ใครปิดกั้นข้อมูลประชาชน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
 
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถือเป็นหน่วยงานสำคัญของรัฐบาลในสังกัดรับผิดชอบของสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรทางด้านกฎหมายของรัฐบาล ช่วยดูแลจัดการทำงานทางด้านกฎหมายให้กับรัฐบาล และมีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายต่อประชาชน โดยมีห้องสมุดกฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศให้ประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ และศึกษารายละเอียดข้อมูลกฎหมายแต่ละเรื่องได้ ทางอินเตอร์เน็ต
 
ห้องสมุดกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีข้อความเชิญชวนว่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องสมุดกฎหมาย เพราะเป็นห้องสมุดที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการความรู้ในด้านกฎหมายแก่ประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไปที่ต้องการมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย เพราะในปัจจุบันนั้นกฎหมายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้และปฏิบัติ เป็นกฎระเบียบของสังคมที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นเว็บไซต์แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายให้แก่ทุกท่าน เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข
 
นับแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2552 เป็นต้นมา เว็บไซต์ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ปิดปรับปรุงระบบ เปลี่ยนแปลงโฮมเพจหน้าหลักหน้าแรกที่มีดัชนีบอกรายละเอียดการเข้าถึงข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปจากเดิมที่มีข้อความภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษ กับทั้งไม่สามารถเข้าถึงกฎหมายแต่ละเรื่อง แต่ละพระราชบัญญัติ ซึ่งมีตัวบทกฎหมาย กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ได้อย่างเดิม ทำให้การค้นคว้าข้อมูลกฎหมายของประชาชนและผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะผู้มีวิชาชีพทางด้านกฎหมายและนักศึกษาวิชาการกฎหมายไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้องครบถ้วน เป็นความเสียหายต่อการพัฒนาทั้งระบบกฎหมาย และบุคลากรทางด้านกฎหมาย
 
ไม่อยากจะกล่าวหาเลยว่า www.krisdika.go.th ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของรัฐบาลปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะต่อประชาชน เป็นการละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 56 และไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการแนวนโยบายแห่งรัฐด้านกฎหมายและการยุติธรรม มาตรา 81
 
การปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายของประชาชนมานานนับเดือน ในการปิดปรับปรุงระบบตามที่อ้าง นับเป็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเป็นเรื่องน่าอายที่จะบอกว่ารัฐบาลปิดกั้นหลักการกติกาในการบริหารราชการแผ่นดินในการปกครองประชาชน จนนานเกินสมควรแล้ว สมควรที่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการดูแลสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ไร้ความสามารถ จะต้องถอดถอนตัวเองออกจากตำแหน่งได้แล้ว เพราะไม่สามารถกำกับดูแลให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามพันธกิจที่ได้กำหนดไว้อย่างสิ้นเชิง
 
หากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้อ่านข้อความคิดเห็นฉบับนี้แล้ว และยังมีหิริโอตัปปะอยู่ในหัวใจบ้าง ก็รีบๆดำเนินการจัดการให้เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในส่วนของห้องสมุดกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าต่างสำคัญที่ประชาชนจะเข้ามาเปิดอ่านกฎหมาย และสามารถเข้าถึงข้อมูลสาธารณะดังกล่าวนี้ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย เหมือนเดิมโดยเร็ว การปิดปรับปรุงระบบเป็นเวลาร่วมหนึ่งเดือนที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ นับเป็นการจงใจ กระทำการเพื่อปิดกั้นประชาชนในการนำข้อมูลสาธารณะในส่วนข้อกฎหมายที่ผิดเพี้ยน ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน มาเปิดเผย
 
วันนี้ประชาชนมีความรู้ และเข้าใจขอบข่ายข้อมูลสาธารณะของรัฐที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนเป็นอย่างดี จึงอย่าได้กระทำการใดๆที่เป็นการปิดกั้นประชาชนอีกเลย ไม่เช่นนั้นแล้วหน้ากากที่ปิดหน้าอยู่จะถูกฉีกออกให้ได้รู้กันว่า ใครยืนเคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง
                       
                       

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์