คนงานถูกหลอกไปสวีเดน โร่แจ้ง DSI เอาผิดขบวนการตุ๋นแรงงาน

เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เร่งรัดเอาผิดกับบริษัทนายหน้าที่หลอกลวงจัดส่งคนไปเก็บผลไม้ที่สวีเดนหลังประนอมความกันไม่ได้เนื่องจากบริษัทให้เซ็นต์สัญญาประณีประนอมที่บิดเบือนกับความเป็นจริง และยังดูถูกเอาเปรียบคนงาน

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 52 เวลาประมาณ 10.00 น. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศประมาณ 50 คน ได้ไปรวมตัวกันที่สำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เร่งรัดเอาผิดกับบริษัทนายหน้าที่หลอกลวงจัดส่งคนไปเก็บผลไม้ที่สวีเดน โดยมี พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงมารับหนังสือร้องเรียนของแรงงาน
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา สมาชิกเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ ที่ถูกบริษัทนายหน้าหลอกให้ไปเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดน ได้เดินทางไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อรับเงินจากบริษัทฯ แต่เมื่ออ่านในสัญญาประนอมความของบริษัทนายหน้าแล้วพบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริง มีถ้อยความดูถูกและเอาเปรียบแรงงาน ทำให้แรงงานไม่พอใจและได้มาร้องเรียนต่อ DSI ในวันนี้ (อ่าน: แรงงานถูกหลอกไปเก็บผลไม้ป่านัดรับเงินชดเชยนัดแรก มึนสัญญา ‘ดูถูก-เอาเปรียบ’ คืนเงิน ฉีกสัญญาทิ้ง)

 
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานที่ต่างประเทศ
 
149 ลาดพร้าว 64, แยก 5, ถนนลาดพร้าว, วังทองหลาง, กรุงเทพฯ 
โทรศัพท์:  +662 933 9492  +662 933 9492 , แฟกซ์:  + 66 2 933 9493  + 66 2 933 9493
 
16 ตุลาคม 2552
กรมสอบสวนพิเศษ
กระทรวงยุติธรรม
เลขที่ 128 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
 
เรียน อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ
 
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานที่ต่างประเทศ และสมาชิกได้เดินทางมายังกรบสอบสวนพิเศษ (DSI) เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการสอบสวนความไม่ชอบมาพากล และการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับสี่บริษัทจัดหางานที่ได้รับสัมปทานส่งคนงานไทยไปเก็บผลไม้ที่สวีเดนในปี 2552
 
ทั้งนี้ 4 บริษัท ได้ส่งแรงงานไปสวีเดนโดยทยอยเดินทางไปตั้งแต่เดือน พฤษภาคม สิงหาคม 2552 โดยจัดส่งคนงาน จำนวน 5,911 คน โดยแยกเป็นดังนี้
 
· บริษัท สยามโรยัล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป จำกัด จำนวน 2,372 คน
· บริษัท สินซันชาย จำกัด จำนวน 1,668 คน
· บริษัท ไทย บลูเบอรี่ เซอร์วิส จำกัด จำนวน 738 คน
· บริษัท ที.เอส.ลอว์. แอนด์ บิสซิเนส จำกัด จำนวน 1,133 คน
 
โดยคนงานต้องเสียค่าบริการในการจัดส่งแรงงานเหล่านี้ให้กับบริษัทต่างๆ เป็นเงิน 75,000-120,000 บาท ด้วยความเชื่อที่ได้รับจากการประชาสัมพันธ์ทั้งจากสาย จากบริษัท และจากเจ้าที่กรมการจัดหางานว่าพวกเขาจะได้รับเงินกลับบ้าน(หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าบริการแล้ว) คนละ 100,000-300,000 กว่าบาท
 
ปรากฏว่ารายได้ที่เคยได้เช่นหลายปีที่ผ่านมาในช่วงที่คนงานเดินทางไปเก็บผลไม้ในรูปแบบวีซ่านักท่องเที่ยว (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องและค่าตั๋วเครื่องบินคนละประมาณ 40,000 บาท) กับการไปโดยผ่านระบบบริษัทจัดหางานนั้นต่างกันถึงกว่าเท่าตัว (75,000 – 120,000 บาท)
 
ยิ่งกว่านั้น นอกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องที่สูงกว่าเท่าตัว ค่าใช้จ่ายในประเทศสวีเดนในระบบจัดการโดยบริษัทนายหน้าทั้งที่ประเทศไทยและประเทศสวีเดนก็สูงกว่าในอดีตที่เคยไปกันเองเป็นอย่างมากอีกเช่นกัน จากที่เคยจ่ายเดือนละประมาณ 2,500 Kronor (12,000 บาท) ก็กลายเป็นวันละ 250 Kronor หรือตกเดือนละ 33,750 บาท (7,500 kronor) และค่าผลไม้ที่เคยได้ไม่ตำกว่า 20 kronor/กก. ก็ตกลงมาเหลือเพียง 8-14 kronor/กก. ทั้งๆ ที่เป็นปีที่ผลไม้ออกน้อย ซึ่งมันขัดกับหลัก “อุปสงค์-อุปทาน” ทางการตลาด
 
ผลที่เกิดขึ้นก็คือคนงานที่ไม่สามารถหาผลไม้ได้ และทนแบกรับค่าใช้จ่ายที่ติดลบที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้เดินทางกลับมาก่อนครบกำหนดสัญญา แต่แม้แต่คนงานที่อยู่จนครบกำหนดสัญญา ก็กลับมาพร้อมกับหนี้สินที่ไม่สามารถจ่ายคืนได้ เพราะไม่เหลือเงินติดมือกลับมาหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว
 
ทั้งนี้เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานที่ต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นองค์กรของคนงานที่ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานที่ต่างประเทศ และเป็นองค์กรที่มีระบบสมาชิก ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2550 ด้วยเป้าหมายเพื่อขจัดธุรกิจค้ามนุษย์แรงงานหน้าเลือด และสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้ได้รับผลกระทบหลายล้านคน ที่เริ่มมีการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา จึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือคนงานเหล่านี้ ที่สมัครเป็นสมาชิกของเครือข่าย นับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
 
กว่าทศวรรษ กระทรวงแรงงานได้นำเสนอด้วยความภาคภูมิใจถึงตัวเงินกว่า 50-60,000 ล้านบาทที่แรงงานไทยในต่างประเทศปีละกว่า 350,000 คน ส่งผ่านมายังธนาคารต่างๆ แต่เงินจำนวนนี้ไม่ได้ถึงมือครอบครัวทั้งหมด แต่กลับตกไปอยู่ในมือของกลุ่มนายหน้านายทุนเงินกู้นอกระบบ และบริษัทจัดหางานต่างๆ
 
การไปทำงานที่ต่างประเทศควรจะเป็นสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง ไม่ใช่ช่องทางการแสวงประโยชน์ของกลุ่มผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการในสายงานที่เกี่ยวข้อง หรือธุรกิจจัดหางาน สายและนายหน้า รวมทั้งนายทุนเงินกู้นอกระบบทั้งหลายที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด
 
การไปทำงานที่สวีเดนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2 เดือนไม่ควรถูกปล่อยให้เกิดกระบวนการค้ากำไรเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้
 
เครือข่ายฯ จึงร้องเรียนมาเพื่อให้ทางกรมสอบสวนพิเศษดำเนินการสอบสวนดังต่อไปนี้
 
1.     เพราะเหตุใด กรมการจัดหางาน โดยเฉพาะสำนักงานบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ จึงไม่ดำเนินการจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศเอง โดยเฉพาะในกรณีโอกาสงานในระยะสั้นเพียงแค่สองเดือนเช่นงานเก็บผลไม้ป่าที่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย (สวีเดน และฟินแลนด์) ทำไมกรมการจัดหางานจึงส่งโควต้าเหล่านี้ต่อไปให้บริษัทจัดหางาน ทั้งที่กรมน่าจะมีศักยภาพในการดำเนินการเรื่องนี้เอง เพื่อปกปองสิทธิประโยชน์สูงสุดให้กับคนงานไทย ในโอกาสการสร้างรายได้ในระยะเพียงสั้นๆ แค่นี้ แต่กลับกลายเป็นว่ากระบวนการนี้สร้างความยากจนในชั่วพริบตาให้กับหลายพันครอบครัวจากอีสานและภาคเหนือของประเทศไทย
2.     เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความเป็นมาของการให้สัมปทานสี่บริษัทที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ว่ากรมการจัดหางานได้มีมาตรการอย่างไรจึงได้ให้สัมปทานกับสี่บริษัทจัดหางาน โดยที่ทั้งสี่บริษัทไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ และไม่ได้วางเงินประกัน 5 ล้านบาท เช่นบริษัทอื่น
3.     ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง รมต. กระทรวงแรงงาน ได้ยืนยันในวันที่มีการเจรจาที่ห้องประชุมที่อาคารวุฒิสภาว่าทั้งสี่บริษัทพาคนงานไปต่างประเทศในรูปแบบ “นายจ้างพาไป” แต่ปัญหาก็คือกระบวนการทำงานทุกอย่างไม่ใช่ในรูปแบบ “นายจ้างพาไป” แต่เป็นกระบวนการเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบความเสียหาย ทั้งจากประเทศไทย และการเข้าถึงสิทธิการคุ้มครองทางกฎหมายจากประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ ลักษณะสัญญาที่เป็น “นิติกรรมอำพราง” จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ และหาคนมารับผิดชอบในกระบวนการนี้
 
เครือข่ายฯ ยินดีให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนพิเศษในการดำเนินการสอบสวนและปรึกษาหารือเพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ ในการสร้างหลักประกันในอนาคตว่าคนงานจะไม่ถูกหลอกและสูญเสียรายได้ที่ควรจะเป็นของเขาและครอบครัวให้กับกระบวนการค้าแรงงาน ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ป้องกันได้
 
จึงเรียนมาเพื่อร้องเรียน และโปรดพิจารณา
 
                                                ขอแสดงความนับถือ
 
                                                            จรรยา ยิ้มประเสริฐ
    ประธาน เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานที่ต่างประเทศ
                                       ผู้อำนวยการ โครงการรรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
 
สำเนาส่ง
ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
คุณวิไลวรรณ แซ่-เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
 
เบอร์สำหรับการติดต่อ สำนักงาน  02 933 9492  02 933 9492    มือถือ  081 617 5491  081 617 5491
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น