กรมการจัดหางานรับสอบบริษัทจัดหางานกรณีคนงานถูกหลอกไปสเปน

นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ชี้แจงหากเรื่องที่แรงงานร้องเรียนจริง บริษัทจัดหางานมีความผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชดใช้ค่าใช้จ่าย รวมถึงการถูกดำเนินคดี

 
8 ธ.ค. 52 – สหภาพคนทำงานต่างประเทศ (เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ) ได้นำแรงงานไทยที่ถูกหลอกไปทำงานที่สเปนไปร้องเรียนที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมหลังจากที่ถูกบริษัทจัดหางานหลอกให้ไปทำงานที่สเปนและถูกลอยแพกว่า 4 เดือน (อ่าน: สัมภาษณ์แรงงานไทยในสเปน เผยถูกลอยแพกว่า 4 เดือน และ แรงงานไทยในไร่มะเขือเทศที่สเปน ร้องสหภาพคนทำงานต่างประเทศถูกนายหน้าหลอก)จากนั้นเวลาประมาณ 14.30 น. กลุ่มแรงงานได้ไปออกรายการสถานีประชาชนทางช่องทีวีไทยทีวีสาธารณะ
 
นายมงคล ภาวดี ตัวแทนแรงงานที่ถูกหลอกไปสเปน กล่าวว่าก่อนไปทำงานที่สเปนนั้นได้มีเพื่อนแนะนำให้ไปสมัครกับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ กล่าวว่าจะได้เงินเดือนประมาณ 70,000 บาท ในการทำงานในไร่มะเขือเทศ ทั้งเก็บมะเขือเทศ ปลูกมะเขือเทศ และอื่นๆ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมทุกอย่าง 580,000 บาท โดยมีระยะเวลาทำงานถึง 5 ปี แต่เมื่อไปถึงจริงๆ ได้เงินเดือนเฉลี่ยแล้ว 3 หมืนกว่าบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้และได้โทรมาถามที่บริษัทจัดหางานในเมืองไทย แต่แรงงานเองก็ได้ยอมรับในค่าแรงจำนวนที่ได้ดังกล่าวเพราะคิดว่าถ้าได้ทำงาน 5 ปี แล้วก็ยังพอคุ้มค่าอยู่ โดยในสัญญาที่เซ็นบริษัทแจ้งว่าเป็นสัญญาหนึ่งปีแต่จะต่อให้อัตโนมัติอีก 4 ปี โดยสัญญาที่นำติดตัวไปเป็นสัญญาหนึ่งปี แต่เมื่อไปถึงกลับถูกเปลี่ยนสัญญาเป็น 9 เดือนและต่อให้อีก 3 เดือน โดยได้โทรกลับมาถามที่บริษัทฯ ที่เมืองไทยก็ได้คำตอบว่าไม่เป็นไรเพราะทางบริษัทจะจะการให้ต่อสัญญาให้
 
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี ปรากฏว่าไม่ได้ต่อสัญญา และทางนายจ้างที่สเปนก็ได้ออกตั๋วเครื่องบินให้กลับแล้วเมื่อสัญญาครบหนึ่งปี เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 52 และตั๋วออกเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 52 โดยแรงงานได้โทรกลับมาที่บริษัทฯ ที่เมืองไทยอีกครั้ง คนของทางบริษัทแจ้งว่าให้พวกคุณทำยังไงก็ได้ให้ปฏิเสธการกลับบ้านในเที่ยวบินนี้ โดยคนงานได้เจรจากับนายจ้างที่สเปนเอง ส่วนบริษัทจัดหางานที่เมืองไทยบอกว่าไม่สามารถออกหน้าเจรจากับนายจ้างที่สเปนได้
 
ทั้งนี้ได้เจรจาขอให้เจ้าของบ้านเช่าที่กลุ่มคนงานเช่ารวมกันอยู่ให้ยืดเวลาออกไปอีกหนึ่งอาทิตย์ พอครบเวลาหนึ่งอาทิตย์เจ้าของบ้านเช่าจึงมาไล่กลุ่มคนงานออก กลุ่มคนงานจึงได้โทรมายังบริษัทที่เมืองไทยและได้จัดที่อยู่ให้อีกเมืองแต่ไม่มีงานทำ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นี้ โดยต้องอาศัยหาของป่าอย่างกระต่าย ปลาหรือไม่ก็เป็นพวกผักที่เขาเอามาทิ้ง ประทังชีวิต และมีกลุ่มแรงงานไทยในสเปนรวมถึงสหภาพแรงงานในสเปนให้ความช่วยเหลือ
 
จรรยา ยิ้มประเสริฐ ประธานสหภาพคนทำงานต่างประเทศ (เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศ)  กล่าวว่าในกรณีนี้หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากคนงานไทยกลุ่มนี้ จึงได้ติดต่อไปยังสหภาพแรงงานที่สเปน มีการระดมความช่วยเหลือเบื้องต้น แล้วไปดูข้อมูลว่าบริษัทที่สเปนมีการละเมิดสิทธิแรงงานไหม? มีการจ่ายค่าแรงถูกต้องตามกฎหมายไหม?
 
ทั้งนี้ที่พบคือการจ่ายค่านายหน้าเกิน เพราะในความเป็นจริงตามกฎหมายแล้วแรงงานเหล่านี้จะต้องจ่ายค่านายหน้าไม่เกิน 65,000 บาท แต่กรณีนี้จ่ายเงินกว่า 700,000 บาท ซึ่งรวมถึงกระบวนการการกู้เงิน หลายกรณีต้องกู้ถึงสามแหล่งคือ กู้จาก ธกส. กู้เงินนอกระบบ เอารถไปเข้าไฟแนนซ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการกู้เงินต่างๆ ซึ่งบางคนที่ไปในครั้งนี้ต้องจ่ายถึง700,000 บาท จากกระบวนการทั้งหมดที่ยังไม่รวมดอกเบี้ย
 
นายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่าบริษัทจัดหางานทั้งสองบริษัทในกรณีนี้ (บริษัท จัดหางาน อุดร เอ็น ที ยูเนี่ยน จำกัด และ บริษัท K.S. แมนเพาว์เวอร์ ซัพพลาย) เป็นบริษัทจัดหางานที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง นายสุเมธชี้แจงต่อว่าบริษัทจัดหางานมีสิทธิ์ที่จะส่งคนไปทำงานต่างประเทศได้ แต่บริษัทจัดหางานมีสิทธิ์ที่จะเก็บค่าบริการได้คือค่าจ้างหนึ่งเดือนแรกบวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกไม่เกินสามเท่าของเงินเดือน สรุปง่ายๆ ก็คือ เงินเดือนคูณสี่ นี่คือสิ่งที่บริษัทจัดหางานจะเก็บจากคนงานได้ ในกรณีที่ไปถูกต้อง
 
ในกรณีของคุณมงคลกับพวกพึ่งได้เข้าไปร้องเรียนกับกรมการจัดหางานในวันนี้ ซึ่งตรวจจากเอกสารพบว่าคุณมงคลและพวกได้แจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศนั้นไปด้วยตนเอง ไม่ได้ผ่านบริษัทจัดหางาน ถ้าคุณมงคลและพวกแจ้งว่าไปกับบริษัทจัดหางาน ทางกรมการจัดหางานต้องมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบว่ามีงานจริงหรือไม่ ค่าบริการที่บริษัทเรียกเก็บต้องไม่เกินกฎหมายกำหนด และจะต้องมีการคุ้มครองในกระบวนการต่างๆ อีกหลายประเด็น ซึ่งหากมีการแจ้งอย่างถูกต้องทางกรมการจัดหางานจะดูแลในทุกกระบวนการ
 
ในกรณีที่ชาวบ้านถูกหลอกแบบนี้กรมการจัดหางานเองก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ แต่เราพึ่งเจอกันในวันนี้ ซึ่งจริงๆ แล้ววันนี้เรายังสอบกันไม่เสร็จแต่มาออกรายการก่อน ซึ่งขั้นตอนต่อไปเราต้องเรียกทั้งสองบริษัท มาตรวจสอบว่ามีการจัดส่งแบบนี้จริงหรือไม่ ถ้าจัดส่งแบบนี้จริงบริษัทก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชดใช้ค่าใช้จ่าย รวมถึงการถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ระยะเวลาปกติในการแก้ปัญหาอาจใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียวในการแก้ปัญหา ถ้ากรณีบริษัทต่อสู้ ซึ่งในกรณีนี้ได้ทราบมาคร่าวๆ ว่าบริษัทได้อ้างว่าแค่เป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสาร ซึ่งจะต้องมีการสอบกันอย่างละเอียดทั้งทางฝั่งคุณมงคลกับพวก
 
ทั้งนี้นายมงคลได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้กับบริษัทว่าทางบริษัทได้พาไปกู้เงินกับนายทุน แล้วนายทุนเขียนเช็คให้ แล้วภรรยาได้ไปเบิกเงินแล้วนำเงินสดมาวางกับบริษัทฯ ไม่มีใบเสร็จรับเงินแต่มีสัญญาเงินกู้กับนายทุน แต่ทั้งนี้ในกลุ่มมีคนหนึ่งที่โอนเงินไปให้กับคนของบริษัทจัดหางาน ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าของบริษัท ซึ่งนายสุเมธได้กล่าวว่าถ้ามีการโอนเงินให้กับเจ้าหน้าที่ของบริษัทกฎหมายก็จะติดตามถือว่าบริษัทต้องรับผิดชอบ ซึ่งต้องขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์