'เว็บล็อก' กำลังจะตาย? ในยุคที่วัยรุ่นแห่ใช้ 'เครือข่ายทางสังคม'

งานวิจัยของสหรัฐฯ เผย เว็บล็อกซึ่งเคยบูมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วกำลังอยู่ในขาลง วัยรุ่นนิยมใช้เว็บเครือข่ายทางสังคมพวก Facebook, Twitter สื่อสารกัน และเน้นสื่อสั้น ๆ มากกว่าข้อความยาว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบอกบล็อกแบบเก่าแม้ไม่ 'เซ็กซี่' เท่า แต่จะกลายเป็นพื้นที่ของเนื้อหาที่เป็นประโยชน์

3 ก.พ. 2010 - จากผลการศึกษาล่าสุดพบว่า กลุ่มคนหนุ่มสาวกำลังเลิกสนใจการเขียนเว็บล็อก หรือบล็อกแบบยาว ๆ และมีพฤติกรรมการสื่อสารในระดับสั้น ๆ ที่สามารถใช้กับเครื่องมือสื่อสารแบบพกพาได้

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็บอกว่าการเขียนบล็อกจะยังไม่หมดไป แต่จะกลายเป็นที่นำมาใช้ประโยชน์แบบเดียวกับอีเมลล์และโทรศัพท์ คือแม้จะไม่ 'เซ็กซี่' เท่าเก่า แต่ก็ยังมีประโยชน์

ดานาห์ บอยด์ จากศูนย์เบิร์กแมนซึ่งศึกษาเรื่องอินเตอร์เน็ตและสังคมของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอกว่า ผู้คนจะหันมาใช้บล็อกในสิ่งที่ตัวบล็อกมันใช้ประโยชน์ได้ และหันไปหาช่องทางอื่นในการสื่อสารสิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่า โดยอาจจะเป็นเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม (Social network) หรือนำเสนอด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่นการสร้างวิดีโอหรือเกมส์

การศึกษาของ พิวอินเตอร์เน็ต แอนด์ อเมริกันไลฟ์โปรเจกท์ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา (2009) พบว่ามีเยาวชนอายุ 12-17 ปีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้นที่บอกว่ายังคงใช้บล็อก เมื่อเทียบกับในช่วงปี 2006 ที่มีเยาวชนใช้บล็อกราวร้อยละ 26 ผู้คอมเมนต์ในบล็อกของเพื่อนก็มีจำนวนลดลงจากราวร้อยละ 76 เหลือเพียงร้อยละ 52

นอกจากนี้ยังค้นพบอีกว่ากลุ่มคนอายุ 18-29 ปี ก็ใช้บล็อกน้อยลง โดยในการสำรวจเมื่อปี 2007 พบว่ามีผู้ใช้บล็อกในระดับอายุดังกล่าวร้อยละ 24 จากทั้งหมดที่ใช้อินเตอร์เน็ต และในปี 2009 ก็ลดลงเหลือร้อยละ 15

การศึกษาของพิว สรุปโดยรวมว่ามีผู้ใหญ่ราว 1 ใน 10 เท่านั้นที่ใช้บล็อก ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักตั้งแต่ปี 2005 ในช่วงที่บล็อกยังคงอยู่ในกระแสของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จากตัวเลขสำรวจดังกล่าวประเมินได้ว่ามีคนวัยผู้ใหญ่ราว 30 ล้านคนที่ใช้บล็อก ซึ่งผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Technorati บอกว่ามันเป็นเรื่องน่าสนใจที่มีผู้ใช้จากศูนย์เพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านราย

แต่จากข้อมูลชี้ว่า กลุ่มประชากรที่ใช้บล็อกมีอายุมากขึ้น การศึกษาของพิวพบว่าผู้ใช้บล็อกในกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7 ในปี 2007 เป็นร้อยละ 11 ในปี 2009

การศึกษาของพิวนั้นอาศัยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ 2,253 ราย ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 800 รายที่เป็นวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี ใช้วิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ทั้งจากตัววัยรุ่นเองและจากตัวผู้ปกครองพวกเขา

มีข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น การที่ชาวผิวดำ (แอฟริกัน-อเมริกัน) วัยผู้ใหญ่หันมาใช้บริการอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ชาวผิวขาวและชาวละติน (ฮิสปานิค) และมีตัวเลขของวัยรุ่นที่อาศัยอินเตอร์เน็ตในการรับข่าวสาร เหตุการณ์ ข้อมูลด้านสุขภาพ รวมถึงใช้บริการซื้อขายสินค้าจำพวกเสื้อผ้า, หนังสือ, เพลง ผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวนมากขึ้น

ทำไมวัยรุ่นถึงสนใจใช้บล็อกน้อยลง?

คำตอบที่ชัดเจนมากอันหนึ่งคือความแพร่หลายของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม ทางการศึกษาของพิวแสดงให้เห็นว่ามี 3 ใน 4 ของประชากรกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี ที่ใช้อินเตอร์เน็ต เข้าใช้เว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม เช่น เฟสบุ๊ค (Facebook) เทียบกับสี่ปีที่แล้ว (2006) ที่มีผู้ใช้ร้อยละ 55

อแมนดา เลนาร์ท หัวหน้างานวิจัยของเรื่องนี้ให้ความเห็นต่อการที่วัยรุ่นหันมาใช้เว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมมากขึ้นว่า เนื่องจากมันสามารถอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ ได้รวดเร็ว จนดึงดูดคนออกมาจากการใช้บล็อก

นอกจากนี้แล้ว กลุ่มวัยรุ่นยังมีพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้การใช้งานอยู่ในระดับที่เน้นความกระชับมากขึ้น และจากการสำรวจยังพบอีกว่ากลุ่มวัย 18-29 ปี ครึ่งหนึ่งก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน

ซาราห์ รอนดิว นักศึกษาอายุ 18 ปี จากวิทยาลัยโฮลี่ครอส ของสหรัฐฯ ก็ให้ความเห็นว่า คนสมัยนี้ไม่เห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องสนุกอีกแล้ว มันจึงกลายเป็นการเน้นการพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว

แจ็กกี้ ฮวง ชาวนิวยอร์กอายุ 25 ปี ที่ทำงานด้านการสื่อสารบอกว่า เธอไม่ได้เขียนบล็อกมาเป็นเวลา 2 ปี แล้ว และหันมาใช้เฟสบุ๊ค กับทวิตเตอร์ ตามเพื่อนแม้จะไม่ได้เล่นมากนักก็ตาม โดยก่อนหน้านี้เธอใช้บริการเว็บบล็อกของ Xanga ก่อนจะหันมาใช้ Wordpress ในการเล่าเรื่องราวตั้งแต่การท่องเที่ยว วัฒนธรรมป็อบ ไปจนถึงเรื่องการเมือง

"บล็อกของฉันเหมือนแท่นปราศรัยส่วนตัวของฉันเอง" ฮวงกล่าว "ผิดก็แต่ ฉันไม่คิดว่าฉันจะเป็นคนที่น่าสนใจพอจะให้พวก 'ผู้ติดตาม' (follower ในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมอย่าง twitter-ผู้แปล) มาคอยรับรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนในทุกชั่วโมง และฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันไม่ใช่ แอซตัน คุชเชอร์ (ดาราฮอลลิวูด-ผู้แปล) และฉันก็ไม่โพสท์รูปวาบหวิวของเดมี่ มัวร์ ในชุดชั้นใน"

หัวหน้างานวิจัยของพิวคิดว่า ผู้ที่ใช้บล็อกในเรื่องส่วนตัวจะหันมาใช้กับช่วงเวลาพิเศษ เช่น งานแต่งงาน, การเดินทางท่องเที่ยว, มีเด็กเกิด

บล็อกเกอร์คนหนึ่งที่เขียนเรื่องเทรนด์, การท่องเที่ยว และอาหาร ในบล็อกชื่อ Kiss and Type ก็กำลังจะเริ่มเขียนบล็อกโดยนึกถึงกลุ่มคนอ่านที่ใช้มือถือ

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่า อาจจะมีคนที่เลิกใช้ "เว็บบล็อกขนาดย่อม" อย่าง Twitter แล้วหันมาใช้บล็อกที่เขียนได้ยาว ๆ ได้เนื่องจากรู้สึกหงุดหงิดกับข้อจำกัด 140 ตัวอักษรเช่นกัน ขณะที่เว็บอย่าง Tumblr และ FriendFeed ก็เริ่มมีการขยายพื้นที่ของเนื้อหาให้มากขึ้นแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ให้ความเห็นว่า การใช้เว็บบล็อกเป็นเรื่องของการเผยแพร่ความรู้สึกของตนเอง ที่ต้องใช้เวลาและความอดทนมาก ทั้งยังสงสัยอีกว่ากลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันน่าจะมีจำนวนไม่มากนักที่อยากแชร์ความคิดกับคนทั้งโลก

ผู้ก่อตั้งเว็บ Technorati ให้ความเห็นว่า 5 ปีที่แล้ว การใช้เว็บบล็อกอาจเปรียบเสมือนสมาคม ที่มีผู้คนซึ่งมีความสนใจร่วมกันรู้สึกเพลิดเพลินกับการได้พูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว หรือ กึ่ง ๆ ส่วนตัว และมีผลกระทบที่ต้องรับผิดชอบน้อยมากกับการได้แลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนฝูงในบล็อก

ขณะที่ในปัจจุบันนั้น "พวกเราไหวตัวกับเรื่องการรับรู้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และคิดถึงว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรบ้างถ้าความเป็นส่วนตัวถูกรุกล้ำ" ผู้ตั้งเว็บ Technorati กล่าว

ด้าน จอน บัสคอล ผู้ให้คำปรึกษาด้านการสื่อสาร เคยเขียนไว้ในเว็บของตนว่า แม้เว็บเครือข่ายทางสังคมที่เข้ามาแย่งชิงพื้นที่จากบล็อกแบบเก่าไป แต่ต้องไม่ลืมว่าการเขียนบล็อกก็ทำให้มีเวลาในการแบ่งปันเรื่องราวที่มีคุณค่าในตัวมันเองจริง ๆ ได้ และเนื้อหาของบล็อกที่ยอดเยี่ยม จะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองและธุรกิจของคุณ

 

แปลและเรียบเรียงจาก
Is Blogging Dead?, Jon Buscall, 27-06-2009
Overview : Social Media and Young Adults, Pew Internet
Is blogging a slog? Some young people think so, Martha Irvine, 03-02-2010

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์