บุกทลาย..ใครได้ใครเสีย..หรือแค่โชว์อำนาจ?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
 

ดูจากข่าว วันที่ 25 ม.ค. 2553 [http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=5&d=67476]

ช่วงระหว่างวันที่ 26 – 28 ม.ค. 2553 เอ็มพาวเวอร์ ได้รับข่าวในภาษาอังกฤษ ถึงกรณีที่พนักงานบริการหญิงที่อาบอบนวด จังหวัดภูเก็ต ถูกจับกุมข้อหาค้าประเวณี หลังจากนั้นก็ได้หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นข่าวภาษาไทยหรือไม่

เราเริ่มหาข้อมูลและส่งข้อมูล พื้นที่ทำงานของเอ็มพาวเวอร์อยู่ที่ป่าตอง และให้เจ้าหน้าที่ที่ป่าตองไปเยี่ยมเพื่อนพนักงานบริการที่ถูกจับ พร้อมกับโทรไปสอบถามที่สถานีตำรวจ จ.ภูเก็ต ว่ามีแรงงานหญิงพม่าถูกจับมาจากอาบอบนวดในวันจันทร์ถูกฝากขังไว้ที่สถานีตำรวจหรือไม่ ทางตำรวจบอกกับเราว่า ไม่มีใครอยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว ถูกส่งไปเรือนจำเพื่อฝากขังแล้วดำเนินคดีต่อไป

ทางตำรวจยังบอกกับเราว่า ถ้าเราไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับแรงงานพม่าผู้หญิงคนดังกล่าว เราไม่สามารถขอข้อมูลใดๆ ได้ ต่อมาเราก็โทรไปที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต คู่สายไม่ว่างตลอดทั้งวัน เราจึงคิดว่าควรโทรไปที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง เพราะว่าโดยหลักแล้วแรงงานที่ถูกจับกุมจะถูกส่งไปที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง ต่อไป แต่ปรากฏว่าทาง ตม.ระนอง บอกกับทางเราว่ายังไม่มีใครถูกส่งตัวมาจาก ตม.ภูเก็ต เลย

หลังจากนั้นเราก็ได้รับข้อมูลจากเพื่อนของเราที่เอ็มพาวเวอร์ป่าตองว่า การบุกเข้าจับกุมอาบอบนวดในครั้งนี้เกิดจากคำสั่งของผู้ว่าฯ ที่ต้องการจับกุมแรงงานที่เข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย จากการร้องเรียนและเพื่อปราบปรามการค้าประเวณี โดยมีการตั้งเจ้าหน้าที่ในการจับกุมครั้งนี้เป็นทีมพิเศษ

ต่อมาเราสามารถติดต่อกับ ตม.ภูเก็ต ได้ว่าแรงงานหญิงชาวพม่า ไม่ได้ถูกคุมขังที่ ตม.ภูเก็ต จึงทำให้เราแน่ใจได้ว่าพนักงานบริการหญิงชาวพม่าดังกล่าวถูกฝากขังที่เรือนจำ จ.ภูเก็ต…. นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการเข้าจับกุม ขณะที่พนักงานบริการอพยพ รอขึ้นศาล เพื่อตัดสินและผลักดันออกนอกไปนอกประเทศในเร็ววันนี้

บุกทลาย..ใครได้ใครเสีย..หรือแค่โชว์อำนาจ?

อีกครั้งที่ได้เห็นข่าว ถึงการจับกุม บุกทลาย รวมถึงการล่อซื้อ ตามสื่อ วิทยุ โทรทัศน์ และ สิ่งพิมพ์ ครั้งแล้วครั้งเล่า ปีแล้วปีเล่า เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการโชว์ผลงานของหน่วยงานต่างๆ แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่ฉันรับผิดชอบได้จัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนะ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ หรือ ตามกระแสหลัก ก็ไม่อาจคาดเดาได้ เรื่องแรงงานชาติข้าม กฎหมายค้ามนุษย์ การปรามปรามยาเสพติด รวมถึง ทริปรีพอร์ท

ดูเหมือนว่า พวกเรา คนอาชีพบริการ จะถูกจัดให้เป็นกลุ่มคนหลักๆ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อ หรือ แพะ รับบาป ให้กับหน่วยงานทั้งหลายที่อยากจะโชว์ผลงานของตัวเอง ตามแต่สถานการณ์นั้นๆ เช่น ครบรอบรายงานตัว ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ก็จะมีการตรวจค้นจับปรับและผลักดัน ต้นปีก็จะตรวจใบอนุญาตสถานบริการเพื่อจัดเก็บภาษี ตรวจค้นพนักงานที่อยู่ในร้านอายุต่ำกว่า 18 ปี และแรงงานข้ามชาติต้องมีใบอนุญาตทำงาน

เมื่อมีนโยบายปรามปรามยาเสพติด สิ่งที่จะโชว์ว่าพื้นที่ฉันทำจริงนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้น เรื่องการตรวจฉี่ ….ในสถานบันเทิง...แล้วนักท่องเที่ยวได้อะไร? มันเป็นการสร้างความลำบากให้เขาหรือเปล่า? พนักงานบริการเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทุกมุมโลก ตามกระแสการโปรโมทของรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

การบุกทลาย กวาดล้าง จับกุม การค้าประเวณี มันช่วยให้สิ่งที่เป็นอยู่มันดีขึ้นอย่างไร? มันทำให้อาชีพนี้มันหมดไปในพริบตาเลยหรือ..แล้วได้เตรียมงานอื่นๆ รองรับสำหรับคนที่อยู่ในอาชีพบริการเป็นแสนๆ คนซึ่งยังไม่ได้รวมกับพนักงานบริการอพยพในประเทศไทยหรือยัง?

จับและปรับผู้หญิงนั้นมันง่ายอยู่แล้ว..โดยเฉพาะแพะรับบาปอย่างพวกเรา..ที่ไม่มีสิทธิมีเสียงจะเรียกร้องอะไรได้ เมื่อไหร่จะแก้ไขปัญหาจริงๆ สักทีว่านี่เป็นงาน รายได้ที่ได้จากค่าปรับจากพวกเราพนักงานบริการไปไหน ... ลองหันหลังกลับไปนั่งนับดูว่า กินจากน้ำพักน้ำแรงเราไปตั้งเท่าไร?

เมื่อกฎหมายมีน้ำหนักมากกว่าสิทธิมนุษยชน เมื่อแรงงานบริการอพยพเข้าไม่ถึงสิทธิ ตามกฎหมายที่มีอยู่ในเมืองไทย เราปกป้องสิทธิของตัวเองตามกฎหมายไม่ได้...กฎหมายไม่ได้ระบุว่าเราเป็นแรงงานแต่กฎหมายอีกฉบับก็ได้เข้าจับกุมเรา

เมื่อมีการเปิดใบอนุญาตจดทะเบียน แต่การจดทะเบียนก็ไม่ครอบคลุมถึงอาชีพที่เราทำอยู่ ทำให้เราถูกจับปรับ..ว่าทำงานผิดประเภทแล้วเงินที่ปรับๆไปนั้นมันอยู่ที่ไหน?

การจับแรงงาน “ต่างด้าว” นั้นเพราะมีค่าหัวหรือเปล่า? เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ เป็นค่ารางวัลนำจับขึ้นอยู่กับการประเมินของเจ้าหน้าที่ ว่าจะให้รางวัลนำจับในครั้งนั้นเท่าไร

การส่งกลับ..มันใช่คำตอบแล้วหรือ? เพราะยังไงแรงงานก็ต้องกลับมาทำงานอีกอยู่ดี คุณคิดว่าการบุกทลายและส่งกลับมันได้แก้ไขแล้วจริงๆ หรือ?

เคยคิดที่จะให้เจ้าของมาร่วมรับผิดชอบในการปกป้องดูแลพนักงานบริการ แค่การมีใบอนุญาตเปิดบริการที่ถูกต้องแค่นั้นมันยังไม่พอ พนักงานบริการต้องมีประกันสังคม การเปิดให้จดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ต้องควบคุมถึงอาชีพบริการด้วย เมื่อเราแก้ไขปัญหาที่ตรงนี้ได้ มันก็คงจะลดเรื่องปัญหาคนทำงานอายุต่ำกว่า 18 ปี ลงไปได้

หรือว่าจะปล่อยให้เป็นงานประเพณีที่ต้องทำตามเทศกาลเมื่อมีคำสั่งลงมาหรือไม่ก็โชว์อำนาจว่า ฉันสามารถตั้งหน่วยเฉพาะกิจของฉันขึ้นเองได้เพื่อจัดการปัญหาในพื้นที่ที่ฉันดูแล

อย่าลืมว่าพวกเราพนักงานบริการเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวที่ทำรายได้หลักเข้าประเทศ….

 

เอ็มพาวเวอร์...รายงาน

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์