ใบตองแห้งออนไลน์: สุรยุทธ์ ทักษิณ

 
ผมเคยสัมภาษณ์ พล.อ.สุรยุทธ์ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งดูเหมือนจะเป็นตอนเกษียณอายุราชการใหม่ๆ อีกครั้งเป็นปี 49 ตอนที่ท่านยังเป็นองคมนตรี
 
ผมพูดได้เต็มปากว่า พล.อ.สุรยุทธ์เป็นบุคคลที่ผมชื่นชม เป็นสุภาพบุรุษชาติทหารทุกกระเบียด เป็น “คนดี” ที่ซื่อตรงยึดมั่นต่อหน้าที่ เคยถามตัวเองว่าเป็นเพราะความโน้มเอียงหรือเปล่า ในฐานะที่ท่านเป็นลูก “ลุงคำตัน” (ไม่ได้รู้จักลุงหรอกนะ แต่มันโรแมนติกดี ที่ลูก ผบ.กองทัพปลดแอกประชาชน กลายเป็น ผบ.ทบ. ผบ.สส. องคมนตรี และนายกรัฐมนตรี) แต่ความรู้สึกชื่นชมของผมก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าจะมีเรื่องอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร เรื่องเขายายเที่ยง หรือเรื่องบ้านสนามกอล์ฟ (ที่ท่านซื้อได้ในราคาลดพิเศษ)
 
มีช่วงหนึ่งที่หน้าแหลมฟันดำกับพันธมิตรโจมตีท่าน เพราะทำหน้าที่ได้ไม่สะใจพวก radical กระทั่งอมขี้ฟัน นปก.ไปพ่นต่อ เรื่องเขายายเที่ยง ทั้งที่ก่อนนั้น นปก.เคยขุดคุ้ยมาเปิดโปงกลับไม่มีใครสนใจ แต่พอพวกนี้ไม่พอใจ พล.อ.สุรยุทธ์ กลับหน้าไม่อายเลียน้ำลายฝ่ายตรงข้ามมากลืนกินแล้วตวัดลิ้น
 
ผมก็ยังเขียนไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะประเทศนี้ นักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูง ระดับกลาง ระดับล่าง พ่อค้า คนชั้นสูง ชั้นกลาง ที่เข้าไปครอบครองที่ ภบท. สปก. หรือกระทั่งไม่มีเอกสารสิทธิ์อันใดเลย ก็มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
 
ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ว่าให้ปล่อยไป เพราะเมื่อไม่ถูกต้อง ท่านก็ต้องคืน เรื่องทางกฎหมายก็ว่าไปตามเนื้อผ้า แต่ข้อสำคัญคือผมบอกว่ามันไม่ได้กระทบความรู้สึกชื่นชม และความเป็น “คนดี” ในสายตาผม เพราะผมไม่ได้มองคนดีว่าต้องมาจากนอกโลก ต้องอิ่มทิพย์ หรือต้องทำตัวสมถะอยู่ในไร่ผักปลอดสารพิษ หากต้องมองจากโลกแห่งความเป็นจริงว่าคุณประพฤติตนดำรงตนอย่างไรในสถานภาพที่เป็นอยู่ คนเป็นแม่ทัพ เป็น ผบ.ทบ. เป็น ผบ.สส. มีอำนาจบารมี มีลูกน้องมากมาย ต้องคบค้าสมาคมผู้คนหลากหลาย ให้คุณให้โทษ ไม่ให้คนนี้ก็ต้องให้คนนั้น ฯลฯ มันไม่เหมือนกับการเป็นคนดีโดยล่องลอยไปวันๆ อย่างหมอประเวศนะคร้าบ
 
พูดง่ายๆ ว่าสถานะอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์น่ะ ถ้าท่านจะ “เอา” จริงๆ ไอ้บ้านเขายายเที่ยงแค่นี้ขี้ปะติ๋ว จะชี้เอากี่ร้อยพันไร่ใส่ชื่อใครก็ได้ หรือที่เปิดบัญชีทรัพย์สิน 90 ล้านก็ยังขี้ปะติ๋ว ถ้าเทียบสมัยบิ๊กเสื้อคับ ทหารซื้ออาวุธที ถ้าจะเอา เอาเท่าไหร่
 
เพียงแต่ท่านไม่ “เอา” ก็ไม่ได้แปลว่าท่านจะต้องไม่มีอะไรเลย ในสังคมอุปถัมภ์แบบไทยๆ ผู้มีอำนาจบารมี ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวไล่ corrupt ก็จะได้รับช่องทาง ความเอื้อเฟื้อ เกื้อหนุน ให้มีฐานะ - ยกตัวอย่างบ้านของท่านที่ซื้อได้ในราคาพิเศษลดไปกี่ล้านไม่รู้
 
ไอ้ความเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนนี่เป็น corrupt อย่างหนึ่งหรือเปล่า พูดยากนะครับ บางครั้งมันก็ไต่อยู่บนเส้นแบ่ง บางครั้งมันก็ข้ามเส้น บางครั้งก็ไม่ข้าม แต่พูดได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ทำกันทั่วไปในสังคมไทย บ้านจัดสรรสนามกอล์ฟขายลดราคาให้องคมนตรี อดีต ผบ. ได้ท่านมาอยู่ด้วย โห! วิน-วิน คิดในเชิงการตลาดคุ้มเกินคุ้ม ในเชิงสังคมอุปถัมภ์ก็เป็นที่นับหน้าถือตา ใครๆ ก็เกรงใจ เป็นช่องทางทำอะไรได้อีกหลายอย่าง
 
แต่ถึงอย่างไร ผมก็เชื่อว่า คนอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ท่านไม่ใช่คนที่ต้องการทรัพย์ศฤงคาร วันนี้ท่านอยู่ในสถานะอย่างนี้ ท่านก็จำเป็นต้องมีตามฐานานุรูป แต่วันใดที่ท่านเลือกได้ ความสุขของท่านก็คือการได้บวชแล้วธุดงค์ไปตามป่าอย่างมีอิสระ
 
นี่เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ผมยังชื่นชมท่านเป็นส่วนตัว แม้ท่านจะถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร คือผมไม่คิดว่าท่านทำโดยส่วนตัว แต่ท่านถือว่าท่าน “ทำหน้าที่” เวลาที่วาสนา นาน่วม หรือใครไปสัมภาษณ์ท่าน ท่านจะพูดเสมอว่าทักษิณโทรมาก็ยินดีคุย เพราะท่านไม่ได้โกรธเกลียดชิงชังทักษิณเป็นส่วนตัว แต่ท่านถือว่าท่านทำหน้าที่ของชายชาติทหาร
 
คือ พูดอีกอย่างว่า พล.อ.สุรยุทธ์ในทัศนะผมเป็นสุภาพบุรุษรบพิเศษ ท่านไม่ใช้อคติส่วนตัวกับใคร ผมนึกวาดภาพว่าสมัยเป็นทหาร ท่านอาจจะสนทนากับคุณอย่างสุภาพชน แต่สมมติได้รับคำสั่งให้ “เก็บ” คุณ ท่านก็จะชักมีดออกมาบอกว่า “ขอโทษนะครับ” แล้วปาดคอหอยคุณได้โดยไม่กระพริบตาเลยสักนิด (ฮา)
 
ในอีกมุมหนึ่งผมจึงรู้สึกสงสารท่าน ที่ต้องมาแบกรับภาระ เป็นนายกฯท่ามกลางเขาควาย ถูกด่ารอบทิศ เผชิญแรงกดดันจนถึงวันนี้ จนตบะ อหิงสา ความอดทนอดกลั้น ปั่นป่วน กระทั่งไประเบิดเอากับน้องวาสนาของผมซะน่วม (ฮาไม่ออก)
 
ย้อนมาเรื่องที่เขายายเที่ยง ผมก็ยังมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร บ้านนี้เมืองนี้ ใครๆ ก็ครอบครองที่ ภบท. กันทั้งๆ ที่ไม่ควรมีสิทธิครอบครองทั้งนั้น ผมเองยังเคยมีคนชวนไปซื้อ เพียงแต่ไม่มีกะตังค์ ถ้าเอาใจเราไปใส่ใจท่าน ที่ตอนนั้นเป็นนายทหาร ท่านก็คงจะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายร้ายแรงอะไร เพราะไม่ใช่ตัวท่านไปรุกป่า มันหมดสภาพป่าไปนานแล้ว และไม่ใช่ท่านเจตนาจะไปกว้านซื้อ แต่(ได้ยินว่า)มีคนเอามาใช้หนี้ ท่านเป็นคนรักป่า อยากอยู่กับป่า ก็ไปสร้างเป็นสถานที่พักผ่อน มีที่นั่งวิปัสสนาอีกต่างหาก
 
โอ้ หนอ น่าเป็นสุขสมถะอยู่อย่างปลอดสารพิษ แต่เหตุไฉนไยต้องมีคดีที่ดินรัชดาขึ้นมาด้วย
 
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ตอนนี้ใครๆ ก็พูดว่า ทักษิณเซ็นยินยอมให้เมียประมูลซื้อที่ดิน ไม่ได้ทุจริตแต่มีความผิดติดคุก 2 ปี สุรยุทธ์ให้เมียครอบครองที่ป่าโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง
 
ผมก็ไม่ทราบว่าเหตุใดอัยการจึงมาสั่งไม่ฟ้องเอา 3 วันก่อนม็อบเสื้อแดงบุกเขายายเที่ยง แต่ผลที่เกิดขึ้นคือ ในทางการเมือง พล.อ.สุรยุทธ์มีแต่ตายกับตาย เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย ต่อให้ท่านประกาศคืนที่ดิน (ได้ยินว่าจะแถลงข่าววันนี้) ก็อาจจะสายเสียแล้ว
 
ทักษิณมีความผิดอะไร ถ้าฟังคุณสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ปปช. เธอบอกว่าทักษิณไม่มีเจตนาทุจริต แต่ทำผิดจริยธรรม กระทำฝ่าฝืนกฎหมาย เช่นเธออ้างคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองว่า "จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลควรเป็นตัวอย่างที่ดี และควรประพฤติตนในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรมของนักการเมือง" (บทความเรื่อง ความผิดตามหมวด 9 ตามกฎหมาย ป.ป.ช. "สำคัญไฉน")
 
สิ่งที่เธอไม่ได้พูดคือ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกในโลก ในประวัติศาสตร์กฎหมายโลก ที่คนไม่ได้ทุจริตแต่ทำผิดจริยธรรมต้องโทษจำคุก จากการตีความกฎหมาย ปปช.มาตรา 100 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง (5-4)
 
คือกรอบของกฎหมายวางไว้หลายระดับ กฎหมายอาญาต้องพิสูจน์ว่ามีการกระทำผิดชัดเจน มีองค์ประกอบของเจตนา ปล้น ฆ่า ทำร้าย ทุจริต ฉ้อฉล จึงมีความผิดติดคุก นี่เป็นกฎหมายที่ใช้โดยเสมอภาคแก่คนทั่วไป ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะตำแหน่งใด
 
แต่กฎหมายอาญาไม่เพียงพอ สำหรับบุคคลผู้มีตำแหน่งหน้าที่ ข้าราชการจึงต้องมีวินัย นักการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ต้องมีข้อกำหนดเรื่องคุณสมบัติ มีข้อกำหนดเรื่องลักษณะต้องห้าม มีข้อกำหนดทางจริยธรรม โดยกำหนดบทลงโทษแตกต่างกันไป สมมติเช่นปลดออก ขับออก ถอดถอนจากตำแหน่ง ทำกับข้าวตกเก้าอี้ (ฮาไม่ออกอีก) หรือเอาให้บ้าๆ ไปเลยแบบประเทศเกาะอะไรนั่น ที่นายกฯขาดประชุมสภา 3 ครั้งตกเก้าอี้
 
แต่ถึงจะเฮี้ยนอย่างไรก็ไม่เคยมีที่ทำผิดข้อกำหนดทางจริยธรรม โดยขาดองค์ประกอบความผิดอาญา คือเจตนาทุจริต – แล้วจะติดคุก!
 
ความผิดทางจริยธรรม ก็เปรียบได้เช่นครูได้เสียกับลูกศิษย์ สมภารนอนกับสีกา ถ้าไม่ได้ข่มขืนล่อลวง ก็ไม่ต้องติดคุก แต่ต้องออกจากตำแหน่งหน้าที่ หรือบางกรณีก็ถูกติฉินนินทา โลกะวัชชะ แต่ถ้าข่มขืนล่อลวง อันนั้นนอกจากติดคุกแล้วยังโทษหนัก
 
ผมยืนยันมาตลอดว่าการที่ทักษิณให้เมียซื้อที่ดินของกองทุนฟื้นฟูทั้งที่ตัวเองเป็นนายกฯ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ผิดหลักจริยธรรมของนักการเมือง แต่เมื่อขาดองค์ประกอบทุจริต ก็ไม่ควรต้องติดคุก ถามว่าผิดหลักจริยธรรมแล้วจะลงโทษอย่างไร ถ้าไม่มีข้อกำหนดทางวินัยเช่น ปลดออก ถอดถอน ก็ลงโทษทางการเมืองสิครับ คือถูกตำหนิวิพากษ์วิจารณ์กระทั่งเสื่อมความนิยม
 
พูดแบบนี้พวกพันธมิตรอาจหัวร่อก๊ากว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับเมืองไทย แต่คุณไปดูอารยะประเทศ รัฐมนตรีหญิงอังกฤษมีผัวพัวพันเรื่องฉ้อฉล เมียไม่เกี่ยวเลยยังลาออก คุณอาจจะบอกว่าไม่มีหรอกเมืองไทย แต่ถามกลับว่าเขาต้องกำหนดในรัฐธรรมนูญไหมว่า ถ้าคู่สมรสมีเรื่องมัวหมองต้องลาออก ถ้าต้องกำหนดอย่างนั้นมันบ้าไหม ถ้าเอาอย่างรัฐธรรมนูญไทยที่กำหนดว่านามสกุลเดียวกันห้ามลงทั้ง ส.ส. สว. หรือ ส.ส. สว.ห้ามถือหุ้นสัมปทานรัฐแม้แต่หุ้นเดียว รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นก็ต้องกำหนดเช่นกันว่าถ้าเป็นรัฐมนตรีมีเรื่องเสื่อมเสียต้องฮาราคีรีสถานเดียว
 
นี่ผมกำลังพูดถึงข้อเรียกร้องทางจริยธรรมอีกอย่างหนึ่งคือ “สปิริต” ซึ่งสังคมไทยไม่ค่อยได้ใช้ “สปิริต” ที่แสดงออกเมื่อทำผิดทางจริยธรรม ในระดับที่ไม่มีความผิดทางกฎหมาย ไม่มีความผิดทางวินัย ไม่ถูกถอดถอน แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อผู้ดำรงตำแหน่ง จนต้องแสดงสปิริตเอง
 
สปิริตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบังคับโดยกฎหมาย เพราะกฎหมายต้องมีกรอบเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าทางอาญา วินัย หรือข้อห้ามต่างๆ แต่บางเรื่องเป็นเรื่องทางศีลธรรมจริยธรรมที่ไม่สามารถนำมากำหนดเป็นข้อห้ามหยุมหยิมได้เพราะจะส่งผลอีกด้านเป็นการจำกัดสิทธิ จำกัดการทำงาน จึงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของการเรียกร้องทางสังคมและสปิริตของผู้ดำรงตำแหน่งนั้นเอง เช่น ประธานาธิบดีอเมริกา รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามมีกิ๊ก แต่ผู้สมัครคนไหนมีเรื่องอื้อฉาว ก็สอบตกทุกรายหรือไม่ก็ต้องถอนตัว
 
ฉะนั้น เมื่อย้อนกลับมาดูว่า ทักษิณทำผิดทางจริยธรรม แล้วต้องโทษจำคุก ทั้งที่ไม่มีเจตนาทุจริต แล้ว พล.อ.สุรยุทธ์ล่ะ ควรจะทำอย่างไร
 
นี่ไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย เพราะในเมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องก็คงไม่สามารถไปเคี่ยวเข็ญได้ ในแง่กฎหมายป่าไม้ที่ดิน ใครจะถกเถียงก็เถียงกันไป
 
แต่ที่สำคัญกว่าคือในแง่ของจริยธรรม บอกแล้วว่าผมเข้าใจความรู้สึกของท่านดี ใครๆ เขาก็มีที่ ภบท.กัน ท่านก็น่าจะมีได้ ถ้าท่านเป็น ร.อ.สุรยุทธ์ พ.อ.สุรยุทธ์ ใช่เลยครับ ไม่มีปัญหาหรอก เพราะกรมป่าไม้จะแตะไปตรงไหนมันก็มีปัญหาหมด แต่สำคัญคือท่านไม่ใช่ ร.อ. พ.อ. แต่เป็นพลเอก แม่ทัพภาค ผบ.ทบ. ผบ.สส. อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรี
 
องคมนตรีอาวุโสลำดับ 3 รองจากพลเอกเปรม และธานินทร์ กรัยวิเชียร เสียด้วยสิ
 
คุณสมลักษณ์อธิบายว่า มาตรา 100 กฎหมาย ปปช.ที่ใช้จัดการทักษิณ ใช้บังคับเฉพาะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่ต้องเป็นแบบอย่าง ประพฤติตนในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรมของนักการเมือง
 
ผมแน่ใจว่าไม่มีกฎหมายฉบับใดบังอาจใช้บังคับกับองคมนตรี ให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง ในสิ่งที่ดีงามตามจริยธรรม
 
แต่ในสังคมไทยที่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งสูงสุด เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรมความดีงาม ถ้าเราเรียกร้องให้รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มีคุณธรรมจริยธรรมถึงเพียงนี้ แล้วองคมนตรีผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทของพระผู้ทรงธรรม ควรจะมีศีลธรรมจรรยาสูงกว่านักการเมืองสักกี่เท่า?
 
องคมนตรีไม่ต้องมีกฎเหล็กเก้าข้อบ้าบออะไรนั่น แต่กฎที่มองไม่เห็นมียิ่งกว่าร้อยข้อพันข้อ ถ้าเปรียบนักการเมืองถูกบังคับให้ถือศีล 8 องคมนตรีก็ต้องถือศีล 227 ข้อ ใช่ไหมครับ
 
ฉะนั้น ใครอย่าเอา พล.อ.สุรยุทธ์ไปเปรียบเทียบกับทักษิณ ทักษิณเปรียบกับท่านไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะโดยสถานะของท่านต้องมีจริยธรรมสูงส่งกว่าทักษิณหลายเติบ
 
จริยธรรมที่เอาคืนไม่ได้แล้ววันนี้ ต่อให้ท่านประกาศคืนที่ดิน ยังเหลือแต่ “สปิริต” ที่ต้องกอบกู้
 
ขอย้ำว่า ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ว่า พล.อ.สุรยุทธ์จะอยู่ในสถานะใด ผมก็ยังเคารพชื่นชม เพราะในทัศนะผม “คนดี” ก็พลาดได้ เพียงแต่ในสถานะขององคมนตรี ท่านถูกเรียกร้องสูงกว่าความเป็น “คนดี”
 
ซึ่งก็ไม่ใช่ผมเป็นผู้เรียกร้อง บอกแล้วว่าผมไม่ได้มองเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าท่านคืนที่ดินเสีย ตอนที่พ้นจากนายกฯ เรื่องก็จบ แต่เหตุการณ์ผ่านมาถึงวันนี้ เมื่อมีการลงโทษทักษิณถึงจำคุก ฐาน “ทำผิดจริยธรรม” มันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะกลายเป็นคำถามถึง “มาตรฐานทางจริยธรรม” ซึ่งถ้าปล่อยให้สังคมรู้สึกว่าเกิด “สองมาตรฐาน” เสียแล้ว ก็อาจมีผลเสียหายร้ายแรงกว่าสองมาตรฐานทางกฎหมายอีก
 
                                                           
ใบตองแห้ง
11 ม.ค.53
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์