ชาวแม่รำพึงเคลือบแคลง 38 ล้าน ศึกษาตั้งโรงถลุงเหล็ก

ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงไม่เห็นด้วยกรณีสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าตั้งกรรมการศึกษาพื้นที่ตั้งโรงถลุงเหล็กใช้งบ 38 ล้าน ระบุบางสะพานมีความสมบูรณ์ทางทรัพยากร เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ จึงไม่เห็นด้วยหากมีการตั้งโรงถลุงเหล็กแลกกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ

 

จากการที่นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้า ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาพื้นที่เหมาะสมในการตั้งโรงถลุงเหล็ก โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้และใช้ระยะเวลาศึกษา 1 ปี ใช้งบประมาณ 38 ล้านบาทนั้น และมีการกำหนดขอบเขตการศึกษาพื้นที่คือ ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) นายวิฑูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า 

“เรื่องนำงบประมาณ 38 ล้านบาทเพื่อศึกษาพื้นที่ตั้งโรงถลุงเหล็กนั้น ผมซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่คัดค้านการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กในพื้นที่อำเภอบางสะพาน สงสัยว่างบดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน และสร้างปัญหาต่อชุมชนมากกว่า เนื่องจากที่บางสะพานมีพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ในเรื่องของทรัพยากรด้านอาหารเป็นอย่างสูง โดยจะเห็นได้ชัดเจนจาก

1. เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมาก็ได้มีมติ ครม.ให้มีการขึ้นทะเบียนป่าพรุแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับชาติ ซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำผืนนี้อยู่ติดกับที่ตั้งของโครงการโรงถลุงเหล็ก แค่นี้ก็คงพอมองเห็นได้ว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่เหมาะสมต่อการตั้งโรงถลุงเหล็กซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมลพิษสูง เป็น 1 ใน 8 โครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบรุนแรงตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม

2. เป็นแหล่งวางไข่ของปลาทูที่สำคัญ มีการปิดอ่าวถึง 3 ชั้น โดยกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ

3. ได้รับรางวัลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในเรื่องของการจัดการดูแลอ่าวบางสะพาน 3 ปีซ้อน

4. เป็นที่ฉลามวาฬเข้ามาหากินแพลงก์ตอนใกล้ชายฝั่งทุกปีที่หาดดอนสำราญ ติดพื้นที่จะก่อสร้าง

5. มีมะพร้าวอินทรีย์ส่งออกที่ผลิตยังไม่พอต่อความต้องการของต่างประเทศ

6. มีการร้องเรียนของชาวบ้านต่อกรณีบุกรุกที่ดินเขตวนอุทยาน ป่าคลองแม่รำพึงจำนวนมาก และอยู่ในระหว่างดำเนินการให้เพิกถอนจากกรมที่ดิน

7. พื้นที่ส่วนใหญ่ที่แหลมแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ทั่วโลกให้ความสำคัญรักษาไว้เพื่อลดโลกร้อน สถาบันเหล็กฯ ไม่ควรทำลายมันลงแล้วสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นตัวการโลกร้อนแทน

นายวิฑูรย์กล่าวว่านี่เป็นเพียงแค่บางส่วนของความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรที่บางสะพานมี คนที่นี่จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีอุตสาหกรรมที่มีมลพิษสูงเช่นโรงถลุงเหล็กเข้ามา แล้วทำลายทรัพยากรที่มีค่าเหล่านี้ และอยากถามทางคุณวิกรม ว่า ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งโรงถลุงเหล็กของทางสถาบันเหล็ก ใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัววัดว่าพื้นที่ใดเหมาะสม ซึ่งหากเป็นไปได้ก็ต้องการให้เปิดเผยต่อผู้ที่จะได้รับผลกระทบด้วยมิฉะนั้นพวกเราอาจเข้าไปหาคำตอบจากคุณวิกรมเองที่สถาบันเหล็กฯ ก็เป็นได้

อย่างไรก็ดีในนามตัวแทนชาวบ้านที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด อยากให้รัฐฯ ทบทวนกระบวนการ งบ 38 ล้านด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ กับการให้ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดเป็นคนศึกษาพื้นที่ ทั้งๆที่ รัฐฯ ก็มี กนอ. มี สศช. อยู่แล้วที่สามารถทำหน้าที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบเพิ่ม และพิสูจน์ชัดว่าที่ผ่านมา รัฐฯ เองก็บกพร้องเรื่องการศึกษาพื้นที่มาโดยตลอด ควรเอาบทเรียน มาบตาพุดมาปรับปรุง มิใช่หาช่องโหว่กันเรื่อยไป

สุดท้ายสถาบันเหล็กฯ ควรยกเลิกการศึกษาพื้นที่ของจังหวัดประจวบฯเพื่อให้เป็นที่ตั้งโรงถลุงเหล็ก เพราะที่นี่เหมาะแก่การพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารของชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น และหากมีการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กที่บางสะพานจริง คุณวิกรมและสถาบันเหล็กพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อผลกระทบและการสูญเสียทรัพยากรได้หรือไม่ เราไม่ได้ปฏิเสธเหล็กหรือว่าเหล็กไม่สำคัญ แต่เราเห็นว่าแหล่งอาหารที่นี่สำคัญกว่าเหล็กเท่านั้น” นายวิฑูรย์ กล่าว

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์