นายจ้างและสหภาพแรงงานอินโดนีเซียเห็นพ้องกันว่าต้องแก้ไขกฎหมายแรงงาน

ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายสหภาพแรงงานได้ข้อสรุปว่ากฎหมายแรงงานปี 2003 ของอินโดนีเซียจำเป็นต้องมีการแก้ไข แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นของการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งสร้างความยากลำบากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

Sofjan Wanandi ประธานสมาคมนายจ้างอินโดนีเซีย (Apindo) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 ม.ค.) ว่า กฎหมายแรงงานที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ลดแรงจูงใจในการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นปัจจัยหลักเพื่อดึงดูดการลงทุน

“พวกเราที่อยู่ในสมาคมนายจ้างพยายามที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนสู่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานอย่างหนาแน่น แต่การลงทุนไม่เข้ามาเนื่องจากกฎหมายแรงงานฉบับนี้” ประธานสมาคมนายจ้างกล่าว

นักธุรกิจเห็นว่า กฎหมายแรงงานฉบับนี้ทำให้เกิดต้นทุนสูงต่อระบบเศรษฐกิจ ลดแรงจูงใจในการลงทุนโดยการทำให้การจ้างงานและการเลิกจ้างกระทำได้ยากและมีต้นทุนสูง

ประธานสมาคมนายจ้างกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ต้นทุนค่าในการจ่ายค่าชดเชยในการเลิกจ้างในอินโดนีเซียสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ ซึ่งสูงถึง 32 เท่าของเงินเดือน

ฝ่ายสหภาพแรงงานกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ทำให้คนงานเสียเปรียบ โดยการทำให้ไม่มีความแน่นอนในอนาคต

ประธานสมาพันธ์แรงงานอินโดนีเซีย (KSPSI) กล่าวแย้งว่า กฎหมายแรงงานที่บังคับใช้กับคนงานจ้างเหมาผ่านบริษัทตัวแทน และคนงานในระบบการจ่ายงานออกไปข้างนอก (outsourcing) ถูกใช้แบบผิดๆ โดยนายจ้าง และกฎหมายฉบับนี้ได้ส่งผลกระทบกับคนงานโดยการปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความไม่แน่นอนในการจ้างงาน

นายจ้างชอบที่จะจ้างคนงานผ่านบริษัทตัวแทนหรือใช้รูปแบบการจ่ายงานออกไปข้างนอกให้กับบริษัทอื่นมากกว่าจ้างคนงานประจำเต็มเวลา ในการจ้างงานลักษณะดังกล่าวนี้ เขากล่าวว่า นายจ้างสามารถเลิกจ้างคนงานได้ง่ายขึ้น และคนงานอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ โดยปราศจากการจ่ายค่าชดเชย

“นายจ้างต้องการลดการจ่ายค่าชดเชยในการเลิกจ้าง และเราต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายบางมาตรา ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อยุติที่ประนีประนอมกันได้ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้” ประธานสมาพันธ์แรงงาน กล่าว

เพื่อจะให้ได้ข้อยุติในเรื่องดังกล่าว ประธานสมาคมนายจ้าง เสนอว่า รัฐบาลควรริเริ่มกระบวนการแก้ไขกฎหมายแรงงาน ซึ่งในความคิดของเขา กฎหมายแรงงานสร้างความตึงตัวให้กับตลาดแรงงาน

ถ้าไม่มีการแก้ไขกฎหมาย อินโดนีเซียจะสูญเสียโอกาสในยุคของการค้าเสรี โดยเฉพาะข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนซึ่งกำลังจะมีผลในทางปฏิบัติ (ACFTA)

รัฐมนตรีกระทรวงจัดหางานและการย้ายถิ่นข้ามประเทศของอินโดนีเซีย แสดงปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้ว่า รัฐบาลควรริเริ่มร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่เมื่อนายจ้างกับลูกจ้างมีความเห็นพ้องต้องกันในเบื้องต้นว่าต้องร่วมกันในการแก้ไขกฎหมายแรงงาน

“ถ้าทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างพื้นฐานความคิดร่วมกัน พวกเราก็พร้อมเสมอในการแก้ไขกฎหมายนี้ โดยหวังว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายภายในปีนี้” เขากล่าวในงานครบรอบ 58 ปีของสมาคมนายจ้างอินโดนีเซีย

เพื่อนำไปสู่การสร้างพื้นฐานความคิดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ประธานสมาพันธ์แรงงานอินโดนีเซีย เสนอแนะว่า ทั้งนายจ้างและสหภาพแรงงานควรทำงานร่วมกันในการว่าจ้างองค์กรภายนอกที่เป็นอิสระในการทำการศึกษาวิจัยกฎหมายฉบับนี้ และผลกระทบของกฎหมายที่มีต่อการจ้างงานและการพัฒนาธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย

“สิ่งที่เราเห็นในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าวอ้างเหตุผลของตน นายจ้างอ้างว่า กฎหมายฉบับนี้ลดทอนแรงจูงใจในการลงทุน แต่มันก็เป็นมุมมองของฝ่ายนายจ้าง ในขณะที่เราก็มีมุมมองของเรา ดังนั้นควรมีสถาบันที่เป็นเป็นอิสระในการจัดทำการศึกษาวิจัยและพิจารณาว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร” ประธานสมาพันธ์แรงงานอินโดนีเซีย กล่าว

ในขณะเดียวกัน ประธานสมาคมนายจ้างกล่าวว่า การมีสถาบันที่เป็นอิสระเพื่อทำการศึกษาวิจัยน่าจะเป็นที่ยอมรับจากฝ่ายนายจ้าง แต่ปัญหาก็คือ มันยังไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างเพียงพอระหว่างคนงานกับนายจ้าง ดังนั้นสมาคมนายจ้างภายใต้การนำของเขาจะพยายามช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับสหภาพแรงงานและฝ่ายคนงาน

“พวกเรา นายจ้างไม่สามารถที่จะปฏิบัติต่อแรงงานให้เป็นแค่ปัจจัยการผลิตเท่านั้น แต่ต้องปฏิบัติกับคนงานในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนมากขึ้น การปฏิบัติแบบนี้จะช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันที่ดีขึ้นกับคนงาน” ประธานสมาคมนายจ้างกล่าว

 

แปลจาก “Employers, unions want law changed” Riyadi Suparno, The Jakarta Post, 01/29/2010

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์