ฉีกหน้ากาก 'ราลฟ์ บอยซ์' หนุน 'แอ๊บบอต' ถอนทะเบียนยาโต้ไทยทำซีแอล

(วอชิงตัน ดีซี-กรุงเทพฯ/ 9 มี.ค. 53) เอ็นจีโอสหรัฐฯ แฉรายงานของทูต ราล์ฟ บอยซ์ (Ralph L.Boyce) ชื่นชมบริษัทยาแอ๊บบอตที่ถอนคำขอขึ้นทะเบียนยา 7 รายการ โต้ไทยทำซีแอล ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯไทย ไม่แปลกใจพฤติกรรมทุนสหรัฐสนใจแต่กำไร ไม่สนใจชีวิตคน ย้อนเตือนสติรัฐบาลไทยให้สนใจชีวิตผู้คนมากกว่านี้


นายราฟล์ บอยซ์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

เอกสารที่ราลฟ์ บอยซ์ สมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีบันทึกถึงรัฐบาลสหรัฐเมื่อ 7 มี.ค. 50 โดยด้านท้ายของการรายงานสถานการณ์เขาเขียนชื่นชมการกระทำของบริษัทแอ๊บบอตว่าจะสามารถเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับอุตสาหกรรมยาของสหรัฐในการเจรจากับรัฐบาลไทย

ตอนท้ายของเอกสารที่ราลฟ์ บอยซ์ สมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มีบันทึกถึงรัฐบาลสหรัฐเมื่อ 7 มี.ค. 50

 

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา นายเจมส์ เลิฟ ผู้อำนวยการองค์การนิเวศวิทยาความรู้ระหว่างประเทศ (Knowledge Ecology International) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตันดีซี ได้เผยแพร่เอกสารรายงานของหน่วยราชการของสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องการการบังคับใช้สิทธิ (ซีแอล) ของไทย ตามการร้องขอด้วยกฎหมายการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐ ในเว็บไซท์ http://keionline.org/node/799 พบว่า วันที่ 7 มี.ค. 50 นายราลฟ์ บอยซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ขณะนั้น ได้เขียนรายงานถึงรัฐบาลสหรัฐ กรณีที่แอ๊บบอต บริษัทยาของสหรัฐถอนคำขอขึ้นทะเบียนยา 7 รายการซึ่งในจำนวนนี้รวมทั้งยาต้านไวรัสสูตรสำรองชนิดเม็ดที่เหมาะกับประเทศอากาศร้อนอย่างไทย, ยาความดัน, โรคไต ฯลฯ โดยฑูตสหรัฐฯในขณะนั้นชื่นชมการกระทำของแอ๊บบอตสามารถเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับอุตสาหกรรมยาของสหรัฐในการเจรจากับรัฐบาลไทย

“ความเห็น: แน่นอนว่าการกระทำของแอ๊บบอตจะเป็นประเด็นที่ถูกโต้เถียง อย่างไรก็ตาม การกระทำครั้งนี้อาจจะเพิ่มอำนาจการต่อรองของแอ๊บบอตและอุตสาหกรรมยาอื่นในการต่อรองกับรัฐบาลไทยในอนาคต การที่แอ๊บบอตถอนคำขอขึ้นทะเบียนยาครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลไทยตระหนักว่า การกระทำใดๆย่อมมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ ไม่ใช่แค่กระทบบรรยากาศการลงทุนบ้างเท่านั้น คงยังต้องรอดูกันว่า เหตุการณ์นี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยให้ความสนใจไปที่การเจรจาซึ่งกำลังจะมาถึงหรือไม่

บอยซ์”

ทางด้านนายอนันต์ เมืองมูลไชย ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เห็นเอกสารดังกล่าวแล้ว ไม่แปลกใจกับท่าทีของทูตสหรัฐฯ แม้ต่อสาธารณะคนเหล่านี้จะพูดว่า เคารพการทำซีแอลแพราะสิทธิตามกฎหมายของแต่ละประเทศในการทำให้ประชาชนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้น แต่รู้สึกเอือมระอาที่รัฐบาลสหรัฐและบริษัทยาข้ามชาติสนใจแต่การทำกำไร โดยไม่คำนึงถึงชีวิตผู้คน

“ไม่แปลกใจหรอก แต่ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนและเอือมระอา คนเหล่านี้ทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และบริษัทยาข้ามชาติ มีจุดยืนชัดเจนที่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท ไม่ได้สนใจคุณภาพชีวิตของผู้คน ขนาดในสหรัฐฯ ยังปล่อยให้คนหลายสิบล้านเข้าไม่ถึงยา เข้าไม่ถึงการรักษา นับประสาอะไรที่รัฐบาลแบบนี้ บริษัทแบบนี้มันจะไปสนใจคุณภาพชีวิตของคนประเทศอื่น แต่ขนาดไม่เคยเรียกร้องให้มาสนใจ ยังมีหน้ามากดดันเวลาที่เราทำถูกกฎหมาย การทำซีแอลของไทยทำให้ราคาลาลดลง 70-80% คนเข้าถึงยาเพิ่มขึ้น 5-6 เท่า แต่พวกนี้ยังหาเรื่องประนาม”

ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ยังกล่าวแสงดความไม่พอใจต่อการที่ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ไปให้ข้อมูลกับสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยไม่พยายามปกป้องการทำซีแอลว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยสามารถทำได้ตามกฎหมายทั้งของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

“นอกจากไม่ปกป้องการทำซีแอลแล้ว ยังไปรายงานเอาอกเอาใจสหรัฐฯ ด้วยว่า จะเชื่อมโยงข้อมูลด้านสิทธิบัตรกับการขึ้นทะเบียนยา ซึ่งเรากังวลว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการบังคับให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำหน้าที่ตำรวจสิทธิบัตร ตามข้อเรียกร้องของสหรัฐและสหภาพยุโรปที่เรียกว่า Patent Linkage ที่บังคับให้ อย.ตรวจสิทธิบัตรด้วย แทนการตรวจคุณภาพของยาเพิ่มขึ้นทะเบียนยา ซึ่งเกินไปกว่าความตกลงทริปส์ที่ไทยเป็นภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก

อยากให้นักการเมืองไทย ข้าราชการที่ทำเรื่องการค้า การต่างประเทศ ไปดูละคร หมอหงวน...แสงดาวแห่งศรัทธา แล้วจะรู้ว่า ชีวิตคนไม่ใช่ต้องการแค่อาหาร แต่เวลาเจ็บป่วย พวกเขาถูกหลอกลวง ถูกเอาเปรียบอยู่ร่ำไป คนเหล่านี้จะได้มีความรักมนุษย์มากขึ้น” ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ทิ้งท้าย

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์