เครือข่ายผู้บริโภคค้านขึ้นค่าโทลล์เวย์ ให้เวลารัฐ 7 วันทบทวน ก่อนเดินหน้าฟ้อง

 
22 ธ.ค.52 ภายในงานเวทีผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม 2552 มีการจัดแถลงข่าวด่วนเกี่ยวกับการคัดค้านการขึ้นค่าทางด่วนโทลล์เวย์ที่มีการปรับขึ้นตั้งแต่เวลา 24.00 น.ที่ผ่านมา โดยสารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ได้หารือกับเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ เครือข่ายผู้พิการ สถาบันนักกฎหมายและพัฒนานักสิทธิมนุษยชน เพื่อร่วมกันคัดค้านการปรับราคาค่าโทลเวย์ จาก 55 บาท เป็น 85 บาท เพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค ไม่สมเหตุสมผล และไม่สอดคล้องกับภาวะรายได้และค่าครองชีพของประชาชน
สารีกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าทำตามสัญญาสัมปทาน แต่ก็ต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้น เท่ากับรัฐบาลกำลังบอกว่าไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดบริการสาธารณะของประชาชน ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมาย ถือเป็นการคุ้มครองสัญญาเอกชนเกินผลประโยชน์ของสาธารณะ
สารีระบุความคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการใช้อำนาจทางปกครอง สั่งการให้กรมทางหลวงยุติการขึ้นราคา เพราะการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่มีการรับฟังความเห็นของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57วรรค 2 มาตรา 61  นอกจากนี้ขอให้ทบทวนกรณีขึ้นค่าทางด่วนระยะที่ 1 ระยะที่ 2 และทางด่วนพิเศษด้วย เพราะสัญญาระบุให้ขึ้นราคาถ้ามีคนใช้ 2 แสนคน แต่ปัจจุบันพบว่ามีคนใช้ทางด่วนกว่าล้านคันต่อวัน
“เราให้เวลาสัก 7 วัน ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น คงต้องฟ้อง นายกฯ รมว.คมนาคม และอาจรวมถึงครม.ทั้งคณะ ฟ้องฉุกเฉินให้หยุดชั่วคราว” สารีกล่าวพร้อมระบุว่าจะหารือกับนักกฎหมายอีกทีว่าจะใช้ช่องทางของศาลปกครอง หรือช่องทางของการฟ้องคดีผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ยังได้ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งประชาชนเสียค่าทางด่วนประมาณ 3 พันบาทต่อเดือน ขณะที่มีรายได้ 3 หมื่นบาท หรือคิดเป็น 10% แต่สำหรับประเทศไทย หากขึ้นราคาเป็น 85 บาท ทำงาน 22 วันคิด ต้องใช้เงินถึง 3740 บาท นอกจากนี้นายกฯ มาเลเซียก็เพิ่งประกาศเป็นนโยบายลดค่าทางด่วนให้ประชาชน 20% และหลายประเทศทั่วโลก ทางด่วนจะเก็บถูกลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลา
“ถ้าคนระดับรัฐมนตรีพูดได้เพียงว่า ถ้าขึ้นราคาก็หยุดใช้ ใครๆ ก็เป็นรัฐมนตรีได้” สารีวิจารณ์การให้สัมภาษณ์ของนายโสภณ ซารัมย์ รมว.กระทรวงคมนาคม ที่ยืนยันขึ้นค่าทางด่วนโทลล์เวย์ตามสัญญาและแนะให้ประชาชนใช้ทางเลี่ยงอื่นๆ  
ตัวแทนเครือข่ายผู้พิการ กล่าวว่า ผู้พิการถือว่าได้แจ็กพ็อต 2 เด้ง เพราะเป็นทั้งผู้พิการ และมนุษย์เงินเดือนที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐก็ไม่จัดบริการสาธารณะที่ดีพอและเพียงพอให้คนพิการ จึงต้องเสียทั้งค่าแท็กซี่พ่วงด้วยค่าทางด่วน
“อีกหน่อยคนพิการอาจต้องผูกคอตายหากยังต้องรับภาะทั้งสองเด้งนี้ต่อไป” ตัวแทนเครือข่ายผู้พิการกล่าว
บุญยืน ศิริธรรม เครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันตก กล่าวว่า รู้สึกช็อกกับการขึ้นราคาและเหมือนถูกปล้น และไม่นึกว่านี่จะเป็นของขวัญปีใหม่ของรัฐบาล วันที่ 25 ธ.ค.เป็นวันแถลงผลงาน อย่าลืมผลงานเรื่องนี้ด้วย อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคที่มีอยู่ก็ไม่เคยออกมาปกป้องผู้บริโภค เราจึงต้องเรียกร้ององค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค เพราะไม่สามารถเชื่อมั่นหน่วยงานต่างๆ ที่มีอยู่ได้  
“เรายืนยันว่าจะฟ้องทุกศาล แม้ต้องไปถึงศาลพระภูมิก็จะไป” บุญยืนกล่าว
พนัชทร สุนทรภิมุข เครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันออกและภาคกลาง กล่าวคัดค้านการขึ้นค่าทางด่วนโทลล์เวย์ ซึ่งรถเล็กเก็บเพิ่มขึ้น 35.24% รถใหญ่เพิ่ม 24% เพราะมีวิธีการในการจัดการอีกมากโดยไม่ต้องผลักภาระให้ผุ้บริโภค จึงอยากเชิญชวนผู้เห็นด้วยกับเครือข่ายผู้บริโภคให้เปิดไฟหน้ารถเมื่อขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ เพื่อแสดงพลังการคัดค้านเรื่องนี้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่สนับสนุนการฟ้องร้องสามารถเข้าไปร่วมลงชื่อได้ในเว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค www.consumerthai.com
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์