ตัวแทนคณะ 11 ชี้แจงจ่ายเช็คเพื่อให้เปรมไปทำบุญวัดสวนแก้ว

บุตรชายประธาน บ.เอ็มเอ็มซี สิทธิผล แจงจ่ายเช็คให้ พล.อ.เปรม ไปทำบุญวัดสวนแก้ว ถือเป็นการฝากทำบุญกับผู้ใหญ่ที่นับถือ โอนผ่านเปรมเพื่อให้ไปดูการก่อสร้างจะได้รวดเร็ว ยันไม่ใช่ที่ปรึกษาบริษัท ลั่นคณะ 11 ใจบุญใจกุศล “ณัฐวุฒิ” ลั่นจะแฉอีกพุธนี้ ด้านพระพยอมเขียนบทความแจงวัดไม่เกี่ยวกับเช็ค มีนายทหารมาดำเนินการก่อสร้างให้วัดทั้งหมด

 

ตัวแทนคณะ 11 แจงจ่ายเช็คให้ป๋าไปทำบุญวัดสวนแก้ว

เมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้แทนการค้าไทย บุตรชายนางกัลยาณี พรรณเชษฐ์ ประธานบริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล จำกัด แถลงชี้แจงถึงเรื่องที่กลุ่ม นปช. นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวหาว่า มีการจ่ายเช็คในนามคณะ 11 จำนวน 2 ใบ ใบละ 1.8 ล้านบาท ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2546 และวันที่ 5 มีนาคม 2547 ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนั้น โดยนายวัชระกล่าวว่านางกัลยาณีไม่สบายใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือได้รับผลกระทบ และชี้แจงว่าเช็ค 2 ฉบับดังกล่าว เป็นแค่การฝากทำบุญให้วัดสวนแก้ว ระหว่างปี 2546-2547 เพื่อเป็นที่พักของคนต่างจังหวัดที่เดินทางมาทำธุระใน กทม.แต่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้อยู่

 

โอนให้ป๋าแทนโอนให้วัดโดยตรง เพราะฝากทำบุญกับผู้ใหญ่ที่นับถือ

ส่วนเหตุใดจึงไม่โอนให้กับวัดสวนแก้วโดยตรง กลับโอนให้ พล.อ.เปรมแทนนั้น นายวัชระชี้แจงว่า ปกติเวลาทำบุญร่วมกันจะมีการฝากไว้ทำบุญ ซึ่ง พล.อ.เปรมก็เป็นผู้ใหญ่ที่นับถือจึงให้เป็นคนรวบรวม และการให้เงินทำบุญดังกล่าวเป็นงานก่อสร้าง จึงให้เงินเป็นระยะๆ โดยชำระเงินเป็นงวดๆ 4-5 ครั้ง รวมกว่า 6 ล้านบาท โดยมีใบอนุโมทนาบัตรรับเงินเรียบร้อย

นายวัชระยังกล่าวปฏิเสธ การที่แยกโอนเงินครั้งละ 1.8 ล้านบาท อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน (ปปง.) ที่กำหนดให้ต้องรายงานการทำธุรกรรมด้วยเงินสด 2 ล้านบาท ว่า ไม่ใช่ แต่เพราะเงินทำบุญจำนวนไม่มาก จึงจ่ายเช็คให้ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ทำงานให้กับวัด

 

โอนผ่านเปรม เพื่อให้เปรมไปดูการก่อสร้างจะได้รวดเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการโอนเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษของ พล.อ.เปรมหรือไม่ นายวัชระกล่าวว่า "ไม่ใช่ครับ การเซ็นเช็ค เหมือนการทำบุญแล้วให้เงินสด" ที่ไม่สั่งจ่ายผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรงนั้น นายวัชระตอบว่าว่า “ที่จ่ายผ่าน พล.อ.เปรมเพราะต้องการให้ พล.อ.เปรมเข้าไปดูการก่อสร้างให้ได้ความรวดเร็วมากขึ้น เช็คในการทำบุญครั้งนี้ จึงสั่งจ่าย พล.อ.เปรมทั้งหมด เหมือนทำบุญทอดกฐินด้วยกัน ก็จะให้ผู้ใหญ่เป็นผู้รวบรวม”

 

ยันเปรมไม่เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัท ลั่นคณะ "เพื่อน 11" ใจบุญใจกุศล

นายวัชระกล่าวว่า พล.อ.เปรมไม่เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และมีเจตนารมณ์ทำประโยชน์ต่อสาธารณะอยู่ตลอดเวลา โดยในส่วนของคณะ 11 นั้น จริงๆ แล้วคณะนี้เรียกว่า "เพื่อน 11" เป็นกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันมากกว่า เหมือนเรามีเพื่อน 5 คน 10 คน ก็มาเจอกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ยืนยันไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจหรือมีจุดประสงค์อื่น ที่สำคัญไม่ได้เจอกันบ่อยครั้ง เพราะแต่ละคนต่างมีหน้าที่อยู่แล้ว “เรื่องการทำบุญ ผมทราบมาว่า คุณลุงคุณป้าในกลุ่ม 11 ใจบุญกุศลตลอดเวลาอยู่แล้ว” นายวัชระกล่าว

 

ณัฐวุฒิอัดคณะ 11 ทำเปรมเหมือนบ่อพักน้ำเลี้ยงอำมาตย์ ลั่นจะแฉอีกพุธนี้

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งคำถามเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่า เหตุใดนางกัลยาณีจ่ายเช็คให้ พล.อ.เปรมโดยตรง ซึ่งจริงๆ แล้วควรโอนผ่านมูลนิธิรัฐบุรุษหรือวัดสวนแก้ว การกระทำดังกล่าวถือได้ว่า พล.อ.เปรมได้รับประโยชน์จากกลุ่มทุน รวมทั้งเงินจำนวนดังกล่าวไม่ยอมนำไปเสียภาษี ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ โดยการกระทำดังกล่าว พล.อ.เปรมควรเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้รับเหมาตามที่นายวัชระเคยออกมากล่าวอ้างว่า เป็นการโอนเงินเพื่อใช้ก่อสร้างอาคาร

นายณัฐวุฒิกล่าวหาด้วยว่า กล่าวด้วยว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของ พล.อ.เปรม และมูลนิธิรัฐบุรุษหลายครั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เปรียบ พล.อ.เปรมเหมือนเป็นบ่อพักน้ำเลี้ยงของระบบอำมาตย์ ซึ่งรัฐบาลควรออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่นายวัชระออกมาปฏิเสธกรณีดังกล่าว ถือว่ามีข้อเท็จจริงที่ไม่เพียงพอและเชื่อถือไม่ได้ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชี พล.อ.เปรมโดยตรง และว่าวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) จะออกมาเปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินไหลเข้าสู่บัญชีของ พล.อ.เปรม

 

พระพยอมแจง มีนายทหารมาดำเนินการก่อสร้างเอง วัดไม่เกี่ยว

ขณะเดียวกันวันนี้ พระพยอม กัลยาโณ ได้เขียนบทความลงในคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ตอน “สำเนาเช็คเงินบริจาคป๋า ไม่เกี่ยวอะไรกับวัด” สรุปว่า กรณีที่ พล.อ.เปรม บริจาคเงินให้ก่อสร้างที่พักให้กับเด็กๆ พระพยอมไม่ได้รับมาเป็นรูปตัวเงินเพราะทางผู้บริจาคซึ่งเป็นนายทหารที่ระบุว่าเป็นลูกน้องของ พล.อ.เปรม ไปตกลงกับผู้รับเหมาเอง แล้วส่งคนลงมาดำเนินการทั้งหมด โดยพระพยอมเพียงแต่บอกให้สถานที่ในการก่อสร้างเท่านั้น นอกจากนี้ทางมูลนิธิวัดสวนแก้วยังต้องใช้เงินราวล้านกว่าบาทเพื่อซ่อมแซมอาคารดังกล่าว หลังจากที่นายทหารลูกน้องของ พล.อ.เปรม สร้างเสร็จด้วย

พระพยอมยังระบุตอนท้ายว่า “เรื่องสำเนาเช็คที่พูดถึงจึงไม่เกี่ยวกับอาตมา แต่ว่าทุกวันนี้อาคารหลังนี้ก็นับว่าได้สร้างคุณูปการให้กับเด็กๆ ให้ได้มีที่พักที่อาศัยได้เยอะเลย เจริญพร”

 

โต้โสภณ องค์การ ยันคนยังเข้าวัดเยอะ ส่วนเปรมมาดูงานหรือไม่ ไม่ได้ระบุ

พระพยอมยังโต้นายโสภณ องค์การ ผู้ดำเนินรายการของ ASTV ด้วย โดยระบุว่า ที่นายโสภณเคยบอกว่าวัดสวนแก้วร้างไม่มีคนเข้าแล้วนั้น “ความจริงแล้วตรุษจีนที่ผ่านมาคนมาวัดสวนแก้วกันมืดฟ้ามัวดินหากจะเรียกว่าเกินความคาดหมายก็ต้องบอกว่าเกิดไป 10 เท่าก็คงพูดไม่ผิด ตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ดีๆ อยู่แล้วเรื่องอะไรจะหาเห่ามาใส่หัว” พระพยอมกล่าวในบทความ

อย่างไรก็ตามในบทความไม่ได้ระบุว่า พล.อ.เปรม มาดูแลการก่อสร้าง อย่างที่บุตรชายนางกัลยาณีแถลงว่าบริจาคให้ พล.อ.เปรม เพื่อให้ พล.อ.เปรม มาดูแลการก่อสร้าง แต่อย่างใด สำหรับรายละเอียดของบทความพระพยอมมีดังนี้

 

 
สำเนาเช็คเงินบริจาคป๋า ไม่เกี่ยวอะไรกับวัด
พระพยอม กัลยาโณ
ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้, 16 ก.พ. 53
 
คนที่เข้ามาทำบุญกับวัดสวนแก้ว เขาทำกันหลายรูปแบบ ทั้งถวายปัจจัย สิ่งของ หรือแม้แต่ของเหลือใช้ ฉะนั้นประเด็นที่มีคนถามและอยากให้อาตมาตอบว่าวัดนำสำเนาเช็คไปให้ นปช.ใช้โจมตีป๋าหรือไม่ อันนี้คงตอบได้เพราะป๋าทำบุญโดยสร้างตึกให้ไม่ได้ให้เช็ค
 
ชีวิตอาตมาช่วงนี้รู้สึกว่างานมันเข้าๆ ออกๆ บางช่วงก็งานเข้าดีทั้งกิจมนต์บรรยาย กิจนิมนต์สร้างคุณประโยชน์อย่างอื่นแทบหาเวลาไม่มี แต่ว่าบางทีเงียบ
 
ช่วงนี้งานเข้าอีกแล้ว ก็เป็นเรื่องที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ออกมาเผยว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รับเช็คเป็นเงินจำนวนหนึ่งจากคุณกัลยาณี พรรณเชษฐ์ ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับวัดสวนแก้ว แต่ปรากฏว่าเช็คที่กล่าวถึงนั้นลูกชายคุณกัลยาณีบอกว่าคุณแม่ได้นำมาทำบุญที่วัดสวนแก้วโดยร่วมกับพล.อ.เปรม และเป็นเรื่องที่ผ่านมานมนานกาลเลแล้ว ก็เลยต้องมาเกี่ยวตรงที่ว่ามีคนกล่าวหาว่าอาตมาเป็นผู้นำเรื่องไปบอก นปช.
 
อาตมาขอชี้แจงเรื่องนี้ที่ยังมีคนเข้าใจอาตมาและวัดผิด เพราะตอนนี้มีคนตั้งข้อสังเกตทั้งในห้องสนทนาอินเทอร์เน็ต หรือตามร้านกาแฟ ระบุว่าสำเนาเช็ค หรือใบเสร็จอะไรพวกนั้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงใช้ในการแถลงข่าวออกมาจากอาตมา
 
ขอย้อนไปในตอนที่มีการบริจาค ตอนนั้น พล.อ.เปรม ก็ยังคนที่มีภาพลักษณ์สง่างามไม่เคยมีใครไปขุดคุ้ยไม่มีใครไปพูดจากอะไรในทางที่ไม่ดีไม่งามกับท่าน ใครๆ ก็นับถือ อาตมายังรู้สึกว่าบุญหล่นทับวัดเลยเมื่อนายทหารลูกน้องท่านติดต่อเข้ามาว่า ป๋าเปรมจะทำบุญสร้างที่พักให้เด็กๆ และที่พักชั่วคราวให้กับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดแล้วหาที่พักไม่ได้ ส่วนเรื่องเงินที่จะมาใช้ในการก่อสร้างว่าได้มาจากไหนใครจะมาร่วมทำบุญกับท่านบ้างข้อนี้อาตมาไม่สามารถรู้ได้ เพียงแต่อาตมาให้พื้นที่ทางนั้นเขาก็หาคนมาดำเนินการเองทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันอาคารนั้นก็สร้างแล้วเสร็จมาหลายปีแล้ว โดยปรกติงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นในบริเวณวัดอาตมาจะต้องเข้าไปคุมงาน แต่ว่างานชิ้นนี้ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรด้วยเลย เพราะทางผู้บริจาคเขาจัดหาคนงาน หาผู้คุมหา มาเองทั้งหมด
 
เมื่อทำเสร็จแล้วเด็กๆ ก็ได้เข้าไปอยู่กันได้อย่างสบายพอสมควร และยังมีพื้นที่ในการจัดภูมิทัศน์ จัดสวนหย่อม เรียกว่าเด็กๆ ก็พอมีความสุขความสบายกับอาคารหลังนี้ แต่เป็นธรรมดาของการก่อสร้างที่พอสร้างเสร็จแล้วพื้นมันทรุดไปบ้าง หลังคามันพังไม่บ้างอาตมาก็นำเงินของมูลนิธิสวนแก้วไปซ้อมบำรุงหมดไปล้านกว่าบาทเหมือนกัน จนถึงบัดนี้เด็กๆ ก็ได้อยู่กันอย่างสบายหลังคาไม่รั่ว บันไดที่ทรุดเพราะทำใหม่เรียบร้อย
 
ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรเรื่องนี้ เพราะว่ามีผู้ศรัทธาและเป็นผู้ที่คนนับถืออยู่มากมายในขณะนั้น อาตมาก็คิดว่ามันก็จะเป็นบุญของเด็กๆ ที่ได้มีอาคารที่พักให้ได้อยู่สบายขึ้น ส่วนเรื่องที่ว่า ท่าน (พล.อ.เปรม) จะได้เงินใครมาจากไหนอันนี้อาตมาไม่ทราบ และไม่มีหน้าที่ที่จะต้องไปสงสัย
 
ทุกวันนี้อาตมาก็ไม่รู้ว่าในทางกฎหมายแล้ว นักการเมือง องคมนตรี หรือข้าราชการ จะรับเงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่ามากกว่าเท่าใดไม่ได้ ซึ่งไม่เคยรู้เลยเลย และเมื่อไม่รู้เรื่องก็จะไปเอาเรื่องให้มันมาเป็นเรื่องไปทำไม เพราะถ้าทำไปอย่างที่เขากล่าวหามันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีเลยกับตัวอาตมาและวัดสวนแก้วเอง เพราะกระแสตกลงไปจากการถูกกล่าวหาว่าเลือกข้างก็กำลังพื้นขึ้นมา เพราะตอนนี้มีคนเข้าวัดมามากมาย แล้วทำไมจะต้องหาเรื่องให้กับวัดต้องมาถูกว่าร้ายอีก ที่ผ่านมาคุณโสภณ องค์การ ผู้ดำเนินรายการของ ASTV ก็เคยบอกว่าวัดสวนแก้วร้างไม่มีคนเข้าแล้ว แต่ความจริงแล้วตรุษจีนที่ผ่านมาคนมาวัดสวนแก้วกันมืดฟ้ามัวดินหากจะเรียกว่าเกินความคาดหมายก็ต้องบอกว่าเกิดไป 10 เท่าก็คงพูดไม่ผิด ตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ดีๆ อยู่แล้วเรื่องอะไรจะหาเห่ามาใส่หัว
 
จึงอยากจะขอบอกว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพียงแค่ว่าวัดสวนแก้วเป็นผู้ให้สถานที่ในการก่อสร้างเพื่อตั้งใจให้เป็นที่สำหรับเด็ก ๆให้พักพิงอิงอาศัย ส่วนเรื่องเงินๆทองๆ ของท่าน ว่ามาจากไหนเป็นของท่านหรือว่าใครร่วมทำบุญบริจาคมาทางวัดคงไม่มีหน้าที่ที่จะไปสืบเสาะ เมื่อสร้างเสร็จก็เสร็จเป็นและก็ผ่านมานานหลายปีใครจะคิดไปหาไปค้นใบเสร็จอะไร ถึงจะให้ค้นก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะผ่านมาหลายปีแล้วไม่รู้ว่าจะอยู่หรือเปล่าด้วยซ้ำไป
 
เมื่อวานทั้งวัน นักข่าวก็มาขอดูก็พยายามให้เจ้าหน้าที่ค้นให้ทั้งต้นขั้วใบอนุโมทนา หรือสำเนาใบเสร็จ สำเนาเช็ค ก็ไม่เจอ ถ้าถามว่าแล้วแกนนำเสื้อแดงเขาเอามาจากไหน อาตมาก็ไม่ทราบคงต้องไปดูที่ผู้บริจาค
 
ก็คงต้องบอกได้แต่เพียงว่าเรื่องนี้อาตมาไม่ได้ไปบอกใครทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายแดงหรือฝ่ายเหลือง และตลอดเวลาหลังจากนั้นก็มีผู้บริจาคเข้ามาเป็นร้อยเป็นพันรายเอาสารที่ออกไปก็เยอะแย่จะให้มานั่งสนใจอยู่รายเดียวก็เป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะทำได้
 
จึงขอสรุปไว้ว่าเรื่องที่พล.อ.เปรม บริจาคเงินให้ก่อสร้างที่พักให้กับเด็กๆ อาตมาไม่ได้รับมาเป็นรูปตัวเงินเพราะทางผู้บริจาคเขาไปตกลงกับผู้รับเหมาเอง แล้วส่งคนลงมาดำเนินการทั้งหมด อาตมาเพียงแต่บอกให้สถานที่ในการก่อสร้างเท่านั้น ฉะนั้นเรื่องสำเนาเช็คที่ผู้ถึงจึงไม่เกี่ยวกับอาตมา แต่ว่าทุกวันนี้อาคารหลังนี้ก็นับว่าได้สร้างคุณูปการให้กับเด็กๆ ให้ได้มีที่พักที่อาศัยได้เยอะเลย เจริญพร
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์