หวั่นปัญหาละเมิดสิทธิ นักศึกษาลงพื้นที่สังเกตการณ์ส่งผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยงกลับพม่า

นักศึกษา ม.นเรศวร และ ม.ขอนแก่นลงพื้นที่ที่พักพิงชั่วคราว บ้านหนองบัว-บ้านแม่อุสุทะ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก หวั่นปัญหาส่งผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงกลับพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชน เผยมีคนทยอยเดินทางกลับแล้วมากกว่า 300 คน พร้อมขอเข้าไปนอนพักในที่พักพิงเพื่อสังเกตุการณ์ ก่อนคณะกรรมการสิทธิฯ ลงพื้นที่ 18 ก.พ.นี้

สืบเนื่องจากข่าวทหารไทยดำเนินการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านหนองบัวและบ้านแม่อุสุทะ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กลับไปยังรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ยึดครองโดยทหารในพม่าและทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ และเป็นพื้นที่ซึ่งมีกับระเบิดฝังกระจายในพื้นที่ โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยเดินทางกลับไปแล้วหลายร้อยคน

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.53) นายกรชนก แสนประเสริฐ กลุ่มเผยแพร่กฎหมายมนุษยชนเพื่อสังคม กล่าวว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางกลุ่มเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เดินทางไปยัง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เพื่อลงพื้นที่ยังพื้นที่พักพิงชั่วคราวที่ทางการไทยจัดให้เป็นที่พักของผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า โดยมีจุดประสงค์ในการเข้าไปศึกษาเรียนรู้กระบวนการตรวจสอบความสมัครใจและการอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยเดินทางกลับตามที่ทหารให้ข้อมูลมีการดำเนินการอย่างไร โดยส่วนหนึ่งเป็นการลงพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครกลุ่มเพื่อนพม่าเพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและภาคส่วนต่างๆ ในวันที่ 18 ก.พ.ที่จะถึงนี้

 

นายกรชนกกล่าวด้วยว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ (14 ก.พ.) กลุ่มนักศึกษาพร้อมอาสาสมัครกลุ่มเพื่อนพม่า (FOB) จำนวนทั้งหมด 14 คน ได้เข้าไปดูพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่อุสุทะ โดยมีทหารที่สื่อสารภาษากะเหรียงได้ทำหน้าที่เป็นล่าม ซึ่งทหารได้ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ลี้ภัยเดินทางกลับไปแล้วกว่า 300 คน ทำให้ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่อุสุทะเหลืออยู่ราว 600 คน และจากการพูดคุยทำให้ทราบว่าเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากกลับมี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือกลัวทหารที่ตรึงกำลังลังอยู่ในพื้นที่ในฝั่งประเทศพม่า กลัวกับระเบิด และกลัวปัญหาการขาดแคลนอาหาร แต่ที่ต้องกลับเพราะต้องไปดูแลพื้นที่เกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับคนที่สามารถพูดภาษาไทยได้ พบว่ามีความกดดันโดยการดำเนินการของทหารไทยอยู่ด้วย

นายกรชนกแสดงความคิดเห็นว่า จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังมีความหวั่นวิตกต่อความไม่ปลอดภัย ทำให้ไม่น่าจะตัดสินใจเดินทางกลับไปตอนนี้ นอกจากนั้นยังเสนอว่ากระบวนการในเรื่องความสมัครใจเดินทางกลับ ควรให้มีคนกลางระหว่างรัฐและชาวบ้านให้เป็นผู้ตรวจสอบและสักขีพยานว่าชาวบ้านสมัครใจที่จะเดินทางกลับจริง เพราะที่ผ่านมาในการเซ็นเอกสารยินยอมเดินทางกลับยังมีความสงสัยในเรื่องการกดดันให้ต้องยินยอม อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่เดินทางไปยังฝั่งประเทศพม่าแล้ว ยังเดินทางกลับเข้ามาอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวอีก

ในส่วนการเข้าไปในพื้นที่พักพิงชั่วคราวของนักศึกษา นายกรชนก กล่าวว่าได้เข้าไปจัดกิจกรรมกับเด็กๆ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย และได้มีการการเจรจาขอให้นักศึกษาจำนวน 4 คน เข้าไปนอนพักในพื้นที่พักพิงชั่วคราว เพื่อสังเกตุการณ์และร่วมเป็นสักขีพยานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่พักพิงชั่วคราว โดยได้รับอนุญาติจากฝ่ายทหาร ให้เข้าสังเกตการณ์ตั้งแต่ในคืนวันนี้ (14 ก.พ.) และในส่วนนี้จะมีการผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปในพื้นที่ในระหว่างที่รอการลงพื้นที่ของคณะกรรมการสิทธิฯ โดยในวันที่ 16 ก.พ.นี้กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะลงมาผลัดเปลี่ยนกัน

ทั้งนี้ นายกรชนก กล่าวด้วยว่าในช่วงเย็นที่ผ่านมาได้ทราบข้อมูลว่าทหารจะทำการส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศพม่าในเวลาตี 1 วันที่ 15 ก.พ.แต่ไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลกับเพื่อนักศึกษาที่เข้าไปพักในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่อุสุทะได้ โดยตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30 น.เป็นต้นมาก็ไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ ทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ในพื้นที่มาก อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์