อนุฯปัญหาประกันรายได้เกษตรกรโยนเรื่อง ครม.ให้ทุกคนใช้สิทธิ์ได้เท่ากันหมด

หลังจากที่เกษตรกรในพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดขอนแก่น กว่า 28,369 ราย ได้ประสบปัญหาจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร และได้มีการร้องเรียนไปที่จังหวัดหลายครั้ง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนนำมาสู่การปิดถนนมิตรภาพในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 จนกระทั่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมาจึงได้มีการประชุม อนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบและติดตามผลดำเนินการดำเนินงาน โครงการประกันรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการณ์ จังหวัดขอนแก่น

 
 
 

ในที่ประชุมประกอบด้วย นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานฯ โดยมี นาย ธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมมีวาระการประชุมคือ สรุปรายงานภาพรวมผลการดำเนินงานโครงการประกันรายได้เกษตรกร และปัญหาการประกันรายได้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าว ในพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอพล และอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งเกษตรกรร้องเรียนและยังไม่ได้ข้อสรุปจนนำไปสู่การประท้วงและปิดถนน มิตรภาพในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในการประชุมครั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดขอนแก่น ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อที่ประชุม ว่ากรณีเกษตรกรทำสัญญาช่วงวันที่ 16-31 ธ.ค. 2552 ขอใช้สิทธิ์ในวันที่ 1-15 ธันวาคม 2552 มอบหมายให้ ธ.ก.ส. และสำนักงานการค้าภายใยจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 28,369 ราย ทำสัญญาช่วงวันที่ 16-31 ธันวาคม 2552 จริงหรือไม่ หรือเป็นการใช้สิทธิในช่วง เวลาดังกล่าว แต่ได้รับเงินชดเชยน้อย หรือไม่ได้รับเงินชดเชย จึงมาขอใช้สิทธิช่วงวันที่ 1-15 ธันวาคม 2552 โดยขอให้ตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 7 วัน และแจ้งฝ่ายเลขานุการ กขช. เพื่อดำเนินการต่อไป

รวมทั้งอีกกรณีที่เป็นปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ 4 อำเภอร้องเรียน คือ กรณีเกษตรกรปลูกข้าวเหนียวขอรับเงินชดเชยช่วงเดือนพฤศจิกายน 2552 เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 เห็นชอบให้เกษตรกรที่ทำสัญญาช่วงวันที่ 16-30 ธันวาคม 2552 ใช้สิทธิชดเชยได้ในช่วง 1-15 ธันวาคม 2252 แต่เกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียวและข้าวปทุมธานี 1 ไม่ได้รับเงินชดเชยเพราะไม่มีส่วนต่างของราคาประกันกับเกณฑ์กลางอ้างอิง จึงเห็นชอบให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียวและข้าวปทุมธานี 1 ที่ทำสัญญาในช่วงวันที่ 1-31 ธันวาคม 2252 สามารถใช้สิทธิชดเชยได้ โดยให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียวใช้ สิทธิในช่วงวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2552 และเกษตรกรที่ปลูกข้าวปทุมธานี 1 ให้ใช้สิทธิ์ในช่วงวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของชนิดข้าวดังกล่าวที่จะได้รับเงินชดเชย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเพราะเป็นช่วงขยายเวลาทำสัญญาเนื่องจากหน่วยงานรัฐทำสัญญาไม่ทัน

โดยในที่ประชุมได้ประชุมสรุปหาแนวทางแก้ไข โดยจะทำตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรแต่ติดปัญหาที่ การทำความเข้าใจมติ ครม. และกขช. ไม่ตรงกัน ซึ่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแจกแจง และตรวจสอบ ยอดผู้ขอใช้สิทธิ์ทั้ง28,369 ว่า ขึ้นทะเบียนและขอใช้สิทธิ์ในวันใด โดยที่ประชุมจะผลักดันให้ผู้ที่ลงทะเบียนไม่ว่าวันใด ให้ใช้สิทธิ์ได้เท่ากันเพื่อแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งต้องรอเป็นมติ ครม. อีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ในการเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดขอนแก่น จากการสอบถามของผู้สื่อข่าวพบว่ายังข้อปัญหาปลีกย่อยอีก เช่น กรณีกรมส่งเสริมการเกษตรออกหนังสือรับรองให้เกษตรกรไม่ตรงชนิดข้าวที่ปลูก, กรณีเจ้าหน้าที่ ธกส. ขอเงินชดเชยคืนบางส่วนจากเกษตรกร และกรณีนำเงินชดเชยมาจ่ายให้เกษตรกรแล้วคิดค่าธรรมเนียมจากเกษตรกร รายละ 30 บาท เป็นต้น ซึ่งในที่ประชุมก็ได้มีการพูดถึงปัญหาเหล่านี้ด้วย โดยให้ ธกส. ทำหน้าที่ชี้แจงเกษตรกรต่อไป

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์