พันธมิตรค้านยุบสภา ชี้รัฐบาลกำลังเจรจากับหุ่นเชิดของนักโทษ

แกนนำพันธมิตรออกแถลงการณ์ค้านยุบสภา เสื้อแดงไม่ใช่ตัวแทนคนทั้งประเทศ รัฐบาลต้องไม่ยอมรับการเจรจาที่สร้างความชอบธรรมให้ระบอบทักษิณ เรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศด้วย “รัฐบาลประชาภิวัฒน์” พร้อมแนะมวลชนพันธมิตรเลี่ยงการเผชิญหน้าเสื้อแดง ด้าน ‘สนธิ’ ไม่ปรากฏตัวร่วมแถลงข่าว

เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่บ้านพระอาทิตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสำราญ รอดเพชร นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายศิริชัย ไม้งาม และ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน ร่วมกันออกแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 6/2553 ถึงจุดยืนของกลุ่มพันธมิตรฯต่อสถานการณ์บ้านเมืองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตามการประชุมในวันนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้ร่วมการประชุมด้วย

โดยเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 6/2553 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง “ปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย...ทางออกจากวิกฤต” ภายหลังจากการประชุมแกนนำพันธมิตรฯ ทั้งรุ่น 1 และรุ่น 2 ที่บ้านพระอาทิตย์ ดังนี้

 

แถลงการณ์ฉบับที่ 6/2553 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เรื่อง “ปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย...ทางออกจากวิกฤต”

 

ตามที่นายกรัฐมนตรี และ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ได้มีการเจรจาอย่างเปิดเผยและได้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่ง ประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2553 นั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้

1. เราเห็นด้วยกับกระบวนการเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาเฉพาะหน้าให้กับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และลดบรรยากาศความตึงเครียดหรือการเผชิญหน้าและความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวัน แต่กระบวนการเจรจาเมื่อวานนี้เป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาให้กับคนๆ เดียวเพราะคู่เจรจาหรือแกนนำ กลุ่มคนเสื้อแดงนั้นไม่ใช่ตัวแทนของคนทั้งประเทศ เป็นเพียงหุ่นเชิดของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดินในคดีโกงชาติ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่ยอมรับการเจรจาที่จะกลายเป็นเครื่องมือหรือสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบทักษิณ ซึ่งสังคมเห็นว่าเป็นต้นตอของปัญหาการวุ่นวายของบ้านเมือง และไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม

2. เราเห็นว่าการยุบสภาไม่ใช่ทางออกของประเทศ แม้การยุบสภาจะเป็นวิถีทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในระบอบ ประชาธิปไตยก็ตาม แต่เราเห็นว่าข้อเสนอให้มีการยุบสภาของผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นข้อเสนอที่มีวาระซ่อนเร้นเพื่อปูทางไปสู่การฟอกความผิดนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร

ประกอบการยื่นข้อเสนอนี้มาพร้อมกับการก่อการชุมนุมที่ไม่ปกติ เพราะมีการก่อเหตุรุนแรง และการก่อวินาศกรรมคู่ขนานไปด้วยกัน โดยเอาชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องสังเวยและเครื่องมือต่อรองกับ รัฐบาล

3. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังยืนยันจุดยืนเดิมคัดค้านการรื้อรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดให้นักการเมืองบางกลุ่ม เพราะวิกฤติการณ์ประเทศเกิดจากนักการเมือง ไม่ใช่สาเหตุจากรัฐธรรมนูญอย่างที่ทั้งสองฝ่ายพยายามโยนบาปให้กับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนโดยกระบวนการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้พันธมิตรประชาธิปไตยขอยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหาก เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและคนส่วนใหญ่ในประเทศ

ดังนั้นหากนักการเมืองยังจะพยายามที่จะรื้อรัฐธรรมนูญเพื่อสนองความต้องการส่วนตัว ย่อมจะเป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมให้เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้น หลังการยุบสภา หรือไม่มีการยุบสภาก็ตาม

4. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าวิกฤติของประเทศในขณะนี้เป็นวิกฤติขนาดใหญ่ รุนแรงและสลับซับซ้อนไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจมิชอบ วิกฤติความยากจน ช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในสังคม การคุกคามระบบและกระบวนการยุติธรรม และการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ฯลฯ

จึงจำเป็นต้องรื้อถอนและวางรากฐานโครงสร้างสังคมหรือการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยอย่างรอบด้าน ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์เพื่อเสนอ ทางออกไว้แล้วก่อนหน้านี้ ตามแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉบับที่ 22/2551 เรื่องรัฐบาลประชาภิวัฒน์เท่านั้นที่จะแก้ไขวิกฤตชาติได้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2551 ยังได้ประกาศต่อประชาชนไว้แล้วว่ารัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้นั้น ภารกิจหนึ่งคือจะต้องเป็นกลุ่มคนที่พร้อมปฏิรูปการเมืองร่วมกับประชาชนด้วย ความจริงใจ เป็นแกนกลางระดมความร่วมมือจากองค์กรประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน โดยเสนอเป็นวาระแห่งชาติเพื่อยุติวิกฤติการณ์ทางการเมือง และสังคมให้ได้อย่างแท้จริง

5. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายลงโทษกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ทั้งการกระทำความผิดในการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การกระทำความผิดในการยุยงปลุกปั่นมวลชนด้วยข้อความอันเป็นเท็จผ่านสถานี วิทยุโทรทัศน์และวิทยุชุมชน การก่อวินาศกรรม ฯลฯ เพื่อทำให้ประเทศชาติกลับเข้าสู่ภาวะความเป็นปรกติสุขโดยเร็วที่สุด

6. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอยืนยันอย่างหนักแน่น ที่จะไม่เป็นเงื่อนไขซ้ำเติมความแตกแยกของบ้านเมือง แต่ยืนยันที่จะเคลื่อนไหวบนผลประโยชน์ของส่วนรวม และขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการยั่วยุหรือเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมที่อาจนำไปสู่การสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ขอให้ใช้ความอดทนและอดกลั้นอย่างถึงที่สุด โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะนัดประชุมเครือข่ายพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศเพื่อแสดงจุดยืนและร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ไทยในเร็ววันนี้

 

ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

29 มีนาคม 2553

ณ บ้านพระอาทิตย์

 
 

ไทยรัฐออนไลน์ สัมภาษณ์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำ นปช.เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมามองว่าไม่มีทางที่จะตกลงกันได้และไม่มีทางจบ เพราะแกนนำ นปช.นั้นไม่มีอำนาจการตัดสินใจและทำไปเพื่อประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว และ ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา เพื่อที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ โดยใช้กระบวนการต่างๆ ที่ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเพื่อกลับเข้าสู่อำนาจ หลังจากนั้นจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของพวกของตน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรมนักการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้น

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภาภายใน 15 วันนั้น เห็นว่าไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้หากมีการตัดสินใจยุบสภา นั้นก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรฯไม่มีสิทธิไปก้าวล่วง และ จะไม่ออกไปคัดค้าน ทั้งนี้หากมีการยุบสภาจริง พรรคการเมืองใหม่ ก็พร้อมแล้วที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะได้จำนวนเท่าไหร่นั้นไม่สำคัญ เพราะจุดมุ่งหมายของพรรคการเมืองใหม่นั้นต้องการปฏิรูปสังคมใหม่

“หากมีการเชิญตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯเข้าร่วมเจรจาในครั้งนี้ เราไม่ไปเด็ดขาด เพราะจะเป็นการยอมรับกลุ่มพวกนี้ อีกอย่างกลุ่มพวกนี้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่หรือของประเทศชาติ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเราเองก็ไม่ขัดข้องหากมีการแก้ไขเพื่อ ประโยชน์ของชาติ ยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการหาทาง แต่ต้องเชิญทุกกล่มที่เกี่ยวข้องและไม่ทำเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ในลักษณะการชุมนุมเป็นการเลียนแบบการการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่โดยเนื้อหาแล้วมีความแตกต่างกันอย่างมากเพราะกลุ่มพันธมิตรฯ นั้นเรียกร้องให้มีการตรวจสอบนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตของนายกรัฐมนตรีและพวกพ้อง ส่วนกรณีที่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในขณะนี้มองว่ารัฐบาลอ่อนแอในการบังคับใช้ กฎหมายอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบและต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด.

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์