แรงงานชุมนุมประทับรอยมือดำไว้ทุกข์รัฐสภาไทย ไม่ห่วงใยความปลอดภัยคนทำงาน

(11 พ.ย.) เวลา 9.30น. ประชาชนจากเครือข่ายแรงงานกว่า 100 คนชุมนุมและปราศรัยด้านหน้ารัฐสภา เนื่องจากทราบมาว่า ในวันนี้ (11 พ.ย.) จะไม่มีการหยิบยกร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ... (ร่างภาคประชาชน) ที่เสนอโดย รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ กับที่เสนอโดย สถาพร มณีรัตน์ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย รวม 2 ฉบับ นำมาบรรจุการพิจารณาในสภาฯ ร่วมกับร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ... (ร่างรัฐบาล)

ทั้งนี้ พวกเขาได้เรียกร้องให้รัฐสภานำร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ... (ฉบับภาคประชาชน) เข้าประกบร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัย (ฉบับรัฐบาล) เข้าสภาโดยเร่งด่วน เพื่อให้ พ.ร.บ.ที่กล่าวถึงความปลอดภัย มีเนื้อหาดังเจตนารมณ์ของผู้ใช้แรงงานและประชาชนที่ได้รณรงค์เคลื่อนไหวมาอย่างยาวนานได้บรรลุเป้าประสงค์ความปลอดภัยโดยเร็ว

นอกจากการชุมนุมแล้ว ยังมีการประทับรอยมือสีดำลงบนแผ่นผ้าขาวด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและความตาย บนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ ที่กำลังนำเข้าสภาปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นางเตือนใจ บุญที่สุด สมาชิกสภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายจ้างไม่สนใจแก้ปัญหาความปลอดภัยในการทำงานของคนงาน พอมีปัญหา คนงานก็ต้องมานั่งแก้กันเอง ทั้งยังไม่มีหน่วยงานรองรับความเจ็บป่วยของพวกเธอ

"ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ [ฉบับภาคประชาชน] เกิดจากคนที่อยู่กับปัญหา เพราะฉะนั้นจะรู้ปัญหาได้ดีกว่า" นางเตือนใจ กล่าว

นางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แรงงานนอกระบบสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะครอบคลุมไปถึงแรงงานนอกระบบในส่วนของแรงงานที่รับงานไปทำที่บ้านด้วย ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่รัฐบาลจะไม่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อาจเพราะหวงกองทุนเงินทดแทนและไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการที่จะมาบริหารแบบองค์กรอิสระตามที่ร่างของภาคประชาชนเสนอ

ทั้งนี้ หลังจากตัวแทนของผู้ชุมนุม 10 คนได้เข้าหารือกับนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ราว 20 นาที นายชินวรณ์ได้ขึ้นเวทีชี้แจงต่อผู้ชุมนุม โดยยืนยันว่า จะนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับของภาคประชาชนเข้าพิจารณาร่วมกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่นๆ แน่นอน รวมถึงให้ความเห็นชอบในชั้นรับหลักการ เพื่อตั้งกรรมาธิการร่วมกันในการพิจารณาต่อไป โดยรับปากว่าจะให้ตัวแทนของผู้ใช้แรงงานร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย และสำหรับช่วงการพิจารณาในชั้นรับหลักการวันนี้ (11 พ.ย.) ก็ยินดีจะเซ็นชื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ารับฟังในสภาด้วย

 

 

 
แถลงการณ์พิเศษ-ฉบับชี้แจงข้อเท็จจริง
และ
“ไว้ทุกข์ให้รัฐสภาไทย เมื่อความปลอดภัยของคนงานมาทีหลัง”
 
 
กราบเรียน           พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่เคารพรักทุกท่าน
 
ขณะนี้มีข่าวยืนยันแน่ชัดแล้วว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ปีที่ 2 ครั้งที่ 25 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ คือ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2552 จะไม่มีการหยิบยกร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... (ร่างภาคประชาชน) ที่เสนอโดย ส.ส.รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท จากพรรคประชาธิปัตย์ กับที่เสนอโดย ส.ส.สถาพร มณีรัตน์ จากพรรคเพื่อไทย รวม 2 ฉบับ นำมาบรรจุการพิจารณาในสภาฯ ร่วมกับร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ....ที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรี, ส.ส.เจริญ จรรย์โกมล พรรคพลังประชาชน, ส.ส.สุชาติ ลายน้ำเงิน พรรคพลังประชาชน, ส.ส.นิติวัฒน์ จันทร์สว่าง พรรคชาติไทยพัฒนา, ส.ส.วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมเสนอ 5 ฉบับ ซึ่งเรียกง่ายๆว่า ร่างรัฐบาล
ทั้งๆ ที่ในวาระการประชุมสภาฯ วันนี้ ได้มีการบรรจุการพิจารณาร่างกฎหมายภาคประชาชน 2 ฉบับนี้ไว้แล้ว ซึ่งอยู่ในหัวข้อที่ 5 เรื่องที่ค้างพิจารณา คือข้อที่ 5.71 กับ 5.72 โดยเป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมวันที่ 30 กันยายน 2552
 
โดย “สาเหตุสำคัญที่วันนี้จะไม่มีการนำร่างภาคประชาชนมาเสนอ เพราะหลักการและเหตุผลของกฎหมายทั้ง 2 ฝ่าย ขัดแย้งกันเอง”
 
1.   ร่างรัฐบาลอ้างว่า ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องจักร สารเคมีมาใช้ในกระบวนการผลิต แต่ผู้ใช้แรงงานยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงก่อให้เกิดอันตรายจากการทำงานจนบาดเจ็บ พิการ เสียชีวิต หรือเกิดโรคจากการทำงาน จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการควบคุม กำกับ ดูแล และบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯ อย่างเหมาะสม พูดง่ายๆคือ ต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง
ส่วนร่างภาคประชาชนอ้างว่า การประสบอันตรายและการเจ็บป่วยด้วยโรคอันเนื่องจากการทำงานมีแนวโน้มที่จะรุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียมากขึ้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดตั้งสถาบันเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พูดง่ายๆ คือ ต้องมีสถาบันขึ้นมาดูแลเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะ
2.   ร่างรัฐบาลฝากความหวังไว้ที่ ความร่วมมือ ความสมัครสมานสามัคคีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่จะสร้างให้เกิดพื้นที่ความปลอดภัยในการทำงานขึ้นมา ถ้านายจ้างไม่ทำตามมีโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท ส่วนภาครัฐทำหน้าที่เพียงเสนอแนะทางนโยบาย โดยมีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นฝ่ายข้อมูล และอธิบดีกรมสวัสดิการฯทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการบริหารกองทุนที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ เพื่อให้นายจ้างกู้ยืมไปส่งเสริมความปลอดภัยในที่ทำงาน
 
ส่วนร่างประชาชนเห็นว่า ควรมีการตั้งสถาบันขึ้นมาใหม่โดยตรง เป็นนิติบุคคลอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรมต. เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม แก้ไขปัญหา พัฒนา จัดการทางการแพทย์ และตรวจสอบสถานประกอบการ โดยให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ศึกษาวิจัย และจ่ายเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และอีกประการหนึ่งที่เป็นข้อควรพิจารณา คือ ในมาตรา 38 และ 41 เขียนว่า ให้โอนบรรดาอำนาจ กิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ รวมทั้งงบประมาณของกรมสวัสดิการฯ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันความปลอดภัยในการทำงาน กับ งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ไปเป็นของสถาบันที่จะเกิดขึ้นตาม พรบ.ฉบับนี้
ฉะนั้น เมื่อทบทวนร่างกฎหมายทั้ง 2 ฝ่ายอย่างละเอียด จึงเห็นได้ชัดว่าจุดหักเหหรือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับประชาชน จะหายไปในสภาฯ วันพรุ่งนี้ คือ เรื่อง “การถ่ายโอนอำนาจ ทรัพย์เงิน งบประมาณ จากกระทรวงแรงงานมาไว้ที่สถาบันแห่งใหม่นี้” ต่างหาก มากกว่าอยู่ที่ประเด็น “ความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน” ที่กลายเป็นเรื่องที่มาทีหลัง
วันนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกำลังบอกให้ประชาชนอย่างเราๆรู้ว่า รัฐสภาภายใต้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 480 คน กำลังทำลายจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญทั้งปี 2540 และ 2550 ที่ให้ความสำคัญกับการยอมรับการมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายภาคประชาชนขึ้นมา
ดังนั้น เครือข่ายสนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งองค์กรอิสระ 10 องค์กรจึงขอเรียกร้องต่อรัฐสภา นายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
1.   ขอให้รัฐสภานำร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ....... (ฉบับภาคประชาชน) เข้าประกบร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัย (ฉบับรัฐบาล) เข้าสภาโดยเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ พ.ร.บ.ที่กล่าวถึงความปลอดภัยได้มีเนื้อหาดังเจตนารมณ์ของผู้ใช้แรงงานและประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้รณรงค์เคลื่อนไหวมาอย่างยาวนานได้บรรลุเป้าประสงค์ความปลอดภัยโดยเร็ว
2.   ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนที่เข้าชื่อ 20 ชื่อเสนอร่างกฎหมายฯ ทั้ง 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย อย่าได้ถอนชื่อและถอนร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย (ฉบับภาคประชาชน) ออกจากการประกบร่าง พ.ร.บ.ฯ ของรัฐบาล
3.   เราเครือข่ายฯ มาพร้อมเพรียงกันในครั้งนี้ขอแต่งชุดดำมาไว้ทุกข์ให้กับรัฐสภาไทย เมื่อมองเห็นชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานมาทีหลัง อำนาจและเงินตรา ที่มากำหนดจิตวิญญาณของพวกท่าน
 
“เราขอประทับมือสีดำนี้ลงบนแผ่นผ้าขาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและความตาย บนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ ที่พวกท่านกำลังนำเข้าสภาอยู่ในขณะนี้”
 
เชื่อมั่นและศรัทธา
 
สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงานฯ แห่งประเทศไทย, เครือข่ายแรงงานนอกระบบ
เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
เครือข่ายเกษตรพันธะสัญญา, ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, เครือข่ายประชาชนภาค กทม.
 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์