เจตนารมณ์การส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จากสภาพปัญหาที่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศที่เป็นวิวาทะระหว่างผู้นำทางการเมืองของไทยกับผู้นำทางการเมืองของกัมพูชาที่เป็นข่าวต่อเนื่องตลอดมา นับตั้งแต่การประชุมอาเซียนรอบสองผ่านไปและยังคงดำรงข้อวิวาทะกันมาตลอด อีกทั้งยังขยายวงกว้างออกไปเพื่อแปรรูปเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วยการปลุกกระแสคลั่งชาติให้เกิดขึ้นกับประชาชนไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์สร้างข่าวกลบเกลื่อนการไร้สมรรถภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จของผู้นำรัฐบาลไทย และสร้างรอยปริแตกในพรรคประชาธิปัตย์เองจากการลาออกของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

การให้สัมภาษณ์ของผู้นำกัมพูชาที่ตอบคำถามนักข่าวนั้นเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวที่แสดงความสัมพันธ์ฉันท์มิตรในยามที่เพื่อนตกระกำลำบาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัวของผู้นำกัมพูชาที่แสดงออก ไทยในฐานะเจ้าภาพการจัดการประชุมควรน้อมรับและวางตัวนิ่งเฉยต่อการแสดงความเห็นดังกล่าวนั้น

แต่จากการโต้ตอบของผู้นำรัฐบาลไทยจนขยายเป็นเหตุปัจจัยนำไปสู่การสร้างความแตกแยกกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดกัน เสมือนหนึ่งเรากำลังจะดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วยการสร้างศัตรูแดนใกล้สร้างมิตรแดนไกลหรืออย่างไร ประเด็นเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจึงดังกระหึ่มไปทั่วมีผู้รู้มากมายที่ออกมาแสดงความคิดเห็น มีทั้งเป็นไปเพื่อราดน้ำมันให้ไฟลุกไหม้มากขึ้นและขยายวงขัดแย้งออกไป จึงขอให้ประชาชนคนไทยทั้งมวลหันมาตั้งสติพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ด้วยเหตุด้วยผลปราศจากอคติมีวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มีภูมิธรรมมีปัญญารู้จักแยกแยะปัญหาต่างๆ ประเด็นที่เราคนไทยควรพิจารณาจากการโต้แย้งของไทยนั้นสรุปได้กว้างๆ ดังนี้

๑.ความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่อย่างไร
๒.การไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรีกระบวนการยุติธรรมไทยใช่หรือไม่อย่างไร
๓.การโต้ตอบทางการทูตของไทย จากการแต่งตั้งคนไทยเป็นที่ปรึกษาของกัมพูชานั้น เป็นการผิดมารยาทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใช่หรือไม่อย่างไร

ในทางกลับกันเรามาพิจารณาประเด็นที่ผู้นำกัมพูชาแสดงความคิดเห็นหรือกระทำการในทางการเมืองของกัมพูชาในขณะนี้มีประเด็นที่เป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศได้อย่างไร กล่าวคือ
๑.การให้ที่อยู่อาศัยในกัมพูชาเป็นความผิดระหว่างประเทศใช่หรือไม่
๒.การไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของกัมพูชาด้วยการอ้างสนธิสัญญาข้อที่ ๓. กระทำได้หรือไม่อย่างไร
๓.การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นการละเมิดสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนใช่หรือไม่

ประเด็นปัญหาดังที่ยกมาข้างต้น เชื่อได้ว่าคนไทยไม่ทราบถึงเงื่อนไขในสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ราชอาณาจักรไทยผูกพันกับราชอาณาจักรกัมพูชา และมิใช่ว่าเมื่อมีการร้องขอแล้วคู่สัญญาต้องส่งให้หรือกระทำการทุกครั้ง ถ้าไม่กระทำการเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรีหรือไม่เคารพกฎกติการะหว่างประเทศ เราอย่าลืมว่ากฎหมายระเบียบข้อบังคับต้องมีข้อยกเว้น และต้องเปิดช่องให้ใช้ดุลยพินิจได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

การส่งผู้ร้ายข้ามแดน (EXTRADITION) เป็นเรื่องของการขอความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน และต้องคำนึงถึงความเสมอภาครวมทั้งผลประโยชน์ร่วมกัน นี้คือเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ระบุในสนธิสัญญาตามที่บัญญัติไว้ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา พ.ศ.๒๕๔๓ ซึ่งในสนธิสัญญาดังกล่าวยังต้องนำเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน อนุสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของสหประชาชาติ (The United Nations model Treaty on Extradition) ที่เป็นหลักสากลมากำหนดไว้ด้วย ดั่งที่กำหนดไว้ในข้อ ๓. เหตุสำหรับการปฏิเสธไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และในข้อ ๔.เหตุสำหรับการใช้ดุลยพินิจปฏิเสธการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เป็นต้น

จากเจตนารมณ์ของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นเรื่องขอความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรม ที่ตั้งบนหลักสากลในข้อ ๓.และ ๔. ตามที่กล่าว พิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นและโต้แย้งกันอยู่ในขณะนี้ทำให้เห็นได้ว่า ปัจจุบัน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ยังมิได้เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่องค์ประกอบการร้องขอการส่งผู้ร้ายข้ามแดนยังไม่ครบองค์ประกอบแต่อย่างใด อีกทั้งการให้สัมภาษณ์ของผู้นำกัมพูชาก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว

และการที่แถลงออกมาว่าจะไม่ส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้กับรัฐบาลไทยก็เป็นการยกข้อยกเว้นในสนธิศัญญาข้อที่ ๓.มากล่าวอ้างก็เป็นอำนาจอธิปไตยของกัมพูชา จะมาถือว่าหมิ่นศักดิ์ศรีกระบวนการยุติธรรมไทยก็ไม่มีเหตุผลที่จะนำมาโต้แย้งกัมพูชาได้ ในขณะเดียวกันการที่รัฐบาลไทยตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาด้วยการเรียกทูตกลับประเทศ กลับกลายเป็นรัฐบาลไทยเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยนั้นแหละที่ถูกสายตาประชาคมโลกมองว่าขาดมารยาททางการทูต เพราะการแต่งตั้งที่ปรึกษารัฐบาลของประเทศใดๆ ในสังคมโลกเป็นเรื่องอำนาจอธิปไตยของประเทศนั้นๆ และเราในฐานะภาคีสนธิสัญญาต้องให้ความเคารพอธิปไตยรวมทั้งต้องเคารพพระราชอำนาจของกษัตริย์กัมพูชาในการโปรดเกล้าแต่งตั้งอีกด้วย พฤติกรรมของรัฐบาลไทยไม่กลายเป็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกษัตริย์กัมพูชาหรืออย่างไร

รัฐบาลกัมพูชามีอำนาจอธิปไตยที่จะให้ใครเข้าไปอาศัยพักพิงก็ได้ ซึ่งเมื่อใช้ดุลยพินิจแล้วเห็นได้ว่าการกระทำของกัมพูชาไม่ได้ขัดกับสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้เป็นอาชญากรผู้ก่ออาชญากรรมที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมโลก ฉะนั้นการไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของกัมพูชา โดยการอ้างสนธิสัญญาข้อ ๓.ว่าเป็นความผิดทางการเมืองที่เป็นคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีการเมืองที่พิจารณาเพียงศาลเดียว โดยมีการสอบสวนมาจากคณะบุคคลที่ตั้งมาจากคณะรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ก็เป็นข้อกำหนดยกเว้นที่กัมพูชานำมากล่าวอ้างได้ และในส่วนเรื่องการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในทางการเมืองของกัมพูชาก็มิได้มีข้อกำหนดต้องห้ามในสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมทั้งไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศมาตราใดบัญญัติว่า เป็นการละเมิดอธิปไตยหรือหมิ่นศักดิ์ศรีกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยภาคีสนธิสัญญาที่กำลังจะร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงขอให้ประชาชนชาวไทยใช้สติพิจารณาเหตุต่างๆ ด้วยความเป็นธรรมและเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกันกับเพื่อนบ้าน อย่าให้สังคมอาเซียนตำหนิได้ว่า วางมาดผู้ใหญ่แต่ยังใช้มันสมองเด็ก

สรุปแล้วประชาชนก็ยังคงได้รับความเสียหายจากการใช้นโยบายทางการเมืองที่ผิดพลาด
ในการดำเนินกุศโลบายสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สะท้อนวิธีคิดของรัฐบาลไทยที่บริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามอารมณ์ที่นำความขัดแย้งส่วนตัวทางการเมืองมาเป็นข้อโต้แย้ง โดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายทางการค้าของประชาชนตามแนวชายแดน หรือนักลงทุนไทย ด้วยเหตุดังกล่าวนักลงทุนไทยน่าจะฟ้องร้องรัฐบาลเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคมไทยเรียกร้องค่าเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว.

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์