รายงาน: วงเวียนใหญ่คึกคัก ‘โองการพลเมือง’ ฉลุยแม้ตำรวจยึดจอบเสียม

เริ่มต้นโหมโรง ก่อนการชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค. อนุเสาวรีย์พระเจ้าตากสิน บริเวณวงเวียนใหญ่เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการรวมตัวกันของคนเสื้อแดงละทำพิธีกรรมที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน

 
12 มีนาคม 52
12.00 น.
 
ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ บริเวณพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช กลางวงเวียนใหญ่ คลาคล่ำไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคนที่เคลื่อนขบวนซึ่งนำโดยรถจักรยานยนต์กว่า 100 คัน และรถเครื่องเสียง เดินทางมาจากจุดนัดพบที่เดอะมอลล์บางแค และกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้เดินทางมาดักรอล่วงหน้าแล้ว
 
หลังจากที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงรวมพล 6 จุด ในวันที่ 12 มีนาคม โดยทุกจุดจะมีการประกอบพิธีกรรมและพิธีสงฆ์ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนต่างๆ บริเวณวงเวียนใหญ่ 1 ใน 6 จุดนัดพบ จึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยใช้กำลังรักษาความปลอดภัยหลายร้อยนาย
 
แต่สถานการณ์ทั่วไปบริเวณโดยรอบวงเวียนใหญ่ ประชาชนยังใช้ชีวิตตามปกติ ร้านค้า ร้านอาหารยังเปิดให้บริการ มีเพียงร้านขายทองบางร้านที่คาดว่าปิดเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย
 
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตะวันตก (ของกรุงเทพฯ) ที่ประกอบไปด้วยเครือข่ายแดงตากสิน-ธนบุรี ทั้ง กลุ่มไผ่แดง 52 นปช.พระราม 2 นปช.บางบอน นปช.ปิ่นเกล้า นปช.บางขุนเทียน นปช.จอมทอง นปช.พุทธมณฑล เริ่มต้นอุ่นเครื่องด้วยการปราศรัยประณามอำมาตย์ของ นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำ นปช. นอกจากนี้ยังมีนายวิภูแถลง พัฒนาภูมิไทยแกนนำคนเสื้อแดงและไม้หนึ่ง ก.กุนทีกวีราษฎร ร่วมในการชุมนุมอยู่ด้วย

 

 

 
12.12 น.
 
พิธีกรรมเริ่มต้นพร้อมกันทั้ง 6 จุด สำหรับที่วงเวียนใหญ่ นายจตุพรซึ่งถูกประกาศให้เป็นแม่ทัพฝั่งตะวันตก พร้อมนายวิภูแถลง นำกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงร่วมกันทำพิธีต่อหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช โดยไม้หนึ่ง ก.กุนทีเป็นต้นเสียงนำสวดมนต์
 
จากนั้นจึงเริ่มต้นทำพิธี “โองการพลเมือง” ด้วยการอ่านโคลง 8 บทเพื่อยกย่องอาชีพของชนชั้นล่างในสังคม 8 อาชีพ ซึ่งแม้จะคล้ายกับโองการแช่งน้ำซึ่งเป็นวรรณคดีที่เก่าแก่ที่แต่งขึ้นด้วยโคลงห้าและร่ายด้นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ใน “โองการพลเมือง” ไม่มีการสรรเสริญอัญเชิญเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ
 
“เทอดโลกธาตุธรรมดา ตามสายตาชาวบ้าน ไร้วิมานใดๆ มีดินไฟน้ำลม เหมาะสมก่อกำเนิด เกิดพืชสัตว์ผู้คน ตามพลวัตเคมี ตามวิถีวิทยาศาสตร์ โดยธรรมชาติอธิบาย ไม่มีอะไรวิเศษ”

“เทอดคนผลิตธัญญา คือชาวนาปลูกข้าว ให้หมู่เฮาได้กิน แปรดินเป็นอาหาร เสพสำราญชั่วโคตร หลักประโยชน์โภชน์ผล ให้เป็นคนมีแฮง ออกมาสู้กู้ประชาธิปไตย นั่นแล”

“เทอดมนุษย์นิยม สร้างสังคมบรรพกาล ผ่านสู่ยุคปศุสัตว์ พัฒนะกสิกรรม นำ ไฟ หิน เกลือ โลหะ หล่อหลอมสร้างวัฒนธรรม จากเถื่อนถ้ำสู่เมือง รุ่งเรืองตามลำดับ รู้นับวันเดือนปี มีปฏิทินคณิตศาสตร์ วาดเขียนภาพอักษร แต่ก่อนนั้นงมงาย คลี่คลายสู่เหตุผล ดำรงตนสดใส สู่ประชาธิปไตยสมัย เมื่อครั้งพุทธกาล นั่นแล”
 
ข้างต้นนี้คือเนื้อหาเพียงบางส่วนของ “โองการพลเมือง” ที่หยิบยกมาจากเว็บไซต์เฟสบุ๊กของไม้หนึ่ง ก.กุนที
 
“โองการพลเมือง” ได้กล่าวสรรเสริญถึงอาชีพของคนรากหญ้าทั้งเกษตรกร แม่ค้า กรรมกร และคนขับรถรับจ้าง รวมถึงนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ซึ่งได้ประกาศตนต่อสาธารณชนว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ด้วยการฆ่าตัวตาย และในตอนท้ายของบทสรรเสริญได้เชิญชวนลูกจ้าง แรงงาน ผู้ขับรถในทุกประเภทให้ดำเนินตามเจตนารมณ์คัดค้านการรัฐประหารด้วยการมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงในวันที่ 14 ม.ค.นี้
 
         
 
ทั้งนี้ ตามกำหนดการของพิธี “โองการพลเมือง” เดิมจะมีการนำเครื่องมือทำมาหากิน อย่าง จอบ เสียม คานหาบ ฯลฯ ลงแช่ในอ่างน้ำมนต์ แต่ก่อนเริ่มพิธีการได้มีการชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่าอุปกรณ์ที่ได้เตรียมไว้ประกอบพิธีถูกตำรวจที่ตั้งด่านยึดไปโดยหาว่าเป็นอาวุธ จึงมีการขอรับบริจาคตีนตบ 9 อันจากกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อใช้แช่ในอ่างน้ำมนต์แทน เพราะสำหรับคนเสื้อแดงตีนตบในมือก็คืออาวุธที่ใช้ต่อสู้เช่นเดียวกัน
 
การร้องขอดังกล่าวได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี เพราะผู้ชุมนุมต่างทยอยส่งต่อทั้งตีนตบและหัวใจมายังด้านหน้าซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีจนเกินกว่าที่ต้องการ และทำให้กระบวนการเดินหน้าต่อไปได้จนจบ
 
จากนั้น นายจตุพรและนายวิภูแถลงในฐานะตัวแทนของคนเสื้อแดงซึ่งชุมนุกันที่วงเวียนใหญ่ได้เทน้ำมนต์บนพื้นเพื่อเป็นการประกาศอิสรภาพจากระบอบอำมาตย์ของคนเสื้อแดง ต่อด้วยการตีฆ้อง 7 ครั้ง ประกาศว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้ไม่มีวันหยุด 7 วันต่อสัปดาห์
 
หลังเสียงฆ้องจบลง ผู้ชุมนุมต่างตะโกนโฮ่ร้องด้วยความอึกเฮิม
 
  
 
13.30 น.
ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงสาระวนอยู่กับการนำน้ำมนต์ที่ได้ประกอบพิธีกรรมเสร็จปะพรมหัว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ บางคนถึงกับตักน้ำมนต์ราดรดลงบนศีรษะตัวเอง บางคนพยายามกวักน้ำมนต์สาดพรมคนอื่นๆ เพื่อให้ได้รับสิ่งดีๆ โดยทั่วหน้า และเชื่อว่าคงมีคนนำน้ำมนต์นี้กลับไปแบ่งปันให้คนใกล้ชิดด้วย
 
แกนนำประกาศสลายการชุมนุมในวันนี้และได้นัดหมายการรวมตัวของคนเสื้อแดงฝั่งตะวันตกอีกครั้ง ในวันที่ 14 มี.ค.ที่จะถึงนี้ เวลา 06.00น.เพื่อเดินทางไปชุมนุมครั้งใหญ่ร่วมกันที่สะพานผ่านฟ้า
 
ต่างคน ต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับ พร้อมรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้า แม้อากาศจะร้อนแดดจะแรง
 
“วันนี้พวกเรามาเพื่อแสดงตัว พรุ่งนี้เราจะพัก เพื่อเตรียมสู้ในวันต่อไป” ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินจากเครื่องขยายเสียง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์