นักธุรกิจเพื่อปชต.รวมตัวค้านยุบสภาที่สีลม สุริยะใสยันมากันเองไม่เกี่ยว พธม.

“ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย” ค้านยุบสภาที่สีลม ยันรัฐบาลมาตาม รธน. ประณามสงครามชนชั้น เพราะกลุ่มเติบโตมาได้ด้วยพระคุณแผ่นดินไทย ไม่พบปัญหาการปิดกั้นโอกาสจากการแบ่งชนชั้น เรียกร้องชาวไทยรักษาความสงบในแผ่นดิน สุริยะใสยันเครือข่ายเคลื่อนกันเอง พธม.ไม่ได้จับมือรัฐบาลชน นปช.

พาดหัวไทยรัฐออนไลน์ “นักธุรกิจยันรัฐมาถูกต้อง รวมตัวค้านยุบสภาฯ”

 

"นักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย" ชุมนุมสีลมค้านยุบสภา ประณามม็อบใช้เงื่ิอนไข "สงครามชนชั้น"

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้รวมตัวกันราว 30 คน รวมตัวด้านหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถนนสีลม พร้อมกับอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มระบุว่าไม่ต้องการให้ยุบสภา เพราะรัฐบาลจัดตั้งมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และประณามการใช้ความเหลื่อมล้ำของฐานะของประชาชนสร้างเงื่อนไขสงครามชนชั้น เชิญชวนให้ชาวไทยทุกฐานะ ทุกจังหวัด ร่วมแสดงจุดยืนต้องการความสงบสุข และความรักสามัคคีในแผ่นดิน (อ่านแถลงการณ์ทั้งหมดที่นี่) 

“ชมรมฯ ไม่สนับสนุนและขอประณามการใช้ความเหลื่อมล้ำของฐานะของประชาชนสร้างเงื่อนไข “สงครามชนชั้น” ชมรมฯ ประกอบด้วยนักธุรกิจทุกระดับ เรามีฐานะที่พัฒนาเติบโตมาด้วยพระคุณแผ่นดินไทย ได้รับสิทธิและเสรีภาพในระบบเศรษฐกิจเสรี ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขมายาวนาน ไม่เห็นเป็นปัญหาการปิดกั้นโอกาสจากปัญหาการแบ่งชนชั้นแต่อย่างใด กลับเห็นว่านักธุรกิจการเมืองบางยุคบางสมัยนำการทำธุรกิจโดยเอื้อกิจการของ ตนและพวกพ้อง จนมีฐานะร่ำรวย ทั้งที่เปิดเผย ซุกซ่อนผ่านคนใกล้ชิด และซุกซ่อนในต่างประเทศอันผิดรัฐธรรมนูญ ชาวไทยไม่ควรที่จะหลงเชื่อว่ามีปัญหาแบ่งแยกชนชั้นในสังคม ความคิดแบ่งแยกชนชั้นเช่นนั้นมักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆประเทศ โดยมักนำไปสู่ความยากจนทั่วกัน เช่นในเวียดนามเหนือ หรือเกาหลีเหนือ ประชาชนก็มีฐานะยากจนกว่าเวียดนามใต้ หรือเกาหลีใต้ที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจเสรีที่ประชาชนมีสิทธิ และโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่สร้างความรู้สึกแตกแยกของชนชั้นในสังคม” แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุ

ตอนท้ายของแถลงการณ์ยังระบุว่า “ชมรมฯ ขอรณรงค์ให้ชาวไทยร่วมใจรักสามัคคี ร่วมรักษาความสงบร่มเย็น ประชาธิปไตย และความชอบธรรมในแผ่นดิน เพื่อความสันติสุขและความเจริญยั่งยืนตลอดไป”

โดยผู้สื่อข่าวกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอ่านแถลงการณ์ของชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยนั้น ได้มีการเขียนป้ายข้อความคัดค้านการยุบสภามาถือโชว์จำนวนหลายป้าย ท่ามกลางประชาชนที่สนใจมายืนดูจำนวนหลายสิบคน และระหว่างนั้นได้มีผู้ชายวัยกลางคนได้เดินมาชนผู้หญิงคนหนึ่งถือป้ายอยู่ทำให้ป้ายหลุดมือ จนมีการปะทะคารมกันขึ้นชายดังกล่าวจึงรีบเดินหนี แต่ยังหันมาชี้หน้าผู้หญิงคนดังกล่าวด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างใด

 

สุริยะใสยันเครือข่ายออกมาเคลื่อนกันเอง พธม.ไม่ได้จับมือรัฐบาลชน นปช.

ขณะที่ในเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์วานนี้ (26 มี.ค.) เผยแพร่คำพูด นายสุริยะใส กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในขณะนี้ว่า กลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มอิสระ แม้บางคนบางกลุ่มจะเคยเข้าร่วมต่อสู้กับพันธมิตรฯ ก็ตาม แต่กลุ่มองค์กรเหล่านั้น ก็ย่อมมีสิทธิที่จะปกป้องสิทธิของตัวเอง แกนนำพันธมิตรฯ ยังยืนยันมติเดิมคืออยู่ในที่ตั้ง ยังไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชน แต่ก็มีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ

การกล่าวหาว่า พันธมิตรฯ จับมือกับรัฐบาลจัดตั้งคนมาเผชิญหน้ากับมวลชน นปช.นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะนี่เป็นวิธีที่ป่าเถื่อน ซึ่งแกนนำพันธมิตรฯไม่เคยแม้แต่จะคิด อาจเป็นเพราะ แกนนำ นปช.คงเคยชินกับพฤติกรรมป่าเถื่อนมาก่อน เลยคิดว่าคนอื่นจะทำอะไรที่ป่าเถื่อนเหมือนตัวเองทำได้

 

ขบวนของ “ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย” ในการชุมนุมร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อปี 2549
(ที่มา:
tnews.teenee.com)

 

เปิดขุมข่ายชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย

สำหรับชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย มีนายประสาร มฤคพิทักษ์ ปัจจุบันเป็น ส.ว.ระบบสรรหา และนายปรีดา เตียสุวรรณ เจ้าของกิจการแพรนด้า จิวเวอรี่ เป็นแกนนำคนสำคัญในการก่อตั้ง ในปี 2536 ทั้งสองมีบทบาทขับเคลื่อนกลุ่ม “เพื่อนอานันท์” จนช่วงหนึ่งภาพลักษณ์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง 2 สมัย ได้รับการยอมรับจากชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ

ในปี 2540 กลุ่มดังกล่าวเคยร่วมรณรงค์สนับสนุนรัฐธรรมนูญปี 2540 และต่อมาในปี 2549 มีบทบาทร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่การชุมนุมโดยสนธิ ลิ้มทองกุล “แบบนำเดี่ยว” ในวันที่ 4 ก.พ. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ชมรมดังกล่าว นำโดย นายปรีดา เตียสุวรรณ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายวิบูลย์ อิงคากุล นายวุฒิพงศ์ เพรียบจริยวัฒน์ และนายไกร ตั้งสง่า เป็นตัวแทนชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 แสดงจุดยืนเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นเว้นวรรคจากอำนาจ เพื่อการตรวจสอบที่โปร่งใส

และเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 49 กลุ่มดังกล่าวได้จัดคาราวานรถร่วม 150 คัน รวมตัวจากสีลมก่อนเคลื่อนไปชุมนุมหน้าทำเนียบร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

หลังรัฐประหาร 19 กันยา 49 ช่วงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายประสาร ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ (ศปชท.) ในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤต เป็นโฆษกแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายต้านคณะรัฐประหารและเครือข่ายพรรคไทยรักไทย

ขณะที่ช่วงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวรอบ 2 ในการชุมนุม 193 วันในปี 2551 ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยก็มีบทบาทสนับสนุนโดยตลอด โดยปัจจุบันนายประสาร มีตำแหน่งเป็น ส.ว.ระบบสรรหา และอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว. ร่วมกับ น.ส.รสนา โตสิตระกูล และนายคำนูณ สิทธิสมานด้วย

 

อัดฉีดแกนนำ พธม. "ดูงาน" อียิปต์หลังชุมนุม 193 วัน

นอกจากนี้มีรายงานว่า หลังสิ้นสุดการชุมนุม 193 วัน มีการจัดดูงานประเทศอียิปต์ช่วงปีใหม่กว่า 10 วัน ของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย "สายเอ็นจีโอ" อาทิ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายศิริชัย ไม้งาม นายปรีดา เตียสุวรรณ รวมทั้งนายประสาร มฤคพิทักษ์ ฯลฯ

โดยในคอลัมน์โฟกัสนักเคลื่อนไหว ใน นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 1 ก.พ. 52 ซึ่งผู้เขียนคอลัมน์ คือ “นายกะเต” หรือธวัชชัย กตะศิลา น้องชายของสุริยะใส กตะศิลา ระบุว่า นายปรีดา เตียสุวรรณ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ

“งานนี้มีนักธุรกิจประชาธิปไตยอย่าง ปรีดา เตียสุวรรณเจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่ส่งออก เป็นโต้โผในการจัดหาสถานที่พัก-ท่องเที่ยว ว่ากันว่า "พี่ปรีดา" จะพาเพื่อนพ้องน้องพี่เหล่านี้ไปเปิดหูเปิดตาศึกษางานการเคลื่อนไหวของต่าง ประเทศปีละครั้ง จึงเป็นอะไรที่ตื่นเต้นน่าดู” หรือธวัชชัย ซึ่งใช้นามปากกว่าว่า “นายกะเต” ระบุ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์