โวยคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ภาครัฐตระบัดสัตย์ ล้มโครงการประเภทรุนแรงของภาคประชาสังคม

เหตุมีนัยยะแอบแฝงตามก้นนักการเมืองที่ต้องการผลักดันโครงการขนาดใหญ่โดยไม่ต้องการทำเอชไอเอและไม่อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะโครงการผันน้ำโขงมาสู่ภาคอีสาน

 
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ในฐานะคณะกรรมการคู่ขนานในการติดตามตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายในการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมาคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯได้มีการประชุมนัดพิเศษขึ้นที่บ้านพิษณุโลก เพื่อเร่งรัดการพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ให้ได้ข้อยุติโดยเร็วโดยเฉพาะเครื่องมือการทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพหรือเอชไอเอ (HIA) ตามแนวทางของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แต่ประเด็นที่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณากันใหม่คือ โครงการหรือกิจกรรมใดควรเป็นโครงการประเภทรุนแรง ที่จะต้องทำรายงานเอชไอเอและต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เคยมีข้อยุติแล้วเมื่อคราวการประชุมสัญจรที่มาบตาพุดว่าจะนำ 19 โครงการที่เคยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนทั่วประเทศมาแล้วมาเป็นหลักในการประกาศบังคับใช้ได้ต่อไป เพื่อที่ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการจะได้ใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้
 
แต่เรื่องดังกล่าวกลับถูกรื้อฟื้นนำกลับมาทบทวนใหม่โดยฝ่ายข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองที่นั่งเป็นกรรมการอยู่ ซึ่งอาจถูกใบสั่งจากรัฐบาลหรือนักการเมืองจ้าวกระทรวงสั่งมาให้ล้มมติการยอมรับ 19 โครงการดังกล่าวที่เคยได้ข้อยุติแล้วเสีย เพราะหนึ่งในนั้นมีโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำอยู่ด้วย โดยเฉพาะลุ่มน้ำนานาชาติคือแม่น้ำโขง ที่มีนักการเมืองใหญ่ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ได้เป็นรัฐมนตรีพยายามผลักดันโครงการดังกล่าวอยู่อย่างรุกรี้ลุกรน จนในที่สุดในที่ประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติได้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
 
ขอเตือนให้ข้าราชการจำพวกดังกล่าวและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องพึงสังวรณ์ต่อคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดให้ดี อย่าพยายามเล่นเล่ห์เพทุบาย โดยหวังที่จะใช้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายเป็นข้ออ้างในการสนองตอบต่อความต้องการของตนเองแล้วไปร้องขอต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อปลดล็อคโครงการต่าง ๆ ทั้ง 65 โครงการได้โดยง่าย ๆ เพราะในคำสั่งศาลปกครองยืนยันถึงสิทธิของประชาชนที่ดำเนินการมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้วเกี่ยวกับการยื่นเสนอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้นำ 19 โครงการหรือกิจกรรมประเภทรุนแรงไปประกาศบังคับใช้ หากมีการหลบเลี่ยงหรือยกเว้นบางโครงการที่นักการเมืองไม่ต้องการ ก็ต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป เรื่องนี้ภาคประชาสังคมยอมไม่ได้
 
นอกจากนี้แล้ว มีความพยายามเจรจาต่อรองกันของนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการกับรัฐบาลว่า หากภาครัฐสามารถช่วยทำให้ศาลปกครองปลดล็อคโครงการทั้ง 65 โครงการให้ได้โดยเร็วโดยการกำหนดหลักเกณท์หรือเครื่องมือการดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญให้สามารถนำไปใช้หรือปฏิบัติได้โดยง่าย ๆ มีองค์การอิสระฯที่ราชการสามารถควบคุม สั่งการได้ รวมทั้งการขอให้นำรายงานอีไอเอที่เคยทำแล้วของผู้ประกอบการมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องนำกลับไปทบทวนใหม่ ผู้ประกอบการก็จะไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐและรัฐบาล ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าว ขอประณามและประกาศโดยทั่วกันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความอัปยศอดสูที่สุด และจะต้องได้รับการตอบโต้อย่างสาสมในเร็ววันหากนายกรัฐมนตรีอยู่ในกระบวนการนี้ด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์