เสื้อแดงเตรียมร้องค้านหาก ศอ.รส. ฟ้องศาล ด้าน AOC ยันการชุมนุมไม่กระทบท่องเที่ยว

เสื้อแดงประกาศชุมนุมคู่ขนาน “ราชประสงค์-ผ่านฟ้า” เตรียมร้องค้านศาลหาก ศอ.รส. ฟ้อง เชิญภาคธุรกิจในพื้นที่ชุมนุมหาทางออกร่วม ด้านคณะดำเนินงานด้านธุรกิจการบิน (AOC) เผยตั้งแต่ชุมนุม 12 มี.ค. นักท่องเที่ยวเข้าประเทศปกติเฉลี่ยวันละ 80,000 - 90,000 คน

 

 

ผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิร์ลด์ เมื่อ 4 เม.ย.

 

ชุมนุมคู่ขนานแยกราชประสงค์-ผ่านฟ้า เตรียมร้องค้านศาล
4 เม.ย. 53 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงระบุจะไปยื่นฟ้องศาล เพื่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดเส้นทางบริเวณแยกราชประสงค์ว่า เราไม่สนใจนายสุเทพ เพราะตอนที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบรัฐบาลก็มีการไปฟ้องร้องเช่นนี้เหมือนกัน แต่ทางกลุ่มพันธมิตรได้ไปยื่นประกันตัวและกลับมายึดทำเนียบฯเหมือนเดิมอีก จะตัดสินใจดำเนินการตามยุทธวิธีของเรา หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดี เราก็จะจัดฝ่ายกฎหมายไปร้องค้าน ยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมแบบคู่ขนานระหว่างแยกราชประสงค์ กับสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ส่วนการเคลื่อนไหวขั้นต่อไปที่นายขวัญชัย ไพรพนา ระบุว่า จะเคลื่อนกำลังไปที่ สีลมนั้น ก็เป็นข้อเสนอของแต่ละบุคคล แต่สุดท้ายจะต้องนำมาหารือระหว่างแกนนำก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการบุกจับแกนนำ ได้มีการเตรียมการไว้อย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รัฐบาลก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพราะถ้าใคร อยากจับใคร แล้วทำได้ทุกเมื่อ ก็ถือเป็นเรื่องสนุกเพราะเราก็จะไปจับนายสุเทพ กรณีที่ ออกเอกสารสิทธิ์ โดยมิชอบ และนายกฯ กรณีใช้เอกสารหลักฐานเท็จได้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องการเจรจากับรัฐบาลรอบที่ 3 นั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้มีการติดต่อประสานมาเลย และถ้ามีการติดต่อมา ก็ต้องดูประเด็นว่า จะหารือในเรื่องใด นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า แกนนำทิ้งมวลชน ไปนอนในโรงแรมหรู ว่าตนก็นอนอยู่ที่เวทีปราศรัยที่แยกราชประสงค์ และมวลชนก็ไม่ได้ซีเรียส เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยืนยันว่าข่าวที่ออกมา เป็นเรื่องไร้สาระ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้กลุ่มเสื้อแดงจะจัดฝ่ายกฎหมายไปร้องค้านกรณีที่รัฐบาลจะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงจะปักหลักชุมนุมแบบคู่ขนาน ทั้งที่แยกราชประสงค์ และสะพานผ่านฟ้า ซึ่งการแบ่งกำลังมวลชนมาชุมนม 2 แห่ง ก็ไม่ได้กังวล หากรัฐบาลจะเข้าสลายการชุมนุม เพราะแต่ละแห่งก็มีประชาชน มาร่วมชุมนุมเป็นหลักหมื่นคน ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือ จะต้องรอดูตามสถานการณ์ ซึ่งในช่วงเย็นวันนี้แกนนำก็จะมีการประชุมเพื่อกำหนดท่าทีเคลื่อนไหวในขั้นต่อไป

เวลา 18.00 น. นายณัฐวุฒิ ได้ประกาศปักหลักชุมนุมต่อราชประสงค์จนกว่ายุบสภา เชิญชวนให้นักธุรกิจ ห้างร้าน คนค้าขายในเขตชุมนุมหารือกับตัวแทนคนเสื้อแดงคือคุณอารีย์ ไกรนราที่หลังเวที เพื่อหาทางออกร่วมกันในการเปิดทำการธุรกิจต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย. 53)

 

AOC ระบุชุมนุมเสื้อแดงไม่กระทบการบินระหว่างประเทศมากนัก
ด้านนายคงศักดิ์ หิรัญพฤกษ์ ประธานคณะดำเนินงานด้านธุรกิจการบิน (AOC) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติของไทย จำนวนผู้เดินทางยังอยู่ในระดับปกติ เฉลี่ยวันละ 80,000 - 90,000 คน ซึ่งปัญหาการเมืองดังกล่าว หากเป็นการใช้สิทธิ์ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ก็เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าใจ โดยก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวที่มีความวิตกกังวล และระงับการเดินทางมาไทย ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวจากจีน หรือจากเอเซียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งรัฐบาลของประเทศเหล่านี้ได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวในประเทศตัวเอง ส่วนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น ยังเดินทางเข้าประเทศไทย เป็นปกติ

ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์นั้น ซึ่งถือเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญจุดหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เห็นว่าทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และขาดแหล่งจับจ่ายใช้สอยไปจุดหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่จุดสำคัญที่จะกระทบทำให้นักท่องเที่ยว ไม่เดินทางมาไทย หรือกรุงเทพมหานคร เพราะการเดินทางมาประเทศไทยของนักท่องเที่ยว ผ่านท่าอากาศยานนั้น ส่วนใหญ่ ก็จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอื่นๆ ของแต่ละภูมิภาคทันที

นอกจากนี้ หากการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของรัฐบาลยังใช้แค่ในระดับ พ.ร.บ.ความมั่นคง เท่านั้น ก็จะไม่กระทบกับความมั่นใจของนักเที่ยว แต่หากมีการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์เมื่อใด ซึ่งเรื่องนี้จะมีปัญหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ซึ่งก็จะสร้างความไม่มั่นใจแก่นักท่องเที่ยว และธุรกิจท่องเที่ยวได้ ซึ่งหากมีการประกาศใช้เมื่อใด คงต้องมีการประเมินผลกระทบที่เกี่ยวกับการเดินทางและการท่องเที่ยวใหม่อีก ครั้ง ที่สำคัญในส่วนของ AOC คาดหวังว่าสถานการณ์การชุมนุม จะคลี่คลายด้วยการเจรจา และไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น

 

สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯขึ้นป้ายต้านระเบิด

เวลา 13.00 น.วันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า ได้มีการขึ้นป้ายผ้าพื้นสีน้ำเงินตัวอักษรสีขาวข้อความ "เห็นต่างได้ แต่อย่าทำร้ายกัน" โดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคเหนือ ถ.บุญเรืองฤทธิ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งนายชำนาญ จันทร์เรือง นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมาคมฯ มีมติร่วมกันให้ขึ้นป้ายข้อความดังกล่าว เนื่องจากทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมืองที่มีแต่เสียงระเบิดตูมตามตลอดเวลาตาม สถานที่ต่างๆ รวมทั้งบ้านบุคคลสำคัญของบ้านเมือง

"ถือว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่างก็ว่ากันไป แต่ไม่ควรให้ประชาชนคนอื่นต้องมาเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของผู้ใดก็ตามแต่" นายชำนาญ กล่าว

ทั้งนี้นายชำนาญ ยังเป็นหนึ่งในนักวิชาการด้านกฎหมายของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ที่ออกมาผลักดันให้รัฐบาลเร่งยุบสภาไปก่อนหน้านี้ร่วมกับ 155 นักวิชาการ

 

รักเชียงใหม่ขึ้นป้ายยุบสภา

ขณะเดียวกันที่บริเวณสี่แยกปอยหลวงเส้นทางตัดผ่านถนนสายเชียงใหม่ - สันกำแพง มีการขึ้นป้ายขนาดใหญ่สีขาวดำระบุข้อความ "คืนอำนาจให้ประชาชน ยุบสภา รักเชียงใหม่ 51"

จากการสำรวจพบกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จำนวนหนึ่ง ยังคงปักหลักชุมนุมประท้วงและติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวใน กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิดผ่านโทรทัศน์ช่องของเสื้อแดง ซึ่งนายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือแดงสองแคว สภากาแฟ แกนนำรุ่นที่ 2 เปิดเผยว่า หากแกนนำที่เดินทางไปกรุงเทพฯ ส่งสัญญาณมาพวกเราก็พร้อมจะระดมสมาชิกที่กระจัดกระจายกันอยู่ในที่ต่างๆ บุกไปสร้างความกดดันที่ศาลากลางจังหวัดทันทีภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนกลุ่ม นปช.แดง ที่รวมตัวบริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่ ประกาศพร้อมเดินทางไปศาลากลางเช่นกันหากมีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ กรุงเทพฯ

 

เสธ.แดงวิเคราะห์เสื้อแดงสู้ไม่ถอยถ้าทหารสลายทักษิณนำทัพ
ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกาศให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกจากแยกราชประสงค์ว่า วันนี้ประชาชนพร้อมสู้ไม่ถอย เพราะเขากลัวแพ้จึงออกมากันจำนวนมาก โดยเขาจะสู้จนกว่ารัฐบาลจะยุบสภา และหากจะสลายการชุมนุม ขอท้าให้เข้ามาได้เลย ตอนนี้พวกเขาพร้อมสู้ไม่ถอย เขาจะสู้ด้วยวิธีอหิงสา โดยเขาจะนั่งกันทหาร ถ้าจะสลายก็ต้องมาอุ้มไป และถ้ามีคนเจ็บ หรือมีคนตายเมื่อไร รัฐบาลเจ๊งทันที ตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมแบ่งกำลังมาที่แยกราชประสงค์ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปที่สีลม และเยาวราช หากตำรวจจะกับทหารจะมาตั้งสกัด เชื่อว่า จะเอากลุ่มผู้ชุมนุมไม่อยู่ เพราะขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก หรือหากจะจับกุมแกนนำก็คงเข้ามาไม่ได้ เพราะมีผู้ชุมนุมจำนวนมากกันไว้อยู่ ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่า ขอให้สู้จนกว่ารัฐบาลจะยุบสภา และได้ประชาธิปไตยคืน ขอให้เดินหน้าเต็มสตรีมไม่ต้องถอย

“นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำได้หรือไม่ว่า ตอนเป็นฝ่ายค้านพูดไว้ว่า หากเป็นผม ผมไม่อยู่แล้วคนออกมามากขนาดนี้ และ วันนี้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ใช้อำนาจเต็มที่ เพื่อช่วยรัฐบาล เพราะต้องการปรามรัฐบาลว่า อย่าเอาเรื่องทุจริตมาเล่น ทำให้ตอนนี้กองทัพกับรัฐบาล ต้องร่วมมือกัน เพราะต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์ เพราะไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แต่ถ้าขัดกันเมื่อไร ทหารจะออกมาวางระเบิดเอง ส่วน ผบ.ทบ.จำได้หรือไม่ในสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกลุ่มพันธมิตรมาชุมนุมขับไล่ เคยพูดว่า ถ้าเป็นผม ผมจะยุบสภาหรือลาออก แต่สถานการณ์วันนี้ยิ่งกว่าวันนั้น วันนี้มีม็อบมหาศาลทั้งสองจุด แต่ไม่เห็นมาพูดว่า ให้ยุบสภาเลย วันนี้ ผบ.ทบ.ลืมไปแล้ว แถมยังกลืนน้ำลายตัวเองอีก” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ตำรวจมีการระบุว่า จปร. 20 เข้าไปเกี่ยวพันกับเหตุระเบิดในกรุงเทพ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ปกติ จปร. 20 ไม่ยุ่งกับใคร และไม่มีประเด็นเกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่พวกฮาร์ดคอร์ แต่ จปร. 20 เป็นเด็กเรียบร้อยทั้งนั้น ทั้งพล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล อดีตประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม มีนิสัยเรียบร้อยเป็นนักจัดรายการ นักพูด ด้านพล.วิชิต ยาทิพย์ อดีต รอง ผบ.ทบ. ก็อยู่ในกรอบของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่เป็นคนประนีประนอม ส่วน พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เป็นประธานรุ่น จปร. 20 ก็เป็นหัวหน้านักเรียนที่เรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว และไม่มีแนวทางฮาร์ดคอร์ ดังนั้นการที่ตำรวจพูดอย่างนี้เป็นการพูดไปเรื่อย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

การ์ด นปช. มีเรื่องกับคนเมาสุรา ตำรวจรับแจ้งความแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ชำนาญ คงเมือง พงส.(สบ2) สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งจากนาย นายไตรรัตน์ ทูรังกูร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 257 ถ.มหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม. อาชีพขับ จยย.รับจ้าง และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ม.ราชภัฎสวนดุสิต ซึ่งอยู่ในสภาพปากแตก ศีรษะแตกร่างกายฟกช้ำดำเขียว ว่า ตนเองและนายไตรภูมิ ทูรังกูร อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นบิดาถูกการ์ด นปช. รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ การ์ด นปช.กว่า 10 คน ก็เดินทางมาที่สน.สำราญราษฎร์ เพื่อฟังการให้ปากคำของผู้เสียหาย ซึ่งก็มีปากเสียงกันเล็กน้อยระหว่างญาติผู้เสียหายกับกลุ่มการ์ด นปช.

นายไตรรัตน์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนายไตรภูมิ ผู้เป็นพ่อ ได้ไปนั่งสังสรรค์ ที่บ้านเพื่อนของบิดาในละแวกนั้น พอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งตอนนั้นมีอาการมึนเมาพอสมควร ตนเห็นแผงเหล็กของการ์ด นปช.ขวางทางเข้าปากซอยบ้าน ซึ่งจังหวะนั้นมีการ์ดของ นปช. ยืนเฝ้าอยู่คนเดียว พ่อของตนจึงเดินเข้าไปยกแผงเหล็กออก แต่ด้วยความเมาเลยทำให้แผงเหล็กเสียหลักล้มลงเสียงดัง การ์ด นปช.นึกว่าพ่อของตนหาเรื่อง จึงวิ่งเข้ามาชกต่อย ด้วยความตกใจตนจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือพ่อ จนล้ม จากนั้นการ์ด นปช.อีก 3-4 คน ก็วิ่งเข้ามารุมสกรัมตนและพ่อจนสะบักสะบอม เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบตนจึงรีบพาพ่อไป รพ.กลาง ทันที จากนั้นก็เดินทางเข้ามาแจ้งความ ส่วนพ่อของตนยังให้การไม่ไหว

ด้านหัวหน้าการ์ด นปช. กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพราะต้องควบคุมม็อบอยู่ที่แยกราชประสงค์ พอทราบเรื่องก็เดินทางมาที่ สน.ทันที แต่จาการสอบถามลูกน้องตนที่เห็นเหตุการณ์แล้ว ได้ความว่า ผู้เสียหายมีอาการเมามาก เดินเข้ามาถีบแผงเหล็กจนล้มคว่ำ โดยไม่ได้ขออนุญาต ลูกน้องตนที่มีเรื่องจึงเข้าไปต่อว่าแต่ถูกกลุ่มกลุ่มผู้เสียหายชกเข้าที่ใบ หน้า จนต้องมีการตอบโต้ จนเกิดเหตุชุลมุนขึ้น อย่างไรก็ตามจะเรียกลูกน้องตนมาพูดคุยอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่คาดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำไปบางส่วนแล้ว และให้ผู้เสียหายเดินทางกลับไปพักผ่อนก่อน เนื่องจากยังอยู่ในอาการมึนเมา จากนั้นจะเชิญมาสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะให้ผู้เสียหายบอกถึงตำหนิ รูปพรรณสัณฐานของผู้ก่อเหตุ ก่อนจะสเก็ตภาพ เพื่อขอศาลให้อนุมัติหมายจับต่อไป

 

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์, เว็บไซต์คมชัดลึก, สำนักข่าวไทย, พีเพิล แชนแนล

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์