สัมภาษณ์ ‘ชาน่า’ นักเขียนคอลัมน์ ‘พาเม้าท์ชีวิตชาวเกย์’ มุมมองต่อสังคม-การเมืองไทย

พักสายตาเรื่องการเมือง มามองเรื่องการเกย์ กันบ้าง ว่าสังคมชาวเกย์เขามองสังคมไทยกันอย่างไร, เกย์ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเมืองหรือไม่,นักการเมืองไทยที่เป็นเกย์มีเยอะไหม และทำไมในสายตาชาวเกย์ทั่วโลก ถึงมองว่า ‘กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของเกย์ทางตะวันออก’

 

 

 

 
‘ชาน่า’ นักเขียนจากคอลัมน์ พาเม้าท์ชีวิตชาวเกย์ ในประชาไท และเป็นเจ้าของหนังสือ เรื่อง ‘เม้าท์แตก...ชาวเรา’ และ ‘ใช่ว่าจะดอก...ท้อ’ ซึ่งถือกันว่าเป็นหนังสือในหมวด จิตวิทยาเกย์ ที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ กับ ‘ประชาไท’ ว่าสังคมเกย์เขามองสังคมไทยกันอย่างไร เกย์ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเมืองหรือไม่นักการเมืองไทยที่เป็นเกย์มีเยอะไหม และทำไมในสายตาชาวเกย์ทั่วโลก ถึงมองว่า ‘กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของเกย์ทางตะวันออก’
 

คุณรู้สึกอย่างไรที่ชีวิตเกิดมาเป็นเกย์ ?  

ตอนแรกก็รู้สึก ชีวิตมีปมด้อยมาก เหมือนเป็นคนผิดปกติทางจิต แต่พอเรียนรู้และเข้าใจ บวกกับวัยที่เจริญขึ้นจึงเข้าใจว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นการทำร้ายตัวเองด้วยการคิดที่ติดลบ ทุกวันนี้ถ้าตอบอย่างตรง ๆ ก็คือ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส รู้สึกดีออกที่เป็นเกย์ สามารถเป็นอยู่ได้เหมือนคนสองเพศ ยกตัวอย่างง่ายๆ ยังไงก็ไม่โดนข่มขืน หรือเข้มแข็งเยี่ยงชายฉกรรจ์ แต่จิตใจอ่อนหวานเหมือนหญิง

แล้วคุณมองสังคมไทยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่เขามองสังคมเกย์ยังไง ยังมองเป็นความแปลกหน้าของสังคมอยู่มั้ย ? 

มองสังคมไทยทุกวันนี้เป็นเรื่องที่เปิดเผยมากสำหรับเกย์ เราจะสังเกตุเห็นว่า หมู่บ้านไกลปืนเที่ยงถิ่นกันดาร เค้ายังมีการแต่งงานชายกับชายกันเลย ไม่ว่าจะเป็นชายไทยกับชาวต่างชาติ หรือชายไทยกับชายไทยเอง และคิดว่าสังคมไทยตอนนี้ได้ยอมรับความสามารถของเกย์ที่มีชื่อเสียงและพรสวรรค์มากขึ้น น้อง ๆ ที่เป็นเกย์ก็เปิดเผย และโผล่ออกมายังกะดอกเห็ดไม่เว้นฤดูกาล มันเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ปกครองหลายคนก็ไม่ว่า กลับเห็นด้วย บางคนบอกว่ามีลูกเป็นเกย์ที่ดี ยังดีกว่าเป็นผู้ชายอันธพาล สันดานต่ำซะอีก

คุณคิดว่าในสังคมไทยมีคนเป็นเกย์แบบหลบๆซ่อนๆ อยู่เยอะมั้ย ? แล้วมันจะส่งผลต่อสังคมในอนาคตยังไง หมายถึงถ้ายังแอบๆ ไม่กล้าเปิดเผยแบบนี้หนะ ?

ต้องบอกว่าสังคมไทยมีเยอะมาก สังเกตได้จากสังคมทางอินเตอร์เน็ตที่มีผู้คนเยอะแยะมากมายที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง แม้สังคมจะเปิดสำหรับคนบางคน แต่บางคนก็ยังต้องหลบซ่อนเป็นมู่หลานกันอยู่ คงกลัวหลายอย่าง กลัวว่าวิถีชีวิตตัวเองจะเปลี่ยนไป กลัวคนหัวโบราณจะรับไม่ได้บ้าง

แต่ถ้าถามว่า จะมีผลต่อสังคมในอนาคตยังไง ก็คงมีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีคือ ดูเหมือนว่าเมืองไทยมีเกย์ กะเทยไม่เยอะ เป็นต้น ผลเสียที่เห็นชัด คือถ้าหากมีการร่วมกิจกรรม ก็จะไม่มีใครออกมาร่วมด้วยช่วยกัน เพราะเกรงว่าคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองเป็น แต่ความต้องการและการร่วมด้วยภายในแทบอยากจะออกมาใจขาดดิ้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องปกปิดตัวเอง หรืออย่างปัญหาที่ผู้หญิงบริสุทธิ์ถูกเกย์หลอกอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตและแต่งงานร่วมกัน เพียงเพื่อปกปิดสถานะของตัวเอง สุดท้ายก็ไปไม่รอด ชาน่าว่ามันเหมือนเป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมากนะ และผู้หญิงที่มีแฟน หรือสามีเป็นเกย์เค้าน่าสงสารมาก สุดท้ายก็เกิดปัญหาหย่าร้างทางสังคมตามมา เป็นต้น

สังคมเกย์ในต่างแดนละ เขามีกฎหมาย เอื้อต่อเกย์มากน้อยเพียงใด ?

อย่างประเทศมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา บางรัฐเค้าเรียกร้องจนได้สิทธิ์เหมือนกับชายจริง หญิงแท้ทั่วไป เช่นเรื่องกฎหมายรับรองสิทธิ์การแต่งงาน มีผลบังคับใช้เหมือนเพศชายหญิงทั่วไป และในบางประเทศอย่างยุโรปหลายประเทศที่เค้าให้สิทธิเสรีภาพ และมีผลทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมืองไทยเมื่อไหร่จะเกิดขึ้น ก็ได้แต่เป็น พ่อบุญหวัง เนี่ยล่ะฮ่ะ

คุณเดินทางผ่านไปหลายประเทศ สายตาเกย์ทั่วโลก เขามองสังคมไทย ประเทศไทยเป็นยังไงบ้าง ยังมีเสรีภาพ ภราดรภาพอยู่ดีหรือไม่ ?

เมืองไทย ถือว่าเป็นเมืองเสรีของชาวเกย์เลยนะ แม้จะมีศาสนามาเกี่ยวข้องทางด้านศีลธรรมหลายอย่าง แต่ก็ไม่สามารถจะทำลายความเป็นอิสรภาพของชนชาวเกย์ได้ ซึ่งในสายตาของชาวต่างชาติ ถือว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของเกย์ทางตะวันออกเลยทีเดียว จากข้อมูลของหนังสือเกย์ชื่อดังระดับโลก อย่าง Spartacus ได้กล่าวไว้ จะสังเกตได้ว่าเกย์อินเตอร์ทั้งหลาย จะเป็นกลุ่มเป้าหมาย รายชื่อต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวเกย์จะต้องมาเยือน จากปากต่อปาก และการันตีจากเกย์ทั่วโลก บางประเทศเพื่อนบ้านของไทย ยังมีกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเปิดเผยของเกย์มากนัก อย่างเช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น ดังนั้นพี่ไทยจึงมาแรงแซงทางโค้ง เป็นจุดหมายปลายทางของเกย์เพื่อนบ้านและชาวโลกที่จะต้องมาเยือน และจากการสัมภาษณ์หลายคนจะบอกว่า “เริ่ด” ติดใจอยากกลับมาใหม่ แทบจะทุกรายเชียวค่ะ

เพิ่งผ่านพ้นเดือนแห่งความรักมา ในสายตาคุณคิดว่า ‘เกย์มองความรัก’แบบไหน ?

ความรักของเกย์ โดยทั่วไป พวกเราอยากได้รักจริง รักเอย รักนิรันดร์ แต่ส่วนมากที่เจอก็มักจะเป็นรักแท้ในคืนหลอกลวง แค่ชั่วข้ามคืน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป รักง่ายหน่ายเร็ว เพราะตามศัพท์ภาษาอังกฤษ gay หมายถึง คนรักอิสระ ดังนั้นอะไรที่มันผูกมัดจะยิ่งรู้สึกอึดอัด สุดท้ายคนเราฝืนใจตัวเองไม่ได้ก็ต้อง ตะเลิดไปอย่างไม่มีข้อผูกมัด

ประสบการณ์ความรักที่เจ็บแล้วเจ็บอีก จนทำให้เกิดอาการ “เจ็บแล้วจำ” จึงยากที่จะปล่อยหัวใจรักใครจนพลีชีพ 

เหมือนกับประโยคที่ว่า “กะเทยที่รักเดียวใจเดียวเป็นกะเทยที่โง่” แต่บางคนก็เทิดทูนบูชาความรักในโลกของจินตนาการ พอความรักนั้นหลุดลอยไป ความโหดร้ายเข้ามาแทน จนทำให้บางคนต้องปลิดชีพตัวเอง หรือประชดชีวิตจนพังก็มีเหมือนกัน แต่ความคิดส่วนตัวของชาน่าแล้วคิดว่า ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม เกย์ทั่วไปจะรักครอบครัวมาก เพราะรักผู้ชายก็ไม่สมหวัง จึงขอรักครอบครัว เหมือนการลงทุนความรักที่ไม่เคยขาดทุนมีแต่ได้กับได้ ดังนั้นความรักเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน เรียนรักให้เป็นแล้วคุณจะได้รักนั้นอย่างเป็นสุข

หลังจากชาน่า เขียนเรื่องเกย์ผ่านคอลัมน์ในประชาไท และรวมเล่มหนังสือ ได้ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง สะท้อนและช่วยให้สังคมเข้าใจชาวเกย์มากขึ้นมั้ย ?

ในฐานะของนักเขี่ย...ที่คิดอยากจะเขียนคนหนึ่ง ชาน่าบอกได้เลยว่าทุกครั้งที่เขียน มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก จากคอลัมน์เล็ก ๆ กลายเป็นหนังสือเล่มน้อยที่ผ่านสายตาชายจริงหญิงแท้ และกลุ่มหลากหลายทางเพศ เป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งเรื่องราวเตือนใจ เตือนภัย และจิตวิทยาทั้งหลายที่เกี่ยวกับชาวเรา ผลตอบรับค่อนข้างดี แม้ยอดขายจะไม่ถล่มทลาย หรือสร้างรายได้ แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของการรวมเล่ม เพราะเจตนาของชาน่า คือการได้เผยแพร่ไปยังบุคคลทั่วไป เพื่อเป็นประโยชน์สาระ ได้ไม่มากก็น้อย   

อย่างน้อยก็ช่วยให้สังคมไทย(บางกลุ่ม)ได้เข้าใจเพศพิเศษอย่างเรามากขึ้น จากเสียงบอกกล่าวของคนอ่านหนังสือ และได้รับเมล์จากฟีดแบ็คเหล่านั้น จึงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นไซร้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต้องขอขอบคุณคนทั้งหลายที่เข้าใจและเรียนรู้เพื่อนร่วมโลก ต่างเพศเดียวกันด้วย ที่ส่งกำลังใจและคำติชมกลับมา 

มีคอลัมน์หนึ่งที่ เว็บวิกีพีเดีย เมืองไทย ลิงค์ th.wikipedia.org/wiki/ไซเบอร์เซ็กส์ เขาอ้างอิงข้อเขียนจากคอลัมน์ของชาน่าเกี่ยวกับไซเบอร์เซ็กส์...เอ็กซ์ผ่านจอ รวมทั้งร้านหนังสือซีเอ็ด จัดหมวดหมู่หนังสือของชาน่า เรื่องเม้าท์แตก...ชาวเรา และ ใช่ว่าจะดอก...ท้อ อยู่ในหมวด จิตวิทยาเกย์ แต่ก็นั่นแหละ ยังมีบางร้านจัดจำหน่ายหนังสือ ที่กลัว ไม่กล้าที่จะรับจำหน่าย เพราะเกรงเป็นหนังสือที่ล่อแหลม ยุยง ส่งเสริม หรือหลอกลวงคนทั่วไป ซึ่งชาน่าถือว่าเป็นการเข้าใจผิดและถูกปิดม่านทางสังคมก็มี ก็ต้องขอขอบคุณ ซีเอ็ด สไมล์บุ๊ค และบริษัทอนิศ ดิสทรีบิวชั่น ที่กล้าให้โอกาสในการเผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลก รวมทั้งเว็บประชาไท ที่เป็นเหมือนเวทีแรกที่ให้พื้นที่ชาน่าได้ทำเพื่อสังคม และที่สำคัญ เพียงแค่หนึ่งคำชม ล้านคำติที่กล่าวถึงหนังสือหรือคอลัมน์ของชาน่าจากคนอ่าน แค่นี้ก็มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีแก่สังคมไทยแล้วฮ่ะ

คุณคิดว่า เกย์ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเมืองหรือไม่ หมายถึงเข้าไปมีบทบาทในด้านปรับเปลี่ยนนโยบาย ?

ความคิดของชาน่า เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกย์ก็ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเหมือนกัน ไม่ว่าจะแบบเปิดเผยหรืออีแอบ เพราะการเมืองและสังคมล้วนเกี่ยวข้องกับคนทุกเพศ อย่างแยกแยะเสียไม่ได้ ดังนั้นเกย์ควรเข้ามามีบทบาทตรงนี้เป็นอย่างมาก ไม่แน่...สักวันหนึ่งหากมีโอกาส ชาน่าก็อยากลงเล่นการเมือง เป็นปากเป็นเสียงให้คนทุกคน ไม่เฉพาะแต่กลุ่มหลากหลายทางเพศเท่านั้น...ถ้ามีโอกาสนะคะ...(ยิ้ม)

ดูได้จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจนได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เข้าชิงรางวัลออสก้า อวอร์ดเมื่อปีที่แล้วเรื่อง Milk ที่ฌอน เพนน์ ได้รับนักแสดงยอดเยี่ยม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่เกย์เข้ามามีบทบาททางการเมือง ของสหรัฐอเมริกา ขอเพียงสังคมให้โอกาสไม่ยึดติดกับอคตินิยมในเรื่องเพศ ใครจะไปรู้ในอนาคตบางประเทศ หรือในประเทศเราอาจจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นเกย์ ไม่ว่าจะเป็นเกย์เปิดเผย หรือบางทีทุกวันนี้ก็มี และเคยมีมาแล้ว แต่เป็นเกย์อีแอบ ประชาชนตาดำ ๆ อย่างเรา ๆ อาจจะไม่รู้ แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือตัวของเค้าเองนั่นล่ะฮ่ะ

ถามตรงๆ คุณคิดว่า นักการเมืองไทยที่เป็นเกย์ตอนนี้มีเยอะมั้ย แล้วคุณคิดว่าเขามีส่วนช่วยเหลือสังคมเกย์ในวงกว้างได้อย่างไรบ้าง ?

ถามตรงก็ต้องตอบตามตรงนะฮะ จากการยอมรับของสมาคมกลุ่มเกย์หลายองค์กร ฟันธง ตรงเป๊ะเลยว่า มี มี มี... อาจจะไม่เยอะ เมื่อเทียบกับจำนวนนักการเมือง แต่ก็มี ถึงขั้นระดับมีชื่อก็หลายคน แต่ปัญหาคือ เกย์นักการเมืองเหล่านั้นเค้าแอบหลังม่าน ปิดบังตาประชาชนได้เนียนขั้นเทพ ตาสีตาสา ป้ามาลี ลุงมะระก็ดูไม่ออก คงเคยได้ยินศัพท์ “ผีเห็นผี” คือเกย์ด้วยกันมองออก เพราะพฤติกรรมมันฟ้อง นอกจากนั้น จากปากต่อปากของเกย์หรือผู้ชายที่ให้บริการท่านทั้งหลายยังอุตส่าห์ปิดกันให้แซ่ดเชียวค่ะ ว่าได้คนนั้น ไปเข้าหาคนนี้ ลีลาคนนั้นขั้นเทพ กระเป๋าหนาตราช้าง ท่านคนนี้เลี้ยงดูอย่างดี มีสารพัดหลักฐานที่เชื่อได้ 

แต่ถ้าถามว่าพวกเค้าช่วยเหลือสังคมเกย์หรือไม่ ถ้าเขาพอช่วยได้แบบไม่น่าเกลียด เค้าอยากจะช่วยใจจะขาด(สำหรับบางคน ) แต่บางคนจะทำเป็นไม่สนใจ ไม่แยแส เพราะเดี๋ยวมีพิรุธออกนอกหน้านอกตาเกินไป ก็คงเหมือนกับดาราเกย์บางคน พอให้รับบทเกย์ ปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาด เพราะห่วงชื่อเสียง แต่ถ้าเค้าเป็นผู้ชายจริง ๆ เค้าจะไม่ถือ ฉันท์ใด ฉันท์นั้นล่ะฮ่ะ

ก็ยังคิดอยู่ค่ะ หากอนาคตมีเกย์ที่เป็นนักการเมืองเต็มตัว เค้าจะมีโอกาสได้ไปนั่งในสภาหรือไม่ ก็แล้วแต่สังคมจะให้โอกาส ...ว่าแล้วก็อยากกลับไปเมืองไทยลงเลือกตั้งประกาศให้ชาวโลกรู้เลยว่า ฉันนี่หละเป็นเกย์แต่ขอเล่นการเมือง... ขำ ขำ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์