ครูอัตราจ้างงบ ร.ร. ร้อง 2 มาตรฐาน “สวัสดิการ-สอบบรรจุ”

 
28 ม.ค. 53 – เวลาประมาณ 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ฯ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนครูอัตราจ้างงบจ้างของโรงเรียนจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ให้แก้ปัญหาของครูอัตราจ้างตามงบประมาณของโรงเรียน ซึ่งเป็นการจ้างงานแบบใหม่ในช่วงหลายปีมานี้ของวงการศึกษา โดยในการจ้างงานครูอัตราจ้างนั้นจะมีทั้งงบประมาณจากเขตการศึกษา (สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ) งบประประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและ งบประมาณจากโรงเรียนเอง (โรงเรียนที่ไม่ขึ้นต่อองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น)
 
โดยหลายโรงเรียนจะได้รับงบประมาณจากเขตการศึกษาเพื่อจ้างครูอัตราจ้าง แต่เมื่อหมดงบประมาณแล้ว บางส่วนก็ต้องถูกเลิกจ้าง บางส่วนโรงเรียนจะต้องหางบประมาณมาจ้างเอง เช่น การใช้งบจากผู้ที่มาบริจาคให้กับโรงเรียน, การทอดผ้าป่า และการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อระดมทุน ส่วนในเรื่องของสวัสดิการที่ไม่มีทั้งประกันสังคม (เมื่อหมดงบจากทางเขตการศึกษาแล้ว) ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล รวมถึง ไม่มีสวัสดิการที่ครอบคลุมให้กับญาติพี่น้อง เหมือนกับข้าราชการครูทั่วไป
 
นอกเหนือจากสวัสดิการและงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการจ้างครูแล้ว ยังพบว่าในการระเบียบการสอบแข่งขันครูอัตราจ้างขึ้นจะต้องมีคุณสมบัติว่าเป็นครูอัตราจ้างจากงบประมาณของเขตการศึกษาเท่านั้น ทำให้ครูอัตราจ้างตามงบประมาณของโรงเรียนเสียโอกาส และไม่เท่าเทียมเหมือนครูอัตราจ้างตามงบประมาณของเขตการศึกษา
 
ทั้งนี้ตัวแทนครูคนดังกล่าวได้กล่าวว่ามีครูอัตราจ้างในพื้นที่เชียงใหม่หลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน และกำลังหาทางร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อแก้ปัญหานี้อยู่
 

 
เรียน ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เรื่อง ขอความอนุเคราะห์แก้ไขปัญหาของครูอัตราจ้างตามงบของโรงเรียน
 
ข้าพเจ้าทำงานอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาลขนาดเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ระยะเวลาการทำงาน 5 ปี ช่วงเวลาที่ทำงานอยู่นั้นบางช่วงโชคดีก็ได้งบประมาณจากเขตการศึกษา แต่พอหมดงบประประมาณของเขตการศึกษา ทางโรงเรียนก็ใช้งบประมาณของทางโรงเรียนจ้างแทน เพราะทางโรงเรียนขาดแคลนบุคลากรจึงใช้งบประมาณที่มีอยู่น้อยนิดจ้างต่อจากเขตการศึกษา
 
ข้าพเจ้าทำงานทุ่มเทให้กับเด็กนักเรียนจนทำให้โรงเรียนผ่านการประเมินคุณภาพ ที่ปรึกษาของโรงเรียนให้กำลังใจแก่ข้าพเจ้าว่า ให้อดทนรอจะมีการสอบแข่งขันครูอัตราจ้างขึ้น แต่จะต้องมีคุณสมบัติว่า ต้องมีประสบการณ์สอนที่นั้นอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป ข้าพเจ้าทำงานรออย่างมีความหวัง เพราะตอนนั้นมีการออกเป็นจดหมายแจ้งให้ทราบด้วย
 
ข้าพเจ้าก็เฝ้ารอมานานกว่า 2 ปี ผลสุดท้ายผลที่ออกมาทำให้ข้าพเจ้าผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะผลที่ออกมาเขารับแต่บุคลากรที่ใช้งบประมาณของเขตการศึกษาเท่านั้น ส่วนข้าพเจ้านั้นเป็นครูอัตราจ้างที่จ้างตามงบประมาณของโรงเรียน ซึ่งบางครั้งทางโรงเรียนจะต้องทำการทอดผ้าป่า หรือรอผู้ที่มีเมตตาบริจาคเงิน เพื่อนำมาเป็นเงินเดือนให้แก่ครูอัตราจ้างของโรงเรียน
 
ข้าพเจ้าผิดหวังและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอยากเป็นข้าราชการครูหรือได้รับสวัสดิการเท่าเทียมกับข้าราชการทั่วไป เพราะทางบ้านของข้าพเจ้ามีฐานะยากจน บิดาของข้าพเจ้าแก่ชรามากแล้ว มีโรคประจำตัวหลายโรค ข้าพเจ้า จะต้องใช้เงินมากในการรักษา ในขณะที่ข้าพเจ้าทำงานเป็นครูเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่มีสวัสดิการอะไรเลย จะต้องจ่ายเองทุกอย่าง ส่วนเงินที่มาจ้างข้าพเจ้านั้นก็ 5,500 บาท ต่อเดือน หากช่วงไหนปิดเทอมก็จะไม่ได้เงินจ้าง จะได้ก็ต่อเมื่อโรงเรียนเปิดเทอมเท่านั้น หากเดือนไหนเปิดครึ่งเดือนก็ได้รับเงินเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น
 
ข้าพเจ้าจึงน้อยเนื้อต่ำใจว่าทำไม จึงตัดสินว่า “ค่าจ้างจะต้องจ้างด้วยงบประมาณของเขตการศึกษาเท่านั้น” ในเมื่อครูอัตราจ้างก็ทำงานเหมือนกับงบประมาณเขตการศึกษาจ้างทุกอย่าง ทุกประการ เพียงแค่ที่มาของเงินที่จ้างไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง
 
ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านนายกฯ จะเมตตาครูอัตราจ้างด้วยงบจ้างของทางโรงเรียนที่เป็นเหมือนข้าพเจ้าทั่วประเทศ ให้มีสิทธิเท่าเทียมกับครูอัตราจ้างตามงบของเขตการศึกษา หรือข้าราชการทั่วไป ข้าพเจ้าอยากให้มีสวัสดิการที่ดีให้กับผู้ที่เป็น บิดา มารดา ของข้าพเจ้าในยามเจ็บป่วยไม่สบาย เพราะค่ารักษาในแต่ละครั้งต้องใช้เงินมากพอสมควร จึงเรียนขอความเห็นใจให้ท่านนายกฯ ออกนโยบายและสั่งการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้กับครูอัตราจ้างเช่นเดียวกับข้าพเจ้าทั่วประเทศ ตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้มีคุณภาพของรัฐบาล
 
โดยความเคารพและขอแสดงความขอบคุณล่วงหน้าไว้อย่างสุดซึ้ง
สำหรับการแก้ไขปัญหาให้กับครูอัตราจ้าง
 
ตัวแทนครูอัตราจ้างตามงบของโรงเรียน จังหวัดเชียงใหม่
 

 

ครูคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดใ

ครูคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการผลักดันการศึกษาให้ขับเคลื่อนไปได้
จะเคลื่อนไปแล้วตกเหว
กรือเคลื่อนไปแล้วไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นของชาติ
ย่อมขึ้นอยู่กับครู
หากครูหมดกำลังใจ
ไม่ได้รับสิ่งอันควรจะได้รับตามมาตรฐาน
ก็เหลือความหวังสำหรับเยาวชนของชาติริบหรี่เต็มที

การยกมาตรฐานครูเเละอัตราจ้างท

การยกมาตรฐานครูเเละอัตราจ้างที่เหมาะสมเเละมีอนาคตที่เเน่นอนไม่ใช่เเค่เพียงครูอัตราจ้างรายปี เพื่อลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐ สิทธิในการดำรงชีพ สิทธิเเห่งการเข้าถึงเงินกู้ที่ถูกกฏหมาย ซื้ออสังหา จะทำให้ครูมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความหวัง สุดท้ายจะมาถึงนักเรียน รัฐควรนำไปพิจารณา