รายการหรือช่องโทรทัศน์ที่ดีที่สุดมาแล้ว

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ทุกวันนี้เราดูข่าวหรือรายการการเมืองในสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง จะเห็นความไม่เป็นกลางในการนำเสนอข่าวหรือรายการ ประชาชนต้องถูกยัดเยียดให้ดูรายการที่มีลักษณะมอมเมา ขาดความรอบด้าน และขาดสีสันเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ผมจึงขอเสนอทางเลือกใหม่

ถ้าเราเปิดรายการวิเคราะห์การเมืองของช่องโทรทัศน์ของ “พี่น้องเสื้อเหลือง” หรือ “พี่น้องเสื้อแดง” เราก็มักพบแต่การพูดกันอยู่ข้างเดียวเป็นหลัก อาจจะพูดอยู่คนเดียว หรือมาช่วยกันพูดเป็นหมู่คณะ แต่ก็เป็นการพูดอยู่ข้างเดียวอยู่ดี ไม่มีการนำเสนอความเห็นที่แตกต่างเลย

สำหรับรายการของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ก็มักจะเชิญคนที่เป็นพวกของตนมาช่วยพูดให้ฝ่ายตนดูดี หรืออาจเชิญคนที่ดูเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้วเป็นคนของรัฐบาลมาพูดเป็นสำคัญ ยิ่งช่วงนี้ มีกระแสข่าวการชุมนุมใหญ่ของ “พี่น้องเสื้อแดง” รายการโทรทัศน์ของรัฐบาลก็ยิ่งเชิญ “คนกลาง” ทั้งที่เป็นฆราวาสหรือนักบวชที่คลุมด้วยเสื้อขาว (เป็นกลาง) แต่ตัวจริง “พี่น้องเสื้อเหลือง” และมีหัวใจสีเหลืองอ๋อย มาออกรายการถล่ม “พี่น้องเสื้อแดง” กันยกใหญ่ คราวรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็มีลักษณะคล้ายกัน

ผมจึงขอเสนอให้มีโทรทัศน์ช่องใหม่ หรือรายการโทรทัศน์ใหม่ ที่เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงกันอย่างแท้จริง กล่าวคือใน 24 ชั่วโมง จะมีการถกเถียงกันในประเด็นต่าง ๆ 6-8 ประเด็น ๆ ละ 3-4 ชั่วโมงไปเลย เอาให้หายอยากไปเลย หรือถ้าจัดไม่ได้ตลอดวัน ก็อย่างน้อยวันละ 1-2 ประเด็น โดยจัดทุกวัน จัดช่วง Prime Time ไปเลย

ประเด็นที่ถกเถียงกันก็คือประเด็นร่วมสมัย หรือประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ตาม “สภากาแฟ” ต่าง ๆ เช่น:

ทัศนะต่อประเทศไทย ได้แก่ ประชาธิปไตยเหมาะสมกับประเทศไทยไหม  เราจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไรจึงเหมาะสม ประเทศไทยในสายตาสากล

ทัศนะต่อ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้แก่ ทักษิณโกงชาติจริงหรือ ทักษิณขายชาติจริงหรือ เห็นอย่างไรกับกรณีที่ดินรัชดาฯ การไล่ล่าทักษิณในระดับสากล ฯลฯ

ทัศนะต่อกรณีไฟใต้ ได้แก่ คนมุสลิมใต้จะแบ่งแยกดินแดนจริงหรือ ไหนว่าทักษิณไปไฟใต้สงบ ทหารเลี้ยงโจรใต้จริงหรือ สัมภาษณ์แกนนำโจรใต้โต้กับแกนนำฝ่ายปราบปราม ฯลฯ

ทัศนะต่อเหตุการณ์ร่วมสมัย ได้แก่ สันติวิธีที่แท้เป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้ม็อบไม่รุนแรง ชาวบ้านถูกจ้างมาม็อบจริงหรือไม่ เขาพระวิหารใครผิด ใครถูก ฯลฯ

หัวใจสำคัญของการจัดทำรายการหรือโทรทัศน์ช่องใหม่นี้ก็คือ การเชิญบุคคลที่เห็นต่างกันสองขั้วมาคุยกัน ไม่จำเป็นต้องประจันหน้ากัน เพราะอาจจะเสี่ยงต่อการมีเรื่องวิวาทหรือถึงขั้นชกต่อยกันได้ อาจถ่ายทอดสัญญาณสดจากสถานที่ 3 แห่ง คือ ของสถานีและของคู่ถกเถียงกันสองฝ่าย

คู่ถกเถียงนี้อาจเป็นบุคคล หรือเป็นกลุ่มบุคคลก็ได้ แต่มีการ “เปรียบมวย” กันให้ชัดเจน คู่ที่ควรเชิญให้ถกเถียงกัน เช่นคู่กรณี: พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร
คู่รัฐมนตรี: นายกษิต ภิรมย์ กับ นายนพดล ปัทมะ
ทหาร: พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ กับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
นักการเมือง: นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับ นายจาตุรนต์ ฉายแสง
พระ: พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) กับ พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ)
นักกิจกรรม: นายสุริยใส กตศิลา กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง)
นักวิชาการ: รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร กับ รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
ผู้หญิงการเมือง: น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ กับ น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ
ไฮโซ: นางปราไพ ปราสาททองโอสภ (PAD Lady) กับ นางดารณี กฤตบุญญาลัย (ไฮโซ เสื้อแดง)
กวี: นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับ นายวิสา คัญทัพ
นักร้อง: นายกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ (จิ้น กรรมาชน) กับ นายศักดิ์สิทธิ์ เชื้อกลาง (เศก ศักดิ์สิทธิ์)
             ฯลฯ

ลักษณะของรายการก็คือให้โฆษกป้อนคำถาม และให้แต่ละฝ่ายพูดกันคนละไม่เกิน 10 นาที เท่าเทียมกัน ไม่มีการแย่งกันพูด แล้วให้โฆษกสรุปพร้อมป้อนคำถามเพิ่มเติมอีก 2 นาที ดำเนินรายการโดยใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงต่อประเด็น

ผมเชื่อว่ารายการหรือช่องโทรทัศน์ที่ดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้ช่องโทรทัศน์ของแต่ละฝ่ายที่ดำเนินการแบบ “ปิดตาข้างเดียว” หรือ “ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ” และมีลักษณะยั่วยุ ปลุกระดม มอมเมา จะฝ่อลงไปในทันที เพราะประชาชนจะเลือกชมรายการที่มองรอบด้านมากกว่าจะมองข้างเดียว รายการเช่นนี้จะมีอัตราการเข้าชมสูงขึ้นกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้จะเข้ามาร่วมชมอย่างล้นหลาม

รายการโทรทัศน์นี้ยังอาจแจ้งประเด็นการถกเถียงล่วงหน้าเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์ เพื่อให้ผู้สนใจคอยติดตามในประเด็นถกเถียงที่น่าสนใจ

ผมเชื่อว่าถ้าจัดรายการอย่างเป็นกลางได้เช่นนี้จริง ประกบคู่ได้เหมาะสม มีประเด็นถกเถียงที่ดีจริง จะมีคนฟังล้นหลาม สามารถหาโฆษณาให้รายการหรือช่องสถานีโทรทัศน์อยู่รอดได้แน่นอน การดำเนินรายการก็ไม่จำเป็นต้องตัดเข้าโฆษณา แต่อาจเป็นตัววิ่ง หรือป้ายโฆษณาสินค้าดูด้านใต้หรือด้านข้างตลอดเวลาก็ยังได้

รายการหรือช่องโทรทัศน์อย่างนี้อาจตั้งชื่อว่า “ประชาชนตัดสิน” หรือ “ผู้ชมตรองเอาเอง” “ชาวบ้านรู้แจ้ง” “ไม่มืดบอด” “ตาสว่าง” ฯลฯ 

หากผู้ที่ได้รับเชิญมาออกรายการตอบไม่ดี ไม่ชัดเจน ชาวบ้านหรือประชาชนทั่วไปก็จะเห็นเอง ใครพูดจาเกะกะระรานหรือ “ดำน้ำ” “เล่นลิ้น” ก็จะแพ้ภัยตัวเองไปในที่สุด ดังนั้นผมเชื่อว่าผู้ที่ได้รับเชิญจะรู้สึกเป็นเกียรติมาก และจะมีผู้ยินดีให้รับเชิญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

รายการนี้จะช่วยสร้างชาติอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดภาวะ “สังคมอุดมปัญญา” เพราะได้ฟังอย่างรอบด้านและส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินจากข้อมูล ข่าวสาร เหตุผล ไม่ใช่จากความเชื่อหรือการบอกต่อ ๆ กันไปแบบข่าวลือ เป็นต้น รายการนี้จะเป็นการช่วยส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นการให้การศึกษาประชาชนที่เป็นกลางและเป็นธรรม

ช่วยกันจัดรายการหรือช่องโทรทัศน์แบบนี้ให้เกิดขึ้นโดยด่วนครับ

 

 

 

 

* ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแลกเปลี่ยนความเห็นได้ที่ http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์