ชาวบ้านประจวบ ร้อง ป.ป.ช. สอบ จนท.รัฐ ปล่อยให้มีการรุกป่าสงวน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 53 ที่ผ่านมาเครือข่ายชาวบ้านตำบลอ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวนกว่า 100 คน ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการขอให้ไต่สวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีการเพิกเฉยต่อการบุกรุกแผ้วถางที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขาทุ่งมะเม่า โดยมีนายวิชา มหาคุณ ได้ลงมารับเรื่องราวจากการร้องเรียน

 
 
นายโกศล จิตรจำลอง ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กอ่าวคั่นกระได หมู่ที่ 3 ได้กล่าวถึงการมายื่นหนังสือในครั้งนี้ว่า โครงการก่อสร้างโรงงานจำกัดขยะแบบครบวงจรและโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ผ่านมาได้มีการคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อยมาโดยตลอด เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการนำขยะจากนอกพื้นที่มาดำเนินการในตำบลอ่าวน้อย เป็นโครงการที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมชุมชน กระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้าน เนื่องจากพื้นที่โครงการอยู่ห่างจากชายทะเลไม่เกิน 1 กิโลเมตร ทั้งในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการไถปรับพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยได้รับข้อมูลของโครงการเลย และจากการเป็นคนในพื้นที่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่ๆใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะนั้น น่าจะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และการยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในครั้งนี้อยากให้มีการตรวจสอบการแผ้วถางปรับพื้นที่จากบุคคลที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่ามากกว่า 200 ไร่ พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาทำการตรวจสอบแต่อย่างใด
 
ดังนั้น ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ทำการตรวจสอบในประเด็น ดังต่อไปนี้
 
1.การบุกรุกแผ้วถางที่ดินในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร และในระยะเวลาที่ผ่านมาทำไมถึงมีการเพิกเฉยต่อการกระทำผิดดังกล่าว
 
2.กรณีการอ้างถึงเอกสารสิทธิ์ในบริเวณที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และการออกเอกสารสิทธิ์มีหน่วยงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
ต่อมาได้เข้ายื่นหนังสือการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ หมู่ที่ 3 บ้านคั่นกระได ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร์
 
ด้านนายประสาร มีฤทธิ์ ตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กอ่าวคั่นกระได หมู่ที่ 3 กล่าวว่า ตามที่ประกาศตามกฎกระทรวงพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ แต่ที่ผ่านมาในบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า ได้มีการบุกรุกแผ้วถางปรับพื้นที่จากกลุ่มบุคคลที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ถือครองที่ดินอย่างถูกต้องนั้น และจากการประเมินของชาวบ้านพบว่าเป็นพื้นที่ๆมีการแผ้วถางมากกว่า 200 ไร่ โดยการยืนยันของบุคคลดังกล่าวว่าที่อ้างถึงเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดินว่าเป็นการปรับพื้นที่เพื่อการรองรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ข้อกังวลต่อโครงการนอกจากเรื่องการบุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น โครงการโรงไฟฟ้าขยะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนในระยะยาวด้วย เนื่องจากสภาพพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ที่ยังคงมีความสมบูรณ์ของป่าไม้ และยังเป็นป่าต้นน้ำที่เป็นแหล่งประปาขนาดใหญ่ของหมู่บ้านอีกด้วย และป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่าอยู่ห่างทะเลเพียง 500 เมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้น หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะในบริเวณดังกล่าวแล้ว ชาวบานในพื้นที่เกรงว่าจะเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทางอากาศ มีฝุ่นละอองจากการเผาไหม้ ปัญหาความร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรกรรม ปัญหาการปนเปื้อนสารพิษของระบบแหล่งน้ำใต้ดิน ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ทางทะเลและผลกระทบต่อการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
 
ข้อเสนอ เพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ดังนี้
 
1.ให้ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า เพื่อใช้สร้างโรงไฟฟ้าขยะ
 
2.การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ
 
โดยเครือข่ายชาวบ้านตำบลอ่าวน้อย ได้เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องการขอให้ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
 
นายสมพงษ์ ปานน้อย รองประธานกลุ่มประมงเรือเล็กอ่าวคั่นกระได หมู่ที่ 3 กล่าวว่า หลังจากที่ไปยื่นหนังสือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงานประเด็นปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า เพราะเวลาที่ผ่านมาได้มีกลุ่มบุคคลได้เข้าไปบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าสงวนเขาทุ่งมะเม่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งการไถที่ดินดังกล่าวได้มีผู้อ้างถึงหลักฐานการครอบครองที่ดิน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ซ้อนทับอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนี้เอกสารสิทธิ์ดังกล่าวได้ระบุเนื้อที่เพียง 25 ไร่ แต่การแผ้วถางที่ดินดังกล่าวกับกินพื้นที่มากกว่า 200 ไร่ และซ้ำการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวถูกเพิกเฉยจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
 
ดังนั้น เครือข่ายชาว บ้านต.อ่าวน้อย จึงขอร้องเรียนต่อกรมป่าไม้ ดังนี้ คือ
 
1.ขอให้มีการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ นส 3 ฉบับดังกล่าว ว่าเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากการออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวเป็นการออกโดยมิชอบ ขอให้กรมป่าไม้ได้ทำการเพิกถอนโดยเร็วที่สุด
 
2.ขอให้ดำเนินการสอบสวนและเอาผิดกับผู้บุกรุกครอบครองป่าสงวนแห่งชาติเขาทุ่งมะเม่า
 
หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือแล้ว เครือข่ายชาวบ้านตำบลอ่าวน้อย จะมีการติดตามและรวมตรวจสอบ อย่างใกล้ชิด และจะมีการรวมตัวอีกครั้งที่มีความเคลื่อนไหวในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 นี้
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์