ร้อง‘นิวคอสตอล’ทิ้งของเสียลงทะเล ผู้ว่าฯ สงขลาตั้ง กก.ตรวจแท่นเจาะน้ำมัน

นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีที่มีชาวประมงพื้นบ้านร้องเรียนว่า บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด นำน้ำปนเปื้อนจากการขุดเจาะน้ำมันดิบที่แท่นขุดเจาะนำมันในอ่าวไทยห่างจากชายฝั่งอำเภอสะทิงพระ จังหวัดสงขลาประมาณ 30 กิโลเมตร ปล่อยทิ้งในน่านน้ำอ่าวไทย ส่งผลทำให้ชาวประมงพื้นบ้านในอำเภอสทิงพระ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากสัตว์น้ำหนีหายไปหมดเมื่อเจอสภาพน้ำปนเปื้อนจากการขุดเจาะโดยมีตัวแทนชาวประมงพื้นบ้านใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ เมือง สิงหนคร สะทิงพระและระโนด เข้าร่วมด้วย

นายวิญญู เปิดเผยต่อว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว โดยชุดแรกจะตรวจสอบบริเวณที่ตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมัน และอีกชุดตรวจพื้นที่ริมชายหาดทั้ง 4 อำเภอดังกล่าว ตามที่ชาวประมงในพื้นที่ดังกล่าวร้องเรียน แต่ล่าสุดยังไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างพิจารณาผู้ที่จะมาเป็นคณะทำงาน แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายกำธร วังอุดม ตัวแทนบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ เข้าพบนายวิญญู เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยกรณีนี้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎรด้วย

นายวิญญู เปิดเผยว่า ครั้งนั้น ตัวแทนของบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้มาชี้แจงข้อเท็จจริง การทำงานของบริษัทที่ได้รับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันไม่ได้ทำความเสียหายให้กับมลภาวะใดๆ และสิ่งที่เป็นสารพิษปล่อยลงทะเล โดยทางบริษัทยืนยันว่า น้ำไม่ได้เป็นสารพิษแต่อย่างใด หากน้ำที่มีสารปนเปื้อนก็จะนำส่งไปบำบัดนอกประเทศไม่ได้ปล่อยลงทะเลอย่างที่เป็นข่าว นั่นเป็นเรื่องที่ทางบริษัทเข้ามาชี้แจงให้ทราบ

นายวิญญู เปิดเผยด้วยว่า ที่ผ่านชาวประมงในพื้นที่ยังได้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับเงินค่าชดเชยจากบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด กรณีสูญเสียพื้นที่จับสัตว์น้ำในพื้นที่วางแท่นขุดเจาะน้ำมันว่า ไม่ครบตามจำนวน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด จ่ายเงินชดเชยให้ชาวประมงครบและตรงเวลา โดยจ่ายผ่านจังหวัดสงขลาส่วนหนึ่ง อีกส่วนจ่ายผ่านนายเจริญ ทองมา ในฐานะแกนนำชาวประมงพื้นบ้านอำเภอสะทิงพระ เพื่อนำไปจ่ายชดเชยแก่ชาวประมงพื้นบ้านในกลุ่มอีกต่อหนึ่ง

นายวิญญู เปิดเผยต่อว่า เมื่อมีการร้องเรียน ทางจังหวัดจึงเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านด้วย มาหารือถึงแนวทางในการจ่ายชดเชยใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาตามที่มีการร้องเรียน โดยได้ข้อสรุปว่า การจ่ายเงินชดเชยทั้งหมด ให้ผ่านนายอำเภอทั้ง 4 อำเภอ แล้วนำไปโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่ชาวประมงได้เปิดบัญชีไว้แล้วทุกราย ซึ่งไม่มีใครคัดค้าน

ทั้งนี้ บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมหมายเลข G5/43 เพื่อขุดเจาะและผลิตน้ำมันในอ่าวไทย ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งอำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลา 30 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 7 องศา 31 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 100 องศา 42 ลิปดาตะวันออก โดยได้เริ่มกระบวนการขุดเจาะน้ำมันเมื่อเดือน ธันวาคม 2551 และดำเนินการเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นมา

โดยการดำเนินการเต็มรูปแบบจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนหมดอายุของแหล่งปิโตรเลียมในปี 2554 (รวมระยะเวลา 3 ปี) การผลิตปิโตรเลียมจากพื้นที่ผลิตแหล่งสงขลา คาดว่า จะผลิตน้ำมันได้ประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรล/ปี กำลังผลิตสูงสุดที่อัตรา 5,000 บาร์เรล/วัน การผลิตปิโตรเลียมของโครงการจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของประเทศได้ถึงร้อยละ 2.9

เมื่อเริ่มขุดเจาะพบน้ำมันล้วนๆ ในช่วงแรก แต่เริ่มมีน้ำมันปนเปื้อนออกมาในทะเลมากในเดือน เมษายน 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้ส่งไปบำบัด โดยทำสัญญาจ้างเหมากับบริษัท ปตท.ค้าสากล (PTT International Trading Pte.Ltd.) ให้เป็นผู้รับเหมานำไปบำบัดนอกประเทศ สาเหตุที่ไม่สามารถอัดลงหลุมได้ เนื่องจากไม่มีหลุมเดิมที่สามารถใช้ดำเนินการได้เหมือนกับบริษัทอื่นๆ แต่ต้องสำรวจและออกแบบหลุมใหม่ที่มีความเหมาะสมก่อน ซึ่งวิธีอัดกลับลงหลุมจะทำให้ค่าดำเนินการถูกลงมากกว่าการนำไปบำบัดต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้เริ่มใช้ระบบอัดกลับลงหลุมแล้วเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา แต่ยังมีปัญหาไม่สามารถอัดกลับของเสียลงชั้นเปลือกโลกได้
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์