ศอฉ.เปิดคลิปทหารออกทีวีพูล วอนประชาชนอย่าบริโภคสื่อด้านเดียว

ศอฉ.เปิดคลิปการปะทะ และทหารที่ได้รับบาดเจ็บชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมกาลเฉพาะกิจ ชี้มีผู้ไม่หวังดีแทรกตัวก่อเหตุ วอนประชาชนเห็นใจทหารและเปิดรับสื่อหลายด้าน


12 เม.ย.53  เวลาประมาณ 
15.00 น. ศอฉ. เปิดเทปรายการประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ  โดยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เป็นผู้ดำเนินรายการสัมภาษณ์นายทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี (พล ร.2 รอ.) พร้อมมีการเปิดคลิปวีดิโอที่ระบุว่าเป็นของช่างภาพอิสระต่างประเทศซึ่งอยู่หลังแนวทหารหลายเหตุการณ์ ทั้งระหว่างการปะทะ การบาดเจ็บจากระเบิดM79 รวมไปถึงภาพของมือปืนโพกผ้าดำและมีผ้าแดงผูก ซึ่งทหารระบุว่าอาจเป็นกลุ่มมือที่สาม หรืออดีตทหารพรานต้องตรวจสอบกันอีกครั้ง พร้อมยืนยันทหารไม่แตกแยก ต่อสู้กันเอง

พ.ท.กิตติพงษ์ จรัญยานนท์ หัวหน้าฝ่ายยุทธการ จาก พล ร.2 รอ. กล่าวว่า ทหารได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติภารกิจในกรอบรัฐธรรมนูญและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีการวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ และยึดถือความปลอดภัยผู้ร่วมชุมนุมเป็นหลัก มีการปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวว่า ผู้ชุมนมอาจมีอารมณ์ร่วมบ้างเพราะจิตวิทยารวมหมู่ แต่ไม่ได้รู้สึกกระด้างกระเดื่อง มีแต่แกนนำกับฮาร์คอร์เท่านั้น และอาจมีการยุยงให้บางกลุ่มฮึกเหิน แต่ละพื้นที่การปะทะเหตุการณ์ดำเนินเร็วมาก ดังนั้นขั้นตอน ทั้ง 7 ขั้นตอนไม่สามารถกำหนดได้ว่าทำกี่นาที  อย่างไรก็ตาม ทหารได้รับการต่อต้านทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไม้เหลาแหลม อิฐตัวหนอน  การกระโดดถีบ อย่างไรก็ตาม ทหารตระหนักดีว่าข้างหน้าคือคนไทยจึงพยายามใช้โล่ดันเป็นหลัก ส่วนการสูญเสียที่เกิดขึ้นมีทหารตาย 4 คนฝั่งตรงข้ามตาย 15 คน ซึ่งก็เยอะเหมือนกัน ตนไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร นอกจากเรียนข้อมูลว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามีหลายภาพที่ฝั่งของกลุ่มคนเสื้อแดงยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีระเบิดไป ปืนที่มีอยู่ไม่ได้เล็งตรงใส่ผู้ชุมุนม แต่คงไม่สามารถหาภาพได้ว่าใครยิงใส่ผู้ชุมนุม และกระบวนการยุติธรรมเท่านั้นที่จะตรวจสอบในวันข้างหน้าว่าใครเป็นผู้กระทำ

ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวนำก่อนเปิดคลิปการปะทะกันโดยระบุว่าไม่ต้องการสร้างความเกลียดชังเพิ่มเติม แต่ต้องการคืนความจริงและความบริสุทธ์ให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้บรรยายประกอบคลิปวีดิโอดังกล่าวว่า มีระเบิดตกเข้ามา โดนตั้งแต่ระดับพลทหารถึงระดับบัญชาการ ขณะที่มีทหารบางคนที่โดนสะเก็ดระเบิดพยายามโบกมืออย่ายิงซ้ำ แต่ก็มีการยิงซ้ำ และมีการขัดขวางการนำทหารเจ็บส่งออกนอกพื้นที่รวมถึงมีบางกลุ่มที่ทุบตีทหารที่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีภาพชายโพกผ้าดำใช้ปืนอาก้าเล็งยิงตรงมุมตึกด้านหนึ่ง และวิ่งเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดี

“ถามว่าเราทำกันเองหรือเปล่า คนกินข้าวหม้อเดียวกันมาทำกันเองเป็นไปไม่ได้”  พ.อ.สรรเสริญกล่าวพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมมีลักษณะของการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี บางคนบอกว่าเป็นอดีตทหารพรานที่ไม่ได้รับราชการแล้ว ซึ่งก็ต้องหาหลักฐานพยานกันมาพิสูจน์ ส่วนอาวุธปืนที่ผู้ชุมนุมบางส่วนยึดไปได้นั้นมีความกังวลว่าจะมีการนำอาวุธไปสร้างสถานการณ์ แล้วโยนความผิดให้ทหาร อย่างไรก็ตามจะเร่งตรวจสอบว่าอาวุธที่หายไป

ผู้ดำเนินรายการกล่าวว่า ในขณะนี้ต้องระมัดระวังข้อมูลข่าวสาร เมื่อเกิดสงครามขึ้น สิ่งที่ถูกทำลายก่อนคือความจริง ต่างฝ่ายต่างใช้ข้อมูลที่คิดเอาเอง เราพยายามทำหน้าที่เพื่อคืนความเป็นทำให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุมและททหารผู้เสียสละ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ชุมนุมมีคนบางกลุ่มแอบแฝงเข้าไปก่อความวุ่นวายและพยายามใส่ร้ายป้ายสีทหารและกองทัพด้วย

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสังคมกดดันทหารให้จัดการอย่างเด็ดขาด และทหารพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ผู้ดำเนินรายการกล่าวเสริมว่า และเมื่อต้องปฏิบัติตามหน้าที่แล้วก็เข้าทางผู้ที่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แล้วมักมีการอ้างผู้เสียชีวิตเป็นความชอบธรรมของตัวเอง เพื่อตอบโต้มุ่งร้ายฝ่ายทหารและรัฐบาล

“เราต้องการความจริง ไม่ต้องการบิดเบือนซ้ำเติมอีก ถ้ามีความจริงใจท่านต้องพิสูจน์ตัวท่านเองเช่นกัน” แทนคุณกล่าวพร้อมระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อสิ่งที่เขาพูดผู้ชมสามารถใช้วิจารณญาณจากสิ่งที่เห็นได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรบริโภคสื่อด้านเดียว หรือสื่อที่รับเป็นประจำ แต่ควรเปิดรับข่าวสารอื่นๆ ด้วย

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะที่เป็นทหารว่า กองทัพวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาล แต่เราทำเพื่อผดุงไว้ซึ่งความถูกต้องของสังคม ขีดเส้นใต้ให้สังคมว่าจะเดินไปอย่างไร เอาคนหมู่มากลากไป แล้วไม่เคารพกติการบ้านเมืองหรือ ทั้งนี้ ให้ประชาชนเลือกว่าจะเอาอย่างไร กองทัพพร้อมปรับตัวตามประชาชน เพราะเป็นกองทัพของประชาชน

ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุปว่า ถึงเวลาที่เราต้องสามัคคีกันและจับกุมคนผิด ผู้ชุมนุมคงทราบว่าการชุมนุนนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างยิ่งต่อประเทศ ท่านอาจจะบอกว่าต้องการประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยอยู่แล้ว อย่าทำให้กลายเป็นความคลั่งประชาธิปไตยมากไปกว่านี้  รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมถอยออกมาจากพวกที่นิยมความรุนแรง เพื่อลูกหลานจะได้รู้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาได้เสียสละอย่างมีปัญญา

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์