รายงาน: เมื่อนายกฯ ตอบคำถามว่าด้วยงบประมาณดับไฟใต้

 
 
จะผ่าหรือไม่ผ่าพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตรวจวัตถุระเบิด GT 200 ที่หน่วยทหารใช้กันอยู่ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่จากการทำงานที่ผิดพลาดของอุปกรณ์ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง จนนำมาซึ่งการสูญเสียในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ถูกสังคมตั้งคำถามมากมายและวิพากษ์วิจารณ์กันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในทำนองที่ว่า คุ้มค่าหรือไม่กับราคาเรื่องละล้านกว่าบาท
 
 
แต่ในขณะเดียวกันหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานใช้ GT200 โดยตรง ต่างก็ออกมาการันตีถึงประสิทธิภาพว่าใช้ได้เจ๋งจริง แต่สังคมก็ยังคงตั้งคำถามไปถึงเรื่องการใช้งบประมาณมหาศาล ในภารกิจดับไฟใต้ของรัฐบาลว่าคุ้มค่าจริงหรือ หรือเพียงแค่การละเลงงบ
 
อย่างครั้งหนึ่งในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์Ž ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ระหว่างเวลา 09.00 - 10.00 น. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ได้กำหนดประเด็นพูดคุยเรื่อง ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้Ž ผู้เข้าร่วมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในคราวนั้น ประกอบด้วย นายอนุพงศ์ ไชยฤทธิ์ จากทีวีไทย นายมูฮำหมัดอายุบ ปาทาน จากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ นายสุพจ จริงจิตร จากหนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส โดยมีน.ส.เขมสรณ์ หนูขาว เป็นพิธีกรรับเชิญ
 
ประเด็นสำคัญในเรื่องการใช้งบประมาณดับไฟใต้อยู่ที่คำถามของนายสุพจ จริงจิตร ที่มาพร้อมกับการแจกแจงรายละเอียดที่ได้มาจากสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง พร้อมคำตอบที่ตรงประเด็นหรือไม่ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
 
.................
สุพจ จริงจิตร : ตัวเลขงบประมาณจังหวัดชายแดนภาคใต้ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระหว่างปี 2547 - 2552 ที่ผมได้มาจากสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางรวมแล้ว 109,296.21 ล้านบาท เฉลี่ยตกปีละ 18,216.035 ล้านบาท
 
ในขณะที่แต่ละรัฐบาลพูดถึงนโยบายการเมืองนำการทหาร จะพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้อยู่ดีมีสุข เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่เมื่อดูตัวเลขงบลงทุนของรัฐบาล ช่วงปี 2548 - 2552 เฉพาะ 3 จังหวัดคือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดความรุนแรงโดยตรง ผมคิดว่าไม่น่าจะตอบโจทย์ความกินดีอยู่ดี หรือตอบสนองนโยบายการเมืองนำการทหารของรัฐบาล
 
เพราะตัวเลขงบลงทุนที่ทุ่มลงไป มีงบประมาณที่ใช้ในโครงการเสริมสร้างความยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม ใน 3 จังหวัดเพียง 650,000 บาท
 
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ฟื้นฟูดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นฐานชีวิตของคน 3 จังหวัด กลับได้รับงบประมาณเพียง 3.53 ล้านบาท
 
ไม่แตกต่างจากงบลงทุนของกระทรวงแรงงานที่ 3 จังหวัดได้มาแค่ 38.68 ล้านบาทเท่านั้น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแม้จะได้งบประมาณมากถึง 4,582.06 ล้านบาท แต่เกือบทั้งหมดไปอยู่ที่กรมชลประทาน เหลือให้สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร ดูแลเรื่องที่ดินเพื่อการเกษตร อันเป็นฐานอาชีพของคน 3 จังหวัดแค่ 11.4 ล้านบาท
 
กระทรวงมหาดไทย ใช้งบประมาณไป 19,622.80 ล้านบาท เกือบทั้งหมดเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่กรมที่ดินซึ่งดูแลเอกสารสิทธิ์ อันเป็นฐานความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของคน 3 จังหวัด ได้รับงบประมาณแค่ 5.59 ล้านบาท
 
ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับงบประมาณ 3,038 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณก่อสร้างอาคารสถานที่ โดยผู้รับเหมาจากนอกพื้นที่ได้งานรับเหมาก่อสร้างไปแทบจะทุกโครงการ
 
ไม่แตกต่างจากกระทรวงกีฬาและการท่องเที่ยว ได้รับงบประมาณ 159.61 ล้านบาท แต่เกือบทั้งหมดกลายเป็นงบประมาณของสถาบันพลศึกษายะลา ขณะที่ปัตตานีได้แค่ 1.59 ล้านบาท นราธิวาสได้ไป 15.22 ล้านบาท
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึงแม้จะได้มา 246.55 ล้านบาท ก็กระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก
จากนี้จะจัดการบริหารงบประมาณอย่างไรให้ตอบโจทย์การเมืองนำการทหาร ในขณะที่ช่องทางการใช้งบประมาณ ยังคงใช้กระทรวง และกรมกองต่างๆ เหมือนเดิม
 
นายกรัฐมนตรี : ผมจะเรียนปรับความเข้าใจให้ตรงกันสักนิดหนึ่ง การเมืองนำการทหารหมายความว่า เราถือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่การเมืองต้องนำนโยบายนำเข้าไปแก้ ผมไม่อยากพาดพิงรัฐบาลเก่า รัฐบาลเก่าพูดชัดเจนเลยว่า อันนี้เป็นปัญหาที่ตำรวจ ทหารเข้าไปแก้ไข อดีตนายกรัฐมนตรีเคยพูดชัดเจน
 
คำถามว่างบประมาณใช้ผ่านช่องทางไหนอย่างไร เพื่อตอบสนองนโยบายตัวนี้ จะต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ผมยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมเลยก็ได้ว่า ถนนที่ผมไปเปิดยะลา – ปัตตานี เดิมงบประมาณเป็นของกรมทางหลวง ปรากฏว่าทำไม่ได้ เพราะเกิดปัญหาขึ้นกับผู้รับเหมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ผู้รับเหมาก็ทิ้งงาน ในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานได้ ทำได้ 25%
 
ถามว่าการเมืองนำการทหาร ผมเป็นคนเสนอกับรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ บอกว่าท่านเอาทหารเข้าไปทำซิ เพราะจะทำให้เห็นผลสำเร็จของงาน และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทหารกับประชาชนด้วย
สุดท้ายก็จัดงบให้ทหารช่างเข้าไปทำ จนเส้นทางนี้สำเร็จ การที่งบประมาณไปอยู่กับทหารช่าง ไม่ได้บอกว่าขัดกับการเมืองนำการทหาร
 
ขณะนี้ต้องยอมรับว่า หมู่บ้านหลายร้อยหมู่บ้าน ต้องพัฒนาหลายเรื่อง ถ้าไม่เอาทหารเข้าไปก็เข้าพื้นที่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นในขั้นนี้ ยังเป็นขั้นที่บทบาทของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ดี ทหารก็ดี หรือกลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
 
ผมอยากจะย้ำว่าหลักของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไม่ใช่หลักของทหาร แต่เป็นการบูรณาการระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายปกครองเข้าด้วยกัน เราต้องอาศัยกลไกเหล่านี้มากพอสมควร เพราะกลไกของกระทรวงทบวงกรมตามปกติพบว่า ทำงานยากในหลายพื้นที่
 
เมื่อเข้าไปแล้วผมไม่ต้องการให้เข้าไปแบบถาวร จึงมีนโยบายชัดเจนว่า จะลดกำลังทหารลง พอเข้าไปสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้แล้ว ก็จะถอนกำลังออกมา ให้หน่วยงานปกติเข้าไปทำงานต่อ ผมว่าเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของงบประมาณ และการใช้บุคลากรที่ตามมาอีกขั้นหนึ่ง
 
ผมไม่อยากให้มองว่า เป็นเรื่องขัดกัน ขณะนี้ทำไมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีบทบาทสูง ขณะที่เรากำลังพูดถึงการเมืองนำการทหาร
 
สุพจ จริงจิตร : ผมไม่ติดใจว่าจะใช้โครงสร้างไหนทำงาน จะใช้ทหารก็ได้ แต่ที่ผมอยากทราบคือเราจะบริหารจัดการงบประมาณอย่างไร ให้ตอบสนองนโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบโจทย์นโยบายการเมืองนำการทหารได้
 
นายกรัฐมนตรี : โจทย์ที่เราตั้งขณะนี้ เป็นโจทย์ที่มาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ที่เราทำขึ้นมา มีเป้าหมายชัดเจน เขาต้องไปสำรวจแต่ละหมู่บ้านว่า รายได้ของครัวเรือนที่ต่ำกว่า 64,000 บาทต่อปี อยู่ตรงไหนอย่างไรบ้าง จะแก้ไขอย่างไร จะนำมาฝึกอาชีพ หรือเรื่องการศึกษาขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการการศึกษาเอกชนขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
ผมน้อมรับนะครับ ผมทราบว่าเสียงวิจารณ์ในเรื่องงบประมาณตรงนี้ยังมีอยู่พอสมควร และได้กำชับในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้ระมัดระวัง ต้องขอขอบคุณที่ได้ตั้งข้อสังเกต จะระมัดระวังครับ
 
นางสาวเขมสรณ หนูขาว : 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรม ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
นายกรัฐมนตรี : ผมอยากให้เข้าใจว่าผมยังไม่พอใจ เพราะข้อเท็จจริงยังมีความรุนแรงอยู่ แม้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรง เวลาดูตัวเลขอาจจะบอกว่าลดลง ปี 2552 เทียบกับปี 2551 อาจจะลดลงเล็กน้อย ปี 2551 ถ้าเทียบกับปี 2550 ก็ลดลง
 
ที่ผมบอกว่ายังไม่พอใจก็คือว่าความรุนแรงยังอยู่ในระดับที่เราไม่ควรจะยอมรับ
 
ขณะเดียวกันต้องยอมรับด้วยว่า ที่สามารถลดเหตุการณ์ต่างๆ ลงได้ ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมหาศาล แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะพอใจ สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วชัดเจน ก็คือ
 
1.กำลังปรับปรุงกฎหมายในการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้อยู่ในขั้นของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ตรงนั้นจะมีการบูรณาการชัดเจนยิ่งขึ้น และมีความรับผิดชอบทางการเมืองสูงขึ้น ในแง่ของการบริหารจัดการนโยบาย
 
2.ในสิ่งที่เราเน้นย้ำทิศทางที่ปรับเปลี่ยนก็คือ เน้นการพัฒนากับการอำนวยความยุติธรรม ส่วนแผนการพัฒนาเราได้อนุมัติแผนที่มาจากคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตั้งขึ้น เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ สำหรับแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเพิ่งอนุมัติเงินไป 20,000 ล้านบาท พอถึงสิ้นปี 2555 เราจะใช้งบประมาณรวม 60,000 กว่าล้านบาท
 
เดี๋ยวอาจจะมีคนบอกว่า อย่าคิดว่าเงินแก้ปัญหาได้ ถูกต้องครับ ผมไม่ได้บอกว่ามีเงินลงไปแล้วจะแก้ปัญหาได้ แต่ความแตกต่างที่เราได้เห็นจากการลงพื้นที่ด้วยในครั้งนี้ก็คือ เรากำหนดเป้าหมายของแผนชัดเจน ไม่ใช่บอกว่ามีเงินลงไปแล้วคือความสำเร็จ เรามีตัวชี้วัดที่กำหนดเอาไว้แล้ว รายได้เฉลี่ยของประชาชนต้องเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ พื้นที่ปาล์มจะเพิ่มขึ้น พื้นที่นาข้าวจะเพิ่มขึ้น มีการฝึกอาชีพเพิ่มขึ้น
 
ที่สำคัญ ในการไปทำงานเรามีการทำประชาคม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสนอว่าจะแก้ปัญหาของเขาอย่างไร เขาไปสำรวจเลยว่าครัวเรือนไหนมีรายรับต่ำกว่า 64,000 บาท ขั้นแรกจะทำให้ทุกคนมีรายได้เกิน 64,000 บาทต่อปีก่อน จากนั้นเป็น 120,000 บาทต่อปี เป็นเป้าหมายสุดท้าย อย่างนี้เป็นต้น
 
รวมไปถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ที่อยู่อาศัย มีการมอบบ้าน การมีส่วนร่วม เราจะเห็นว่าก็มีการฝึกอาชีพ มีการฟื้นฟูเยาวชนที่มีปัญหายาเสพติด เป็นต้น
 
สุดท้าย เรากำลังปรับแนวทางเรื่องความยุติธรรมและบทบาทความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน บทบาทที่เราเห็นทหารช่างทำถนน ซึ่งค้างมาหลายปีแล้วเสร็จ บทบาททหารพราน เข้าไปจัดกิจกรรมพิเศษ จริงๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องการรักษาดวงตา ปรากฏว่าที่นั่นกลายเป็นที่ยอดนิยม สำหรับคนที่เป็นชิคุนกุนยาก็มารักษา เป็นบริการที่สร้างความไว้วางใจที่ดี ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน
 
ส่วนปัญหาการละเมิดสิทธิ คณะรัฐมนตรีได้มีมติไป 2 - 3 ครั้ง ปรับปรุงกระบวนการร้องเรียน ทุกครั้งที่จะต่ออายุพระราชกำหนดการบริหาราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีการประเมินว่า มีจุดอ่อนตรงไหนในการใช้
กฎหมาย จัดมีกลไกขึ้นมาจัดระบบการร้องเรียน ระบบการบันทึก เกี่ยวกับการใช้อำนาจ
 
จนสุดท้ายใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เราได้เริ่มทดลองยกเลิกกฎอัยการศึก เอาพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเบากว่าเยอะเข้าไปใช้แทน ต้นปี 2553 ผมจะเอามาตรา 21 ของกฎหมายความมั่นคงนี้มาดู เพื่อดึงคนที่หลงผิดเข้าร่วมกับขบวนการก่อความไม่สงบกลับมา ถ้าเราทำตรงนี้ไปได้ดี ผมจะเอาตรงนี้ไปใช้กับ 3 จังหวัดชายแดน
 
นางสาวเขมสรณ์ หนูขาว : เรื่องเขตปกครองพิเศษ นครปัตตานี นครรัฐปัตตานี เรื่องการกระจายอำนาจ มีเรื่องไหนที่คิดว่าพอจะนำไปแก้ปัญหาได้บ้าง
นายกรัฐมนตรี : แนวคิดของรูปแบบของโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น ไม่ได้เป็นปัญหา ผมคิดว่าที่สำคัญมากกว่าคือ การพัฒนาที่สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ ความเชื่อ ความต้องการของเขา
ถ้าเขามีความต้องการรูปแบบการปกครองพิเศษ ผมคิดว่าสามารถนำเสนอกันได้ แต่ความเห็นอาจจะหลากหลายแตกต่างกันไป แต่การมีโครงสร้างปกครองพิเศษเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ หนึ่งท้องถิ่นครอบคลุมสามจังหวัด ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์ มากว่าการมีองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือไม่
หัวใจจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบพิเศษ แต่อยู่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้หรือไม่
 000
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์