ภาคธุรกิจราชประสงค์ประเมินเสื้อแดงชุมนุมสูญ160ล. ลั่นไม่เป็นเครื่องมือกดดันมาร์ค

สมาคมผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ประเมินเบื้องต้นเสียหาย 160 ล้าน ส่งผลกระทบลูกโซ่วันละพันล้าน นายกสมาคมผู้ประกอบระบุจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือกดดันรัฐบาลยุบสภา ธปท.เตรียมประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ 29 เม.ย.

เซ็นทรัลปิดต่อ-ยังไม่ประเมินผลกระทบ
การยึดพื้นที่บริเวณ 4 แยกราชประสงค์เป็นสถานที่ชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาอีกแห่งของมวลชนเสื้อแดงมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบบริเวณสี่แยกราชประสงค์และใกล้เคียง โดยนายศกร ทวีสิน ผู้จัดการอาวุโสแผนกสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวเมื่อวันที่ 4 เมษายนว่า เซ็นทรัลปิดให้บริการห้างในวันที่ 4 เมษายนอีก 1 วัน รวมปิดให้บริการแล้ว 2 วัน การจะปิดห้างไปอีกยาวนานแค่ไหนนั้น ทางผู้บริหารห้างจะต้องมีการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นวันต่อวัน แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ชุมนุมสลายตัว จะเร่งเปิดให้บริการห้างโดยเร็วที่สุดเพราะการปิดให้บริการไม่ได้เสียหายเฉพาะลูกค้าที่ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1.5 แสนคน และมีรถยนต์ที่เข้ามาใช้บริการลานจอดประมาณ 1.5 หมื่นคันต่อวันเท่านั้น แต่จะยังส่งผลกระทบกับการให้บริการประชาชนส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น ธุรกรรมทางการเงิน โรงเรียนสอนพิเศษ รวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ เช่น ผู้ผลิตวัตถุดิบที่ส่งสินค้าให้กับร้านอาหารในห้าง รวม 200 ร้านค้า เป็นต้น 


นายศกรกล่าวว่า ซีพีเอ็นมีรายได้จากการให้เช่าเป็นหลัก หลังจากเหตุการณ์สงบจะต้องมีการพูดคุยหาทางออกกับผู้เช่าร่วมกันเรื่องค่าชดเชยความเสียหายที่จะให้กับร้านค้าจากการปิดให้บริการรวมทั้งประเมินความเสียหายที่เกิดจากการปิดห้างอีกครั้ง อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสงบโดยเร็วที่สุด เพราะกระทบกับลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการห้าง 

ผู้ค้าประเมิน 2 วันเสียหาย160 ล้าน
รายงานข่าวจากสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ แจ้งว่า ภายหลังมวลชนเสื้อแดงปิดสี่แยกราชประสงค์สมาชิก สมาคมประกอบด้วย 10 ผู้ประกอบการหลัก คือ โรงแรม 6 แห่งประกอบด้วยโรงแรมแกรนด์ไอแอท เอราวัณ, โรงแรมโฟร์ ซีซั่น, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล, โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพฯ, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์, โรงแรมเลอเนซอง และ ศูนย์การค้า 4 แห่ง ประกอบด้วยศูนย์การค้าเกษร, ศูนย์การค้าอมรินทร์,  เอราวัณ แบงค็อก และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ประชุมหารือร่วมกันถึงผลกระทบรวมทั้งมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นระยะๆ ในเบื้องต้นเห็นว่า การปิดสี่แยกก่อให้เกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะเป็นศูนย์รวมของธุรกิจทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงแรมชื่อดัง รวมทั้งผลกระทบกับภาคธุรกิจเพราะย่านดังกล่าวมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน 

ทั้งนี้ จากการประเมินความเสียหายปิด 4 แยกราชประสงค์ เบื้องต้นตกวันละประมาณ 80 ล้านบาท 2 วันที่ผ่านมาเสียหายประมาณ 160 ล้านบาท แต่หากนับรวมผลกระทบสืบเนื่องไปยังศูนย์การค้าอื่นๆ ในย่านนี้ด้วยเช่น เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ประตูน้ำ,แพลททินั่ม มอลล์ ศูนย์การค้าแห่งอื่นๆ ย่านสีลม น่าจะเสียหายไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 ล้านบาท

ลั่นไม่ยอมให้ยืมมือกดดันรัฐบาล
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการในย่านธุรกิจนี้ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ร่วมกับตำรวจ ก่อนตัดสินใจเปิดให้บริการหรือไม่ รวมถึงการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจสำหรับการชุมนุมครั้งนี้ด้วย "เบื้องต้นมีความเห็นร่วมกันว่าจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือกดดันรัฐบาลให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน" นายชายกล่าว

อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าบางแห่งในย่านใกล้เคียงยังเปิดให้บริการในวันที่ 4 เมษายน ตามปกติ อาทิศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ขณะที่ น.ส.ฤดี เอื้อจงประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างบิ๊กซี กล่าวว่า ในวันที่ 4 เมษายน ได้ปิดให้บริการห้างในเวลา 17.00 น. จากเวลาปกติที่จะปิดให้บริการในเวลา 23.00 น. เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ส่วนวันที่ 5 เมษายน จะเปิดหรือปิดให้บริการในเวลาใดนั้นจะต้องประเมินจากสถานการณ์การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์อีกครั้ง

น.ส.ฤดีกล่าวว่า เหตุการณ์ชุมนุมมีผลกระทบต่อยอดขายจากการที่มีผู้มาใช้บริการน้อยลงแต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการชุมนุมทางห้างได้ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยโดยเพิ่มจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยรวมทั้งขอความร่วมมือกับตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยตามจุดต่างๆ ในห้างเพิ่มขึ้น และได้เปิดให้ผู้ชุมนุมใช้บริการห้องน้ำเพราะถือว่าเป็นกลุ่มลูกค้าของบิ๊กซีเหมือนประชาชนทั่วไป 

รถไฟฟ้าเฮคนใช้บริการเพิ่มอื้อ
นายอาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กล่าวว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสยังคงเปิดให้บริการประชาชนใช้บริการตามปกติ ซึ่งทางบีทีเอสได้เตรียมมาตรการรองรับความปลอดภัย ด้วยการสั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ด้วยการเพิ่มเวรยาม พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐในการสอดส่องระวังวินาศภัย และเหตุระเบิด รวมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในการปิดถนนบริเวณสี่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ประมาณ 300,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดิม 30,000-40,000 คน

ปชป.ขู่ต้องคิดบัญชีจำนวนมาก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ เป็นการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลที่เกินเลยขอบเขตของกฎหมาย จากการรวบรวมความเสียหายด้านเศรษฐกิจจากฝ่ายต่างๆ เฉพาะที่สี่แยกราชประสงค์เกินวันละหนึ่งพันล้านบาท ยังไม่รวมกับความเสียหายเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ และประชาชนเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงประชาชน ทั้งที่เห็นว่ารัฐบาลควรอดทนและที่เห็นว่าควรมีมาตรการสลายการชุมนุมให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ รัฐบาลไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือน 7 ตุลาคม 2551 รัฐบาลจะดำเนินการกับผู้ชุมนุมในฐานะที่เป็นคนไทยโดยละมุนละม่อม อาจจะไม่ถูกใจประชาชนบ้าง แต่คิดว่าควรใช้ความรอบคอบและความอดทนในการแก้ปัญหา

นายเทพไทกล่าวถึงการประกาศของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ฉบับที่ 5 ว่า เป็นเจตนาที่รัฐบาลอยากให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่มีความบริสุทธิ์ใจ เกิดความยับยั้งชั่งใจและปฏิเสธการชุมนุม เพราะโทษคือถ้าไม่ปฏิบัติตามคำประกาศมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษของแกนนำคนเสื้อแดง หลังจากนี้จะต้องมีการคิดบัญชีจำนวนมาก แกนนำบางคนยังต้องมีโทษคดีอาญาอีกหลายมาตรา รวมไปถึงการยุยงให้ประชาชนในต่างจังหวัด ปิดล้อมและเผาศาลากลางจังหวัดถือเป็นความผิดที่หมิ่นเหม่ต่อข้อหาก่อกบฏในราชอาณาจักร และบางคนรวมโทษจำคุกจนตายก็ไม่สามารถที่จะออกจากคุกได้ แต่พฤติกรรมของแกนนำบางคนเหมือนหมูที่ไม่กลัวน้ำร้อน เพราะได้ประเมินแล้วว่าตนเองได้ทำความผิดต่างกรรมต่างวาระจำนวนมาก
 
 
ชุมนุมแดงยืดเยื้อธปท.ชี้กระทบเศรษฐกิจ
ขณะที่นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจนั้น ย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หากยืดเยื้อยาวนานจะกระทบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งทุกคนอยากให้จบได้โดยเร็ว และไม่มีความรุนแรง ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะมีผลต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ที่จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 21 เม.ย.นี้หรือไม่นั้น จะต้องติดตามพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงว่า กระทบต่อภาคธุรกิจ และการท่องเที่ยวมากหรือน้อยอย่างไร และส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างไร หากในที่สุด ประเมินได้ว่า มีผลกระทบเกิดขึ้นมาก อาจจะกระทบต่อเนื่อง ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม และการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งธปท.จะปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่อีกครั้งในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ซึ่งการประมาณการจะต้องนำผลกระทบทั้งหมด ทั้งด้านดี และไม่ดีมาประเมินด้วย

ด้าน นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ธปท. สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน กล่าวว่า ในขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ ยังไม่มีการยื่นขอปิดสาขาธนาคารพาณิชย์เพิ่มในย่านราชประสงค์ เนื่องจากสาขาของธนาคารส่วนใหญ่ในย่านนั้น จะอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า เมื่อมีการปิดห้าง สาขาของธนาคารพาณิชย์ปิดให้บริการไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้แม้มีการปิดสาขาธนาคารพาณิชย์ในย่านผ่านฟ้า และ ราชประสงค์บ้าง แต่ยังไม่กระทบกับภาพรวมของระบบการเงินของประเทศ แต่ในส่วนของการดำเนินการของธนาคารพาณิชย์เอง คงได้รับผลกระทบบ้าง ขณะที่เดียวกันต้องพิจารณาผลกระทบของลูกค้าด้วยว่า ความสามารถในการเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินมีความยากลำบากมากหรือไม่ และยังสามารถหลีกเลี่ยงไปใช้สาขาอื่นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่า ถ้าการชุมนุมกระจายตัวไปหลายพื้นที่ และ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปิดสาขาเพิ่มขึ้น จะกระทบถึงการดำเนินการของธนาคารพาณิชย์ และการเข้าถึงธุรกรรมการเงินของลูกค้า

ไตรรงค์อ้างม็อบยืดเยื้อกดจีดีพีโตต่ำกว่า4.5%ปีนี้
ด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการที่กลุ่มเสื้อแดงยึดสี่แยกราชประสงค์เป็นที่ชุมนุมว่า เศรษฐกิจย่อมเสียหายแน่นอน เพราะนักท่องเที่ยวหายไป ขณะที่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางก็ไม่กล้ามา เพราะเห็นว่า บ้านเมืองไม่สงบ มีความรู้สึกไม่ปลอดภัย หากสถานการณ์ชุมนุมยังยืดเยื้อ ก็จะส่งผลต่อตัวเลขจีดีพีในปีนี้ ซึ่งจะลดลงต่ำกว่า 4.5 ตามที่ตั้งเป้าไว้ ยิ่งสถานการณ์ชุมนุมยืดเยื้อตัวเลขจีดีพีก็จะยิ่งลด จะยิ่งเสียหายมากขึ้น
นายไตรรงค์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สถานการณ์รัฐบาลอยู่ระหว่างเขาควายคือ ฝ่ายหนึ่งใจร้อนต้องการให้รัฐบาลใช้อำนาจเข้าไปจัดการ แต่อีกฝ่ายไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง แน่นอนอยู่แล้วเจตนาของผู้ชุมนุม คือ ต้องการให้เจ๊ง ถ้าไม่ยอมปฏิบัติตาม ก็จะทำให้ฉิบหาย ดังนั้น รัฐบาลจึงลำบาก เพราะจะใช้ความรุนแรงก็โดนด่า ถ้าไม่ใช้ความรุนแรงก็โดนด่า

เรียบเรียงจาก เว็บไซต์มติชน, เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ, เว็บไซต์ไทยรัฐ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์