บันทึกหลังการชุมนุมของคนเสื้อแดง (1)

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เรื่องที่ควรเห็นจากการชุมนุมเสื้อแดงคือนี่คือเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ถูกนับ เลิกพูดได้แล้วว่าเสียงเงียบคือเสียงส่วนใหญ่ หรือสันติวิธีคือเสียงส่วนใหญ่ มีใครไปรีเสิร์ชหรือทำอะไรจริงจังขนาดบอกได้ละเอียดแบบนั้นจริงๆ สักคนหรือยัง เสียงของเสื้อแดงกับเพื่อไทยแยกกันได้ยาก ขึ้นลงที่ 13-16 ล้านเสียง เสียง ปชป.กับเหลืองก็แยกกันยาก ขึ้นลงที่ 10-13 ล้านเสียง เอาเสียงแบบมีสี เสียงแบบมีพรรค เสียงแบบแบ่งขั้วมารวมกัน แค่นี้ก็ได้ 23-29 ล้านเสียง จากเสียงคนมีสิทธิลงคะแนนทั้งหมดประมาณ 30 ล้าน 

คณิตศาสตร์ง่ายๆ แค่นี้คงเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คืออะไร แต่ถ้าไม่เห็น ก็คงต้องรับว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เสียงเงียบ หรือเสียงไม่เอาฝ่ายใดแน่ๆ การอ้างสิทธิธรรมของพวกเสียงเงียบทั้งหลายในตอนนี้ ถ้าจะเคลมว่าตัวเองมีปริมาณมากจริง ก็ต้องนับรวมคนที่เคยเอากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้วทั้งนั้นเป็นแน่ เพราะถ้าไม่เอาฝ่ายใดเลย เสียงเงียบก็คือเสียงส่วนน้อยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งได้เลย

การมีระบบที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ถูกนับนี่แหละคือเรื่องที่ทำให้การชุมนุมนี้สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าระบบการเมืองมันบิด มันฝืนธรรมชาติ มันถึงทำให้เกิดความตึงเครียดและขัดแย้งกับทุกฝ่ายแบบนี้ เสียงส่วนน้อยรับเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้เพราะไม่มีคุณธรรม นโยบายไม่ชัด พูดจาไม่โดนใจ ฯลฯ ในที่สุดก็ต้องสร้างตรรกะประชาธิปไตยแบบแปลกๆ ขึ้นมาบอกว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด

ประเด็นทั้งหมดนี้ใหญ่กว่าเรื่องเหลืองกับแดง ถ้าเอาแว่นสีมามอง ก็จะเห็นแต่ความขัดแย้งเรื่องสี ประเด็นหลักคือประชาธิปไตยต้องนับเสียงส่วนใหญ่ ปัญหารูปธรรมคือเรามีระบบที่ตอนนี้เสียงส่วนใหญ่รู้สึกว่าพวกเขาไม่ถูกนับ ที่อ้างว่ารัฐบาลนี้มาจากระบบเดียวกับรัฐบาลสองชุดก่อนนั้นเป็นการอ้างแบบถูไถ เพราะเสียงส่วนใหญ่ได้ตัดสินผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งไปแล้วว่าต้องการให้ใครเป็นนายกฯ และฝ่ายที่เป็นตอนนี้คือฝ่ายที่เสียงส่วนใหญ่บอกว่าไม่ต้องการให้เป็น

ตรรกะที่อ้างเรื่องเป็นนายกฯ เพราะ ส.ส.พรรคอื่นโหวตจึงชอบธรรม นั่นฟังได้แค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่ต้องพูดคือ

1) การโหวตของ ส.ส.ต้องสัมพันธ์กับการลงคะแนนของเสียงส่วนใหญ่ อย่าลืมว่าสมัยพฤษภา 35 ส.ส.ก็เคยโหวตให้สุจินดาเป็นนายกฯ มาแล้ว ถูกรัฐธรรมนูญทุกอย่างด้วย แต่ผิดหลักการเพราะรัฐธรรมนูญถูกร่างโดยทหาร และไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนประกาศเลยว่าถ้าชนะเลือกตั้งแล้วจะให้สุจินดาเป็นนายกฯ กรณีปัจจุบันคล้ายพฤษภาในแง่ที่มาของรัฐธรรมนูญ ความชอบด้วยกฎหมายของนายกฯ แต่การรณรงค์เลือกนายกฯ ในการเลือกตั้งจบลงด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่เลือกฝ่ายนี้ ตรรกะเรื่องสภาเลือกนายกฯ ในกรณีปัจจุบันจึงวิปริตและมีข้ออ่อนที่เห็นในประวัติศาสตร์จริง และ

2) สถานการณ์เฉพาะของการโหวตนายกฯ ปัจจุบันคือพรรคที่ชนะเลือกตั้งถูกทำให้แตกด้วยวิธีการนอกระบบ รัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งถูกทำให้พ้นจากตำแหน่งด้วยวิธีพิสดาร

เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ากระบวนการแบบนี้เกิดขึ้นจริง เว้นแต่เราจะหลับตาข้างเดียวเพื่ออวยความชอบธรรมของรัฐบาล

เรื่องยุบสภาว่ามีเหตุผลหรือไม่ ผมว่าจะตอบได้ คงต้องตอบก่อนกระมังว่าอะไรคือเหตุผลที่ถือว่าเป็น reason ของการยุบสภาในความเห็นของแต่ละคน?

เรื่องบุคลิกภาพของผู้นำประชาธิปัตย์ พันธมิตร เสื้อแดง เพื่อไทย นปช. ทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง perception มากๆ แต่ละคนคงชอบไม่เหมือนกัน หลักก็คือถ้าเสียงส่วนใหญ่เขาชอบ ก็ไม่อาจเอาความไม่ชอบเป็นเหตุในการปฏิเสธความชอบของเสียงส่วนใหญ่ครับ

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์