ำเพียงดิน’ ธุรกรรมผลประโยชน์ของใคร

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ก่อนหน้านี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 11 สิงหาคม 2552 ระบุว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ขอเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าชายแดนไทย-พม่า บ้านน้ำเพียงดิน โดยนำเสนอร่างประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องการเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าชายแดนไทย-พม่า บ้านน้ำเพียงดิน บริเวณบ้านห้วยเดื่อหมู่ที่ 3 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา 

ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.ย.52 ที่บริเวณสถานีตำรวจภูธรบ้านน้ำเพียงดิน ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ประกอบพิธีเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านน้ำเพียงดินขึ้น โดยทางพม่าได้ส่งนายหม่องตา นายอำเภอแม่แจ๊ะ จังหวัดลอยก่อ ประเทศพม่า และ พ.ท.ส่วยมน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกะเหรี่ยงคะยา (กลุ่มดาวแดง) และคณะผู้ติดตามจำนวน 10 คน เดินทางมาเข้าร่วมงานด้วย
 
นายธงชัย วงษ์เหรียญทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่า จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยอยก่อ ประเทศพม่า เพื่อร่วมเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางชายแดนบ้านน้ำเพียงดิน หมู่ที่ 3 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะเริ่มพิธีเปิดจุดผ่อนปรน ฯ ในเวลา 14.00 น วันที่ 24 กันยายน 2552 ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการขาดแคลนเครื่องอุปโภค-บริโภคของราษฏรตามแนวายแดนและสอดคล้องกับเป้าประสงค์ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการสนับสนุนให้เพิ่มมูลค่าสินค้าด้านการชายแดน การสร้างความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น ควบคู่กับการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-พม่า
 
สำหรับการเปิดจุดผ่อนปรนบ้านน้ำเพียงดิน ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กำหนดระหว่างเวลา 08.00-16.00 น ทุกวัน โดยอนุญาตให้ราษฏรจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้า-ออก เพื่อซื้อ-ขายเครื่องอุปโภค บริโภค ต่างๆได้โดยทางน้ำเท่านั้น โดยให้ซื้อแลกเปลี่ยนสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค มูลค่าไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้ามตามกฏหมาย และให้หน่วยงานด้านความมั่นคงสอดส่องดูแลและตรวจสอบบุคคลและสินค้าดังกล่าว
 
ด้าน พ.ท.ส่วยมน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกะเหรี่ยงคะยา (กลุ่มดาวแดง) ซึ่งเป็นกลุ่มหยุดยิงกับพม่าเปิดเผยว่า การเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านน้ำเพียงดินครั้งนี้ ราษฎรพม่า-ไทย สามารถทำการค้าร่วมกันได้ อย่างไรก็ตามการที่จะอนุญาตให้พ่อค้าไม้ไทยเข้าไปสัมปทานทำไม้ในพื้นที่รัฐคะยานั้น จะต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลพม่าก่อนจึงจะสามารถเข้าไปทำได้ 
 
นายสุพจน์ กลิ่นปราณีต ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เป็นแนวทางที่ดีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดเปิดจุดผ่อนปรนช่องทางบ้านน้ำเพียงดิน แต่ต้องดูท่าทีว่าเป็นเรื่องการค้าชายแดนหรือเรื่องการท่องเที่ยว
 
อย่างไรก็ตามจะสอดคล้องกับทางหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือไม่จะเชิญภาครัฐและภาคเอกชนพม่ามาประชุมกับหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ เพื่อหาข้อสรุปการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวทั้งสองประเทศ
 
จุมพฏ สายหยุด เคยเล่าไว้ในบทความว่า หากเราย้อนประวัติศาสตร์พระนเรศวรเป็นเจ้าทรงทำยุทธหัตถีมีชัยเหนือพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี ทุกวันนี้พระนาม ‘พระองค์ดำ’ ยังเป็นครั่นคร้ามยำเกรงในหมู่ทหารไทย พม่า คะยา มอญ ไทยใหญ่ ทรงเป็นสัญลักษณ์และหลักชัยแห่งความกล้าหาญ และอิสรภาพ หนึ่งในบรรดามรดกที่บรรพชนของไทยได้มอบไว้ให้กับคนรุ่นหลังคือ ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แนวชายแดนด้านตะวันตก พื้นที่มีความซับซ้อนที่สุด นับตั้งแต่ชนกลุ่มน้อย ยาเสพติด มหาอำนาจ การค้าชายแดน จากพระนเรศวรเป็นเจ้าจนถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้วนแต่ทรงมีพระบรมราโชบายต่อแนวชายแดนด้านตะวันตกที่เป็นแนวทางชนรุ่นหลัง ได้รู้จักแยกมิตร แยกศัตรู แยกผลประโยชน์ของตน ผลประโยชน์ชาติ หากประวัติศาสตร์สอนเราได้ เราก็จะทราบว่า เมื่อใดที่คนไทย หลงในอามิส และผลประโยชน์ส่วนตนเหนือประเทศชาติ ลืมมิตร ลืมศัตรู เมื่อนั้นคือหายนะ ทุกวันนี้อามิสสินจ้างไม่ต้องมาจากคู่ศึก คู่สงครามแต่อย่างใด มันสามารถมาได้ในรูปสัมปทานทั้งบนฟ้า และบนดิน การร่วมลงทุน การค้าชายแดน หรือ ธุรกรรมอะไรก็ได้
 
ผู้ที่ได้ติดตามสถานการณ์ตามชายแนวแดน คงจำกันเหตุการณ์การสู้รบครั้งใหญ่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ฝั่งรัฐคะยา ติดกับอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเมื่อเดือนมกราคม 2548 ทหารพม่ายิงถล่ม KNPP ด้วยกระสุนปืน ค.81 สามร้อยกว่านัด และมีตกเข้ามาในฝั่งไทย ชาวบ้านชายแดนแม่ฮ่องสอนเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะบ้านแม่ส่วยอู ทางพม่าได้เคลื่อนทัพ 7 กองพัน ขึ้นมาในบริเวณชายแดนรัฐกะเหรี่ยงและในพื้นที่รัฐคะยาและจากนั้นได้มีการสู้รบอย่างหนัก โดยพม่าใช้สงครามตัวแทน กลุ่มที่ใช้รบกับ KNPP มีทั้งปะโอ และที่สำคัญคือกลุ่มคะยาด้วยกันเอง คือกลุ่มคะยาดาวแดง ที่เคยเป็นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) และค้ายา
 
การสู้รบกับ KNPP ครั้งนั้น มีการส่งน้ำส่งเสบียงให้พม่าและคะยาดาวแดงจากแนวร่วมที่ได้รับผลประโยชน์จากการค้าชายแดน และสัมปทาน การสู้รบครั้งนั้นเป็นไปเพื่อธุรกิจชายแดน เป้าหมายหลักคือเพื่อเปิดจุดค้าขายบ้านน้ำเพียงดิน โดยใช้เป็นแหล่งค้าขายผ่านด่านทั้งอัญมณี สินค้า แร่ธาตุไม้สัก วัวควาย สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเกิดข้อตกลงกันว่าหากจะเปิดด่านบ้านน้ำเพียงดินทำธุรกิจระหว่างกัน ต้องตีกองกำลังคะยา (KNPP) ให้แตกให้ได้ งานนี้จึงกลายเป็นงานรุมกินโต๊ะรอบทิศ และนี่คือ นายทุนไทยได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ช่วยเหลือกองทัพพม่า เพื่อผลประโยชน์ด้านการค้าชายแดน มีชาวบ้านอพยพหนี แต่โดนผลักดันให้กลับ เพื่อปิดข่าว และไม่มีการประท้วง แต่ทั้งหมดนี้คือ ‘ความเงียบ’ ซึ่งเป็น ‘ความเงียบ’ ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ธุรกิจนี้ที่ชายแดนบรรลุผล
 
คนทั่วไปอาจจะเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหาตามแนวชายแดนที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความเด็ดขาดของผู้นำฝ่ายไทย โดยข้อเท็จจริงแล้วเป็นความร่วมมือทั้งจากประชาชนไทยทั่วไปทั้งประเทศ รวมถึงบรรดามิตรสหายที่อยู่ตามแนวชายแดนตะวันตก ที่เขาเป็นมิตรแท้ของเรา ตั้งแต่ยุคสมเด็จพระนเรศวรแล้วไม่มีใครไม่เห็นด้วย หรือคัดค้านนายทุน หรือผู้คนคิดจะทำมาค้าขายอยู่แล้ว แต่หากจะนำผลประโยชน์ทางธุรกิจไปแลกเปลี่ยนหรือต่อรองกับความมั่นคงทางชายแดน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนตะวันตกทีผ่านมา อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยตรวจสอบสถานการณ์และให้ความคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย อย่างที่ได้เคยทำทุกครั้ง
 
ถ้ารัฐบาลต้องการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายและปัญหาตามแนวชายแดนด้านตะวันตก ผู้นำการเมืองไทยต้องยืนระยะ และจัดระเบียบผลประโยชน์และธุรกรรมระหว่างไทยกับพม่าให้เหมาะสมในทุกระดับตั้งแต่ผลประโยชน์บนอวกาศ บนดิน การร่วมลงทุน จนถึงการต้อนวัว ต้อนควาย ต้องแยกแยะ อย่าให้ใครไปเอาเป็นเครื่องต่อรอง แลกเปลี่ยน เพราะมันคือความอยู่รอดของชาติและลูกหลานของเรา อย่าได้เขียนด้วยมือและลบด้วยเท้า ‘ดวงวิญญาณบรรพชน ที่แนวรบตะวันตกเฝ้าดูอยู่’
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์