กัมพูชาอนุญาตแม่ “ศิวรักษ์” เยี่ยมลูก 27 พ.ย. นี้

กัมพูชาอนุญาตแม่ของ "ศิวรักษ์" เยี่ยมได้ 27 พ.ย. นี้ รองอธิบดีกรมสารนิเทศฯ จะเดินทางไปด้วย ด้านนักกฎหมายไทยหารือข้อมูลกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา ขณะที่ศิวรักษ์เขียนจดหมายปฏิเสธข้อหาสายลับ ยันไม่คิดร้ายกัมพูชา ทำงานตามปกติ ข่าวสารที่ได้เป็นข้อมูลทั่วไป ขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือ ขอบคุณคนไทยที่ห่วงใย

 

วานนี้ (25 พ.ย.) น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากฝ่ายกัมพูชาแล้วว่า กัมพูชาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยพร้อมทั้งญาติและครอบครัวของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ หรือเต๋า วิศวกรที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา สามารถเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์ ได้ ในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย. นี้ เวลา 14.00น. ทั้งนี้ น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้พูดคุยโดยตรงกับนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์แล้ว โดยแจ้งว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าเยี่ยม เบื้องต้นผู้เข้าเยี่ยมครั้งนี้ประกอบด้วย น.ส.มธุรพจนา, นางสิมารักษ์ และนายพงษ์สุรีย์ ชุติพงษ์ น้องชายนายศิวรักษ์
 
“การเดินทางครั้งนี้ ท่านรองอธิบดีฯ จะพาคุณแม่และน้องชายของคุณศิวรักษ์เข้าเยี่ยมคุณศิวรักษ์ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน โดยได้เข้าเยี่ยมด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราได้รับการตอบสนองจากทางฝ่ายกัมพูชา ให้มีการเข้าเยี่ยมได้ตามที่เราได้ขอไป” น.ส.วิมลกล่าว
 
น.ส.วิมล กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากทีมให้ความช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ของฝ่ายไทยได้เดินทางกลับจากกัมพูชา ก็ได้มีการประชุมกัน ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม สภาทนายความ โดยได้ประชุมหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ทั้งนี้สำหรับการเดินทางไปกัมพูชาของนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความและกระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นเหมือนผู้เชี่ยวชาญกฎหมายของฝ่ายไทยที่เดินทางไปเพื่อพูดคุยกับนายเกา สุภา ทนายความชาวกัมพูชาของนายศิวรักษ์ เพื่อรับฟังและหารือซักถามด้วยตัวเองเกี่ยวกับ กระบวนการทางศาลและขั้นตอนต่างๆ ของฝ่ายกัมพูชาเพราะเราไม่คุ้นและไม่ทราบว่ากระบวนการยุติธรรมของกัมพูชามีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง
 
“ทุกฝ่ายทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม และสภาทนายความ ทุกคนมีความห่วงใย แต่สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยคือต้องเข้าใจก่อน ว่ากระบวนการของกัมพูชาคืออะไร นี่คือวัตถุประสงค์ที่ไป คือไปพูดคุยเรื่องข้อมูล เพื่อที่จะสามารถซักถามทนายความได้โดยตรง อะไรที่ไม่ชัดเจนจะได้ถามทนายความได้โดยตรง เพื่อความชัดเจนของฝ่ายไทย” น.ส.วิมลกล่าว
 
ส่วนแนวโน้มภายหลังจากที่นักกฎหมายฝ่ายไทยได้เดินทางไปพบนายเกา สุภา ทนายความชาวกัมพูชานั้น น.ส.วิมล กล่าวว่า ทราบเพียงวัตถุประสงค์ในการเดินทางไปเพื่อหาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการของกัมพูชา ส่วนรายละเอียดต่างๆนั้น เชื่อว่าทนายความและนักกฎหมายคงไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอาจกระทบกระบวนการที่อยู่ในศาล ส่วนการรวบรวมเอกสารนั้น คาดว่าทีมทนายความคงทำงานอย่างเต็มที่เพราะทราบว่าศาลจะนัดพิจารณาคดี วันที่ 8 ธ.ค. ส่วนจะมีการพิพากษาในวันดังกล่าวหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ
 
 
 
เปิดจดหมาย "เต๋า" ยืนยันไม่ได้เป็นสายลับ
ขณะเดียวกัน นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิสเซส จำกัด (แคทส์) ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือลงวันที่ 23 พ.ย. 52 ปฏิเสธข้อหาสายลับตามที่ทางการกัมพูชากล่าวหาและขอบคุณรัฐบาลไทยที่กำลังหาทางช่วยเหลือ รวมทั้งขอบคุณคนไทยที่ห่วงใย โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
"ตอนนี้ผมถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำเพรยซอด้วยข้อหาจารกรรมข่าวสาร ผมมาที่นี่เพื่อที่จะมาทำงานสุจริต ไม่เคยคิดร้ายกับใคร อยู่ที่กัมพูชามาเกือบ 8 ปี ไม่เคยทำอะไรผิด และผมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองด้วย ไม่เคยคิดร้ายกับประเทศกัมพูชาเลย ไม่อย่างนั้นผมคงอยู่ที่นี่ไม่ได้นานขนาดนี้
 
เรื่องที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง ผมก็ทำงานของผมตามปกติ ข่าวสารที่กล่าวหาผมก็เป็นข้อมูลทั่วๆ ไปที่สามารถรู้กันได้ มันอาจจะเป็นการเข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจของรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย
 
ผมได้ทราบข่าวว่าคนไทยทุกคนให้ความสนใจและเป็นห่วงผม ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ผมไม่อยากให้กรณีของผมเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งระหว่างชาวไทยและชาวกัมพูชา เหมือนกรณีที่ผมได้ทราบข่าวมาที่ชลบุรี อยากให้ปัญหาของผมแก้ไขด้วยสันติวิธี
 
ผมคิดว่าขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังหาทางช่วยเหลือผมให้ออกไปจากที่นี่อย่างสุดความสามารถ เพราะรัฐบาลรู้ดีว่าผมไม่ใช่สายลับหรือจารชนของทางรัฐบาลตามที่ทางกัมพูชากล่าวหา หวังว่ารัฐบาลกัมพูชา ศาล จะให้ความยุติธรรมกับผม”
 
ผมอยากจะออกไปใช้ชีวิตตามปกติของผม อยู่กับครอบครัวของผม แม่ผม ทำงานตามปกติ ผมไม่ใช่คนเลว ผมไม่เคยทำอะไรไม่ดี ทำงานทุกวันนี้ก็มีส่วนช่วยพัฒนาประเทศกัมพูชา ไม่คิดว่าจะมาลงเอยแบบนี้
 
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนที่เป็นห่วงและสนใจข่าวสารของผมและเป็นกำลังใจให้ ขอบคุณรัฐบาลที่พยายามช่วยเหลือผม หวังว่าผมคงจะได้ออกไปและบอกขอบคุณทุกๆ คนจากปากของผมเอง"

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์